ยอมแพ้

เมื่อวานตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างถูกมนุษย์ต่างดาวผ่าตัดเปลี่ยนตอนกลางคืน ลมพิษเห่อเต็มสองข้างตั้งแต่โคนขายันตาตุ่มเลยจ้าาา

ตอนแรกคิดว่าจะอยู่เฉยๆรอให้มันหายไปเอง แต่ทนคันไม่ไหวเลยต้องโทรกลับบ้านไปหาพ่อ พ่อก็บอกให้กินยาตัวนั้นทายาตัวนี้ เราก็ทำตามแล้วนอนชั่วโมงกว่าๆ (อันนี้พ่อไม่ได้บอก 55555) ตื่นมาอีกทีหายไปหมดแล้ว เหลือแค่รอยแดงๆนิดเดียว สุดยอดดดด นาทีนั้นศรัทธาพ่อในฐานะหมอผิวหนังขึ้นมาเลย จากที่ปกติไม่ค่อยคิดว่าพ่อเป็นหมอน่ะนะ (ฮา)

ตอนออกไปหาของกินก่อนโทรไปปรึกษาพ่อ มีเด็กคนนึงจ้องขาเราด้วยสายตาพิศวงมาก มันก็น่าเกลียดจริงๆแหละ เห็นชัดมากด้วย ที่แย่คือยังไม่รู้เลยว่าเกิดจากอะไรกันแน่

จะว่าไปไม่เป็นลมพิษมาเป็นสิบปีแล้วมั้งเนี่ย
อยู่ดีๆกลับมาเยี่ยมเยียนกันที ดันมาอย่างอำมหิตเลย ให้ตายสิ

ส่วนวันนี้ ไปบ้านบางพลัดมา มีรวมญาติประจำปี
ปีนี้มีแจกเงินด้วย ประหลาดใจมาก ให้เลือกซองเอง แต่ละซองมีไม่เท่ากัน เราได้มาสองร้อย แต่พี่เราได้มาพันนึง อะไรแว้

ระหว่างรอผู้ใหญ่กินเหล้ากันตอนบ่ายเราก็ไปนั่งเล่นตากแอร์บ้านน้า นั่งดูหนังกับเอม(ลูกพี่ลูกน้อง) ตอนแรกจะดูนักสืบตี๋ แต่น้าบอกไม่สนุก เลยได้ดูสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักแทนหนังพี่หลิว (พี่หลิวคูลกว่ามาริโอ้ตั้งเยอะ =3=)

สิ่งเล็กๆก็สนุกดีนะ ด่านางเอกเพลินดี (กร๊าก) แต่ในหนังมันยังมีหลายอย่างไม่น่าเชื่อและแปร่งๆดูขัดๆไปหน่อย เลยรู้สึกว่ามันไปไม่สุดซักทาง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเพื่อน และเรื่องพัฒนาการของนางเอกที่น่าจะทำได้ดีและประทับใจกว่านี้ เห็นคนชอบเยอะและกระแสค่อนข้างแรงเลยคาดหวังเอาไว้หน่อยๆด้วยแหละ แล้วสุดท้ายมันก็ไม่ได้ดีเท่ากับที่เคยคิดไว้

อีกอย่าง จากที่เคยดูตัวอย่างหนังมา สำหรับเราเรื่องนี้ดูแค่นั้นก็พอแล้ว

ดูหนังจบก็สลบไสลด้วยความง่วง นอนจนตื่นมาห้าโมงกว่าเพราะถูกปลุกให้กลับได้แล้ว (โอว ในที่สุด) ก็เลยสะโหลสะเหลขึ้นรถ แวะคอนโดรับพี่สาว แล้วบึ่งไปส่งพี่ชายที่รังสิตกันต่อ

กว่าจะกลับมาถึงคอนโดอีกทีก็สองทุ่มกว่า

มาคุยกับไอน้ำและแพรในทวิตเตอร์ และด้วยความเฟลของเราเอง บวกกับความไม่สะดวกของเพื่อนๆนิดหน่อย ตอนนี้เลยได้ข้อตัดสินใจกันว่าจะไม่ไปดูคอนเสิร์ตยามะพีกันแล้ว แม้จะตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมาตั้งแต่ได้ยินข่าววันแรกเลยด้วยซ้ำ

เรื่องไม่ไปดูคอนเสิร์ตจะให้บรรยายความรู้สึกออกมาก็ยากแฮะ เรายังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลย แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากชอบอยู่เงียบๆเหมือนที่เคยเป็นมาดีกว่า ไม่อยากไปเข้าร่วมอะไรก็ตามที่มันดูเป็นของแฟนคลับแล้ว

ชั่วชีวิตนี้ก็ต้องอยากเจอ อยากดูคอนเสิร์ตให้ได้ซักครั้งอยู่แล้วแหละ
เราเคยนึกอิจฉาคนที่ชอบศิลปินไทยนะว่า ทำไมเราไม่ชอบอย่างเขาบ้างวะ จะได้เจอศิลปินที่ชอบง่ายๆ ดูมีตัวตนชัดเจนอยู่ตรงหน้า แต่อยู่ดีๆพอศิลปินที่เคยดำรงอยู่แค่ในจอกลายมาเป็นความจริงที่แตะต้องได้ ปรากฏให้เห็นเด่นชัด เรากลับรู้สึกอยากถอยออกมาซะอย่างนั้น

เราเริ่มรู้สึกเฟลตอนอ่านข่าวหลังจากยามะพีมาถึงเมืองไทยแล้วนี่แหละ แล้วก็อ่านโน่นนี่นั่นที่แฟนคลับโพสท์ไว้แล้วรู้สึกว่าเราถอยดีกว่า เราไม่อยากเข้าไปข้องแวะอะไรแบบนั้นแล้ว ขอชอบในมุมมืดเหมือนเดิม เราก็พอใจแล้ว มีความสุขแล้ว ในเมื่อการชอบศิลปินซักคนมันจะกลายเป็นความยุ่งยากและชวนให้ลำบากใจขึ้นมา เราก็ขอชอบในแบบของเราเงียบๆดีกว่า สบายใจกว่ากันเยอะเลย

ทวีตคุยกับแพรกับไอน้ำว่า ก็ยังชอบยามะพีอยู่ ชอบมาก แต่ไม่อยากข้องแวะอะไรกับใคร ชอบคนเดียวก็มีความสุขพอแล้ว ถ้าอยากเจอ แต่มันลำบากมากก็มีแต่ทำร้ายตัวเอง เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เราขออย่างน้อยครั้งเดียวในชีวิต ถ้าจะไม่ได้เจออีก ไม่ได้ดูคอนเสิร์ต พรุ่งนี้ขอเห็นซักครั้งก็พอแล้ว

คิดแบบนี้เราอาจจะเป็นแฟนคลับที่ไม่ดีก็ได้
ชอบแล้วทำไมไม่เห็นทุ่ม ไม่เห็นพยายามเลย
แต่เราก็ไม่อยากเอาตัวเองไปรวมในกลุ่มแฟนคลับ
อยากเป็นแค่คนที่ชอบศิลปินซักคนในแบบของเราเอง แค่นั้นก็พอแล้ว

เราว่าการจะรักจะชอบศิลปินมันก็ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ด้วยล่ะนะ

ตลกร้ายอย่างนึงคือ เวลาเราซื้อซีดีของยามะพีที่ GMM ทำออกมาขาย เราคิดตลอดเลยนะว่าถ้ายอดขายดีซักวันเขาอาจจะมาก็ได้ และถึงตอนนั้นเราจะไปดูให้ได้เลย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ไปแค่เพราะความเฟลของตัวเอง

แต่ช่างเหอะ
เราก็คงรู้สึกเสียดายอยู่ไม่นานอยู่ดี

เฮ้อออออ
อยากถอนหายใจแรงๆ
รู้สึกเหนื่อยใจ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

แต่เราก็ไม่อยากให้ตัวเองมานั่งเฟลเพราะไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตหรือเฟลเพราะเรื่องแฟนคลับ ในเมื่อศิลปินมีไว้แต่งแต้มสีสันให้โลกใบนี้ แล้วทำไมเราจะต้องไปหดหู่ด้วยล่ะ ปัดโธ่

ยังรักยามะพีเหมือนเดิมนะ :)

2 comments on “ยอมแพ้

  1. ฝ้าย says:

    เรื่องแฟนคลับศิลปินก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เราเบื่อนะ
    สมัยก่อน เรากับเพื่อนๆชอบดงบังชินกิมาก ชอบตั้งแต่วงนี้ยังไม่ดัง ยังไม่มีชื่อเสียง ไม่มีแฟนคลับเป็นตัวเป็นตนในไทย แต่หลังๆที่เราเลิกตามไปส่วนนึงก็เพราะเซ็งแฟนคลับนี่ล่ะ
    เข้าใจว่าการรวมคนจำนวนเยอะๆมาเป็นแนคลับของอะไรซักอย่างมันก็ต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่บางทีก็เยอะสิ่งเกินไปจริงๆ

    Like

    • chutipuk says:

      เราก็เคยชอบๆเกาหลีช่วงนึง (ไม่อยากเปิดเผยเลยให้ตาย….) แต่แฟนคลับเกาหลีแรงมาก เข้าใจว่ามีแฟนคลับเยอะเลยมีคนหลากหลายแบบ และกลุ่มที่แรงก็แค่บางกลุ่ม แต่พอเราเห็นแฟนคลับนิสัยแย่ๆแบบนั้นทำให้เราพาลไม่ชอบเกาหลีไปเลยอะ = =’

      แต่กับญี่ปุ่นต่อให้เราเจอแฟนคลับแรงๆเราก็คงยังชอบศิลปินต่อไปแฮะ อาจจะเพราะมีวุฒิภาวะมากขึ้นเลยแยกแยะได้แล้วรึเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่เดี๋ยวนี้เราพยายามสนใจแต่ตัวศิลปินและผลงานจริงๆ ส่วนแฟนคลับจะเป็นยังไงก็ช่างเหอะ เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งก็จบ สบายใจที่สุด

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s