ทริปของสามใบเถากับตะคุง

สถานที่: พัทยา (อีกแล้ว)
สมาชิก: เต ต้อง เอิ๊ด ตุ้ย

คราวนี้เป็นการเที่ยวแบบเที่ยวด้วยตัวเองมากที่สุดเท่าที่เคยเที่ยวมาแล้ว(มั้ง) แต่ก็ยังอาศัยความช่วยเหลือจากพ่อแม่อยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่(=บ้านเอ็กโซติก) และเรื่องการเดินทาง เราอเมซิ่งมากที่พ่อให้ยืมรถมาขับหนึ่งคัน ถึงจะเป็นรถแม่ก็เถอะ ที่อเมซิ่งเป็นเพราะคนที่ขับรถเป็นมีคนเดียวคือต้อง และเวลาต้องขับรถชนทีไร เราก็เล่าให้พ่อฟังทุกที พ่อก็ยังไว้ใจให้ยืมขับ โว้ว

เพราะมีรถนี่แหละทำให้ถึงจะเที่ยวกันเองแต่ก็สบาย ไม่ต้องโบกรถกันให้เหนื่อย

วันแรกมาเริ่มต้นจากที่บ้านเราก่อน
ปล่อยเอิ๊ดเล่นกับหมาอย่างสนุกสนาน รอให้แม่พาไปฮอร์สชูพอยท์ตอนบ่าย
ที่จริงเราไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่แม่ท่าทางอยากพาไปมากๆ
และทั้งสามคนก็ว่าง่ายยอมไปแต่โดยดี สุดท้ายก็เลยต้องไป

ก่อนออกจากบ้านแม่ขับรถชนเสาเสียงดังครืดดด!!
ไอ้เรามัวแต่กลัวว่าต้องจะขับรถไปชนอะไรเข้ารึเปล่า
ปรากฏว่าไม่ทันไรแม่ขับชนเสาในบ้านประเดิมให้ดูเลยจ้า

ไปถึงฮอร์สชูพอยท์ตอนสามโมงกว่าๆ แม่พาเลี้ยวเข้าคอกม้าก่อนเลย
เอิ๊ดและต้องดูตื่นตาตื่นใจกับม้ามาก
ต้องถึงกับบอกว่ากลับบ้านไปขายรถซื้อม้าดีกว่า =_=

ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าจูงม้าเดิน ยืนดูม้า และถ่ายรูปกับม้า
แล้วก็ไปบ้านเอ็กโซติกกัน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำความสะอาด เพราะไม่มีคนอยู่บ้านเลยโสโครกพอใช้ได้
แต่ทำความสะอาดแป๊ปเดียวก็พออาศัยได้แล้ว ก็เลยนั่งรถออกไปหาอาหารเย็นแถวๆบ้านอำเภอ กะว่าคงได้ของสดมาปิ้งย่างกินกัน ที่ไหนได้ บ้านอำเภอเงียบสนิท แถมมีแต่อาหารทะเลแห้ง ก็เลยเลยได้อาหารเย็นจากโลตัสเอ็กซ์เพรสและเซเว่นปากซอยแทน

กลับมาปิ้งย่างหมูและไก่กินกันริมจากุซซี่
ต้องบอกว่าถึงไม่ได้กินอาหารทะเลก็ไม่เป็นไรหรอก มันก็ไม่ต่างกับที่กรุงเทพมากเท่าไหร่
ซึ่งเราก็แสดงความเห็นตรงนี้ไม่ได้เพราะเราไม่ชอบกินอาหารทะเล
และเราก็ไม่เข้าใจด้วยว่าคนพัทยาไม่ชอบกินอาหารทะเลมันผิดศีลข้อไหน เวลาพูดอย่างนี้ถึงได้ชอบโดนด่านัก

กินไปพลางนั่งคุยกันไปพลาง กินเสร็จก็แช่จากุซซี่
คราวนี้มีแค่เรากับเอิ๊ดลงไปแช่ เลยไม่ค่อยคึกคักเหมือนคราวก่อน
แถมตอนขึ้นมาจากสระก็หนาวสะท้านสุดๆ

ตกดึก ต่างคนต่างอาบน้ำแล้วมานั่งดูอินเซปชั่นที่ตุ้ยซื้อมา
และในบรรดาสี่คนมีแค่เอิ๊ดคนเดียวที่ยังไม่เคยดู
เอิ๊ดบอกว่าอาจารย์ที่คณะเคยพูดถึงว่าคนเรียนสถาปัตย์ควรจะดู
พอดูจบเอิ๊ดบอกว่าไม่เห็นมันเกี่ยวกับถาปัตเท่าไหร่เลย

ส่วนเรา พอดูรอบสองแล้วรู้สึกว่ามันเจ๋งน้อยลงจากที่ดูรอบแรกแฮะ
สาเหตุคงไม่เกี่ยวกับที่ดูพากย์ไทยหรอกมั้ง

วันถัดมา
เอิ๊ดซึ่งเป็นคนบอกให้ตื่นเช้าและออกไปเที่ยวเพราะมาถึงนี่แล้วเราต้องตักตวง กลับลุกไปอาบน้ำเป็นคนสุดท้าย ฮ่วย! แต่อารมณ์อยากเที่ยวยังไงก็สู้อารมณ์อยากนอนไม่ได้หรอกเนอะ

ก่อนออกจากบ้านถามว่าอยากไปไหนกันไม่มีใครตอบได้เลย
กลายเป็นว่าขับรถออกจากบ้านกันแบบงงๆและลงเอยที่ตลาดน้ำสี่ภาค

เรายังไม่เคยไปเลยนะเนี่ย มันดูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดๆ
แบบมีรถทัวร์จอดเยอะแยะและเต็มไปด้วยคนจีนน่ะ
ก็ไม่รู้จะไปทำไม แต่คราวนี้มีเพื่อนไปด้วยกันก็ไปเที่ยวซะหน่อย
เคยคิดว่าคงไม่มีอะไรเท่าไหร่ แต่ไปเดินดูก็มีของขายเยอะดี

เราว่าเดินสนุกกว่าเพลินวานอีก ตลาดมันใหญ่ด้วยล่ะ เดินได้เป็นชั่วโมง
ของกินก็เยอะ ที่ตกใจคือมีคาเนะโมจิด้วย มันไม่ขัดกับสถานที่ไปหน่อยเรอะ!?

มีเนื้อจระเข้ขายด้วย แหวะ
มองผ่านๆเหมือนเนื้อไก่เลย ราคาก็ไม่แพง เลยคิดว่าหรือที่จริงมันจะเป็นไก่ย่าง?
แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาลอง รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่น่ากระเดือกเท่าไหร่นะ

ออกจากตลาดก็ไปไร่องุ่นซิลเวอร์เลคกัน ที่นี่พ่อแม่เราแนะนำเพราะมันใกล้บ้านเอ็กโซติก
บรรยากาศคล้ายๆแถบเขาใหญ่ แต่ร้อนมากกกกกก องุ่นควรจะตายหมดไร่ได้แล้ว
ไม่ได้ทำอะไรนอกจากถ่ายรูป ที่จริงมีกิจกรรมนั่งรถชมไร่นะแต่มันเสียตังค์ไงเลยไม่เอา แถมร้อนอีกต่างหาก เลยได้แต่ยืนดูแปลงดอกไม้และวิพากย์วิจารณ์นักท่องเที่ยวที่อยู่แถวนั้น

ที่ตลกคือนักท่องเที่ยวบางส่วนก็เจอกันที่ตลาดน้ำมาแล้ว
แสดงว่านี่เราเที่ยวโปรแกรมเดียวกับกรุ๊ปทัวร์เลยสินะ

ประมาณสี่โมงกว่าๆก็ไปหาดจอมเทียน
การไปทะเลก็แปลว่าต้องไปนั่งเก้าอี้ผ้าใบ สั่งอะไรมากินและนั่งรับลมสบายๆ
แต่ที่แตกต่างไปจากทุกครั้งคือลุงขายไอติมคนนึง

ตอนแรกลุงแกมาขายไอติมเป็นภาษาอังกฤษ
พอเอิ๊ดหันไปบอกว่า “ไม่เอาค่ะ” ลุงแกก็ร้อง เย้ย! แล้วก็พูดยาววววววววเลยทีนี้ ทั้งพูดทั้งร้องเพลง พูดไปซักพักก็ขอให้ช่วยซื้อไอติม แต่ที่น่าตกใจคือ อยู่ดีๆลุงก็ทำนายทายทักดวงชะตาให้เอิ๊ด แล้วก็ต้อง และก็เรา อย่างของต้องกับเรานี่ไม่เชิงทำนายดวงชะตานะ แต่ก็อารมณ์หมอดูบอกว่าชีวิตคุณเป็นยังไงนั่นแหละ ส่วนของเอิ๊ดนี่ลุงแนะนำยาวเหยียด แถมย้ำอย่างมั่นใจว่าเชื่อลุงเถอะ

พอลุงเดินจากไปแล้ว สามใบเถา(เราต้องเอิ๊ด)ได้แต่มองตากันปริบๆแล้วถามกันเองว่า แกคิดว่าลุงรู้จริงรึเปล่าวะ ลุงมั่นใจได้ยังไงวะ นี่ตุ้ยจ้างลุงมาพูดรึเปล่าวะ(ซึ่งตุ้ย หรือในขณะนั้นเป็นตะคุง ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ได้แต่หัวเราะแหะๆ) แต่ไม่ว่าลุงจะรู้จริงหรือไม่ เราก็ได้บทเรียนแล้วว่าทีหลังถ้าไม่อยากซื้ออะไร ส่ายหัวอย่างเดียวพอ (- -)

หลังจากกินอิ่ม และลุกเดินถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว (และเอิ๊ดกับตุ้ยก็กลายเป็นหนูแหม่มกับบ๊อบไปแล้ว) ก็ให้ต้องขับรถไปหาดพัทยากันต่อ จุดประสงค์คือจะไปดูไนท์ไลฟ์กัน

ไปจอดรถที่เซนทรัลแล้วก็นั่งสองแถวไปวอล์กกิ้งสตรีท
ตุ้ยบอกว่ามันก็คือถนนข้าวสารนี่เอง แปลกใจว่าข้าวสารเป็นแบบนี้หรอเนี่ย เพิ่งรู้
เดินกันตอนสองทุ่ม คนเลยยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
เดินกันไปจนกระทั่งสุดถนนแล้วก็เดินกลับไปเซนทรัล แล้วก็กลับบ้าน

คืนวันที่สอง นั่งเล่นผสมสิบกับต้อง แล้วก็เล่นสลาฟกันสี่คน
สลาฟเป็นอะไรที่เราไม่เคยจำวิธีเล่นได้เลย ต้องมาอินสตรัคกันใหม่ทุกครั้งที่จะเล่น
แต่พอได้เล่นแล้วก็สนุกดี คนเรานี่ก็ช่างสรรหาวิธีเล่นไพ่
แค่ห้าสิบสองใบทำไมมันถึงมีวิธีเล่นได้หลากหลายรูปแบบนักก็ไม่รู้

วันสุดท้าย
ตื่นมากินข้าวเสร็จร้อยก็เก็บกวาดบ้าน
คราวนี้สภาพห้องค่อยข้างเรียบร้อย ไม่เหมือนคราวก่อนโน้นที่มีขยะกองเต็มห้อง
คงเพราะมีกันแค่สี่คน และไม่ได้ทำอะไรบ้าบอมาก อยู่กันอย่างสงบพอสมควร
แถวบ้านก็เงียบมาก บ้านข้างๆก็ไม่มีคนอยู่
แทบไม่รู้สึกว่านี่คือการไปเที่ยวเลย เหมือนแค่ไปสุมหัวกันสองสามวันมากกว่า

ก่อนกลับก็ให้ต้องขับรถวนรอบหมู่บ้านรอบนึง ดูบ้านฝรั่งสวยๆ
พอกลับมาดูบ้านโทรมๆของตัวเองแล้วก็อนาถ

แล้วก็นั่งรถกลับมาบ้านที่เราอยู่
เดินออกไปส่งทั้งสามคนขึ้นสองแถวที่ปากซอย เป็นอันจบทริปอย่างสวัสดิภาพ รถก็ไม่เป็นอะไรอย่างที่กังวลไปสารพัดด้วย

ที่จริงหวุดหวิดจะชนแล้วหนนึง
มีหมาทำท่าจะพุ่งออกมากลางถนน ต้องเลยเบรคกะทันหัน
ถ้ารถคันหลังเบรคตามไม่ทันก็เรียบร้อย

ทริปนี้รู้สึกเหมือนเป็นการถ่ายรูปนอกสถานที่ของเอิ๊ดและต้องเลยแฮะ ฮ่าๆ
แต่เราก็สนุกนะ ไม่ได้รู้สึกว่าสุดเหวี่ยงแต่ก็ดีที่ได้เที่ยว ได้เปลี่ยนบรรยากาศ
ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มานี่มีแต่เรื่องวุ่นวายหรือเรื่องชวนปวดหัว
พอเปลี่ยนบรรยากาศแล้วก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง

ว่าแต่เมื่อไหร่จะได้เที่ยวกันหลายๆคนอีกล่ะ ฮือ
ยิ่งเข้าใกล้ความเป็นผู้ใหญ่แล้วทุกคนก็ยิ่งห่างกันไปหรอ แบบนี้เศร้าจังเลยนะ T_T

Advertisements

8 comments on “ทริปของสามใบเถากับตะคุง

  1. kii says:

    อยากไปด้วย ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปเดิน หรือไปนั่งๆนอนๆก้เถอะ :(

    ชั้นสมควรจะต้องไปปปปปปปปปปปปปป !!!

    อ่านแล้วเศร้า
    คิดถึงเพื่อน

    Like

    • chutipuk says:

      นินทากิรกานต์กันตลอดเลยว่าไม่ยอมโดดงานกกน.มาเที่ยวด้วยกัน!!

      Like

      • kii says:

        เง้อ มันโดดไม่ได้จริงๆ ทุกคนต้องเข้าใจนะ ว่าอยากกกกกกกกกกกกกไป!!
        เคยพลาดซะที่ไหนกันเล่า :(

        คิดเล่นๆ ถ้า กนท เปลี่ยนเปน กกน จิงๆ คงเครียดน้อยก่านี้เย๊อะ

        Like

      • chutipuk says:

        งั้นคราวหน้าห้ามพลาดเด็ดขาดดดดดดดดด
        (กิรกานต์เป็นเจ้าภาพละกันนะ 55555)

        Like

      • kiisoft says:

        คราวหน้าก้ไม่รู้อยู่ดีว่าจะไปได้ป่าว สี่ห้าเดือนต่อจากนี้ มันคือหายนะชัดๆ
        แทบจะมัดตัวไว้ทุกเวลาที่ไม่มีเรียน T T

        โอ้ชีวิต

        Like

      • chutipuk says:

        เราว่าคราวหน้านี่ก็คงปีหน้าหรืออาจจะนานกว่านั้น ปิดเทอมทีไรไม่เห็นจะว่างตรงกันทู้กกกที

        กิรกานต์สู้ๆ!!

        Like

  2. eirdddd says:

    โอ้ กิรกี้อย่าเสียใจไป บางทีอาจจะดีแล้วที่แกไม่ได้มาฟังคำทำนายเรื่องชีวิตแกจากลุงขายไอติม 555 ครั้งหน้าแกต้องโกโกโกวิธอัสสส บ่องชู้
    ส่วนเต ชั้นนั่งอ่านแล้วฮาอยู่คนเดียว แม่ชั้นถามว่าบ้าหรอฮาอะไร 5555
    เออแล้วรูปล่ะ ชั้นอยากดูรูปกล้องแกแล้ววว > <

    Like

    • chutipuk says:

      ถ้ากิไป กิอาจจะกลายเป็นคนที่ต้องเลือกแทนแกก็ได้นะเอิ๊ด 55555
      แปะลิงค์รูปไว้ให้ใน msn แล้วเด้อ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s