「我事において後悔せず」

ใช้ชีวิตเยี่ยงปิดเทอมแล้ว
ต่างจากปิดเทอมก็แค่มีการบ้านให้ทำด้วย แต่เราไม่ทำ ฮ่า ฮ่า

ความคืบหน้าไฟนอล13 วันนี้ขึ้นแผ่นสองแล้ว
แผ่นแรกสั้นมาก รู้สึกว่าเล่นแป๊ปเดียวก็จบแผ่นละ
สงสัยเพราะตัวเกมมันตรงแหน่ว วิ่งไปข้างหน้า บู๊ วิ่งไปข้างหน้า บู๊ แล้วก็สวัสดี คัทซีนมาอีกแล้วจ้า (นี่ใช่เกม RPG แน่เรอะ!?)

ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าแต่คัทซีนมันเยอะจังแฮะ
หรือเพราะเรามัวแต่ไปเล่นเกมแอคชั่นเลยไม่ชินหว่า

การเล่นไฟนอลเนี่ย เวลาเสพเนื้อเรื่องมันก็เป็นไฮไลท์อย่างนึง
แต่พอเห็นเจ๊ไลท์นิ่ง คุณน้อง และว่าที่สามีคุณน้องมาดราม่าครอบครัวใส่กันแล้วรู้สึกว่า โอวววว ฉันว่าฉันคาดหวังอะไรที่มันเอพิคกว่านี้นะ แต่ทำไมฉันต้องมานั่งดูพวกแกดราม่ากันด้วยปัญหาส่วนตัวด้วยฟะ =_=

ถึงจะบ่นแต่ที่จริงก็สนุกนะ ยังทำให้เล่นจนลืมเวลาได้อยู่ก็ใช้ได้ละ
แต่ถ้าเล่นได้อย่างมีอิสระกว่านี้คงสนุกกว่านี้เยอะเลย นี่ดันบังคับกันทุกสิ่งทุกอย่าง
รู้สึกว่ามันต่างกับภาค12 มากเกินไป ภาคนั้นก็อิสระเหลือเกิน
แทบไม่อยากเล่นเนื้อเรื่องหลักเพราะมัวแต่ไปทำเควสท์ย่อยเป็นที่สนุกสนานเพลิดเพลิน

อนึ่ง ตอนนี้ HP น้องโฮปกำลังเลขสวยเลยทีเดียว

นอกจากเรื่องไฟนอลแล้ว ตอนนี้อ่านมุซาชิถึงตอนที่เจอกับโคจิโร่ครั้งแรกล่ะ
เฟิร์สอิมเพรสชั่นกับโคจิโร่ในหนังสือเล่มนี้คือ ดูเป็นตัวร้ายจังวุ้ย
สงสัยเพราะเล่าจากมุมมุซาชิ อย่างในวากาบอนด์ยังแยกไปเล่าเป็นเรื่องของโคจิโร่ต่างหากนะ
ส่วนในนี้โคจิโร่เป็นศัตรูตัวฉกาจ จะให้มาอ้อแอ้ๆน่ารักน่าเอ็นดูแบบในมังงะคงไม่ได้

ตอนที่อ่านหนังสือเนี่ยเราก็พยายามคิดตลอดเลยว่ามันเป็นนิยาย อย่าไปเชื่ออะไรมาก แต่มันก็เป็นนิยายที่อิงจากเรื่องจริงอยู่ดี ดังนั้นพอเห็นอะไรเวอร์ๆแล้วจะรู้สึกแปลกพิกลอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเวลาตัวละครตัวนั้นตัวนี้บังเอิญมาเจอกัน บังเอิญคนนั้นกับคนนี้เป็นพ่อลูกกัน บังเอิญสารพัดจะบังเอิญ สมัยก่อนประชากรในเกาะญี่ปุ่นมีอยู่ไม่ถึงร้อยคนรึไง? มันถึงจะบังเอิญเกี่ยวข้องกันได้มากมายขนาดนั้น!?

ล่าสุดตอนโอซือบังเอิญมาเห็นมุซาชิถูกผู้หญิงอื่นสารภาพความในใจพร้อมโผเข้าหานี่มัน… บังเอิญได้ละครไทยมากกกก ที่จริงมันก็ไม่บังเอิญหรอกและเป็นไปได้จริงด้วย แต่ ฮึ้ยยย มันน้ำเน่าเกินไปอะ ไม่คิดว่าจะมีอะไรแบบนี้ในหนังสือเล่มนี้

แล้วโอซือนี่ก็นะ ถึงจะบรรยายว่าเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรียังไง เราอ่านแล้วคิดได้อย่างเดียวคือผู้หญิงคนนี้งี่เง่าใช้ได้เลย แอบสงสัยว่าเป็นเพราะมุซาชิพยายามชี้ให้เป็นว่าอิสตรีเป็นภัยต่อนักรบรึเปล่าเลยต้องพรีเซนท์โอซือออกมาแบบนั้น แต่คงไม่หรอกเพราะมุซาชิก็ดูจะรักโอซือเสียเหลือเกิน (สองคนนี้รักกันง่ายเกินไปแล้วนะ!)

หนังสือเล่มนี้อ่านเพลินดี เล่มหนาจนไม่น่าหยิบก็จริงแต่อ่านแป๊ปเดียวก็จะครึ่งเล่มแล้ว นี่ขนาดใช้อ่านฆ่าเวลารออาหารย่อยแล้วค่อยวิ่งรอบดึกนะเนี่ย เป็นเพราะคนเขียนเขียนให้อ่านง่ายด้วยละ ไม่ต้องใช้ภาษาโบร่ำโบราณอะไรมากมายก็รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในยุคสมัยนั้นได้ ยกเว้นก็ตอนโอซือพูดว่า “ฉันไม่แคร์” นี่มันก็โมเดิร์นเกินไปนะ (ฮา)

 

ป.ล. ช่วงนี้ stats ของที่นี่พุ่งปรี๊ดเลย สาเหตุคือยามะพีนั่นเอง

Advertisements

4 comments on “「我事において後悔せず」

  1. ฝ้าย says:

    ท่าทาง “ฉันไม่แคร์” จะเป็นศัพท์ฮิตในยุคก่อน คุ้นๆว่าหนังย้อนยุคหลายเรื่องชอบมีประโยคนี้

    Like

    • chutipuk says:

      ไม่เคยสังเกตเลยแฮะ
      แต่… เรื่องนี้ย้อนไปยุคเอโดะเชียวนะ = =’

      Like

      • ฝ้าย says:

        หมายถึงยุคที่คนเขียนเรื่องนี้เขียนอ่ะ

        Like

      • chutipuk says:

        อ้อ นึกถึงอารมณ์ประมาณหนังสมัยสมบัติเล่นเป็นพระเอกแล้วพากย์เสียง
        นางเอกก็เสียงดัดๆหน่อย ยุคนั้นถ้านางเอกพูดว่าฉันไม่แคร์จะไม่แปลกใจเท่าไหร่นะ =w=

        Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s