「俺たちの上に太陽など無かった。」

俺たちの上に 太陽など無かった

いつも夜

だけど 暗くはなかった

太陽に変わるものがあったから

あなたは・・・あなたは 私の太陽だった

偽物の太陽だった

ดูเบียคุยะโคจบแล้วววว
ตอนแรกๆดูแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูจบได้เมาท์ยาววววแน่
ปรากฏว่าพอดูจบเข้าจริงๆกลับไม่รู้จะพูดถึงว่ายังไงดีแฮะ

ตัวละครแต่ละตัวก็เล่าความรู้สึกตัวเองค่อนข้างเยอะ
เลยไม่ต้องไปคิดไปตีความเอาเอง เพราะคิดอะไรก็บอกคนดูกันหมด

ตอนก่อนดูคิดว่าจะมืดหม่นกว่านี้มาก
แต่พอดูแล้วรู้สึกว่าไม่มืดหม่นเท่าที่คาดไว้
ส่วนนึงน่าจะเพราะบรรยากาศ ภาพ อะไรเทือกๆนี้ด้วยแหละ
ทำให้มันดูซอฟท์ลงมากแม้เนื้อหามันจะหนักพอสมควร

ไม่เหมือนตัวอย่างฉบับหนังของเรื่องนี้ที่โฮริคิตะเล่น
อันนั้นบรรยากาศทึบทึม แต่ละคนก็ดูโรคจิตสุดๆ
คงออกมาหดหู่กว่ากันเยอะ

ฉบับซีรีย์นี่ดูแล้วสงสารทุกคน ถึงจะมีแต่คนหาว่านางเอกเลว เลือดเย็น
แต่เราว่านางเอกนี่แหละชีวิตบัดซบที่สุดแล้ว

ชอบคำพูดที่รุ่นพี่นางเอกพูดถึงความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอก
พี่แกบอกว่า ถึงสิ่งที่ทั้งสองคนทำจะเป็นอาชญากรรม
แต่สายสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ

จะบอกว่าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีกันและกัน มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น
แต่มันออกแนวคู่เวรคู่กรรมกันมากกว่า
สมคบคิดกันมาตั้งแต่แรกก็ต้องจัดการสะสางไปด้วยกันให้ถึงที่สุด
(แต่กลายเป็นว่าร่วมกันทำบาปมากขึ้นเรื่อยๆซะอย่างนั้น)

ดูเผินๆเรียวจิ(พระเอก)น่าจะน่าสงสารที่สุด

ต้องมีชีวิตอยู่อย่างหลบซ่อน
จมอยู่กับความรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจภายหลัง
คิดแต่อยากจะหวนกลับไปอดีต
ยอมทำเพื่อความสุขของนางเอกเสมอ
(จุดอ่อนของเรียวจิคือแพ้น้ำตายูกิโฮะนี่แหละน้า ไม่งั้นคงได้ดีกว่านี้แล้ว)

แต่เราว่ายูกิโฮะยิ่งกว่าอีก

นอกจากจะโดนแม่เอาไปขาย โดนลุงแก่ๆซื้อบริการ
ลุงแก่ๆนั่นดันมาเป็นพ่อของรักแรกอีก
แถมดันเป็นต้นเหตุให้รักแรกต้องฆ่าพ่อตัวเอง
ด้วยความที่จะช่วยกลบเกลื่อน ก็ต้องฆ่าแม่ตัวเองไปด้วย
แล้วไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กยังไม่เว้นโดนข่มขืน
พอเข้าโรงเรียนดีๆได้ดันโดนขุดค้ยความหลัง
ไปชอบรุ่นพี่นักเรียนนอกก็โดนเพื่อนงาบไปซะฉิบ

จนกระทั่งท้ายที่สุด คนเดียวที่เข้าใจที่สุด
ร่วมเผชิญเรื่องลำบากยากแค้นแสนสาหัสมาด้วยกันนักต่อนัก
ดันมาฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตา เพราะอยากให้นางเอกพ้นมลทิน

ยูกิโฮะคงอยากบอก ขอบใจนะ แต่เมิงเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าวะ!

สิ่งที่ยูกิโฮะต้องการที่สุดคือ
การได้กลับมาเดินใต้ดวงอาทิตย์กับเรียวจิอีกครั้ง
แล้วเรียวจิเจือกชิงตายไปก่อน ยูกิโฮะทรุดเลยทีเดียว
จะตายก็ตายไม่ได้ ไม่งั้นที่เรียวจิตายก็สูญเปล่าอีก

กลายเป็นว่ายูกิโฮะต้องมีชีวิตแบบที่คุณป้าห้องสมุดบอก
คือเหมือนกับถูกพันธนาการเอาไว้
ต้องอยู่อย่างมีความสุขให้ได้แทนส่วนของเรียวจิด้วย

เฮ้อ คิดแล้วเหนื่อยใจแทน

ถึงยูกิโฮะจะรอดคุกรอดตารางมาได้
แต่การต้องใช้ชีวิตอยู่โดยไม่เหลือคนที่ยึดมั่นมาตลอด
ไม่มีใครช่วยแบ่งปันความรุ้สึกผิดบาป ต้องแบกรับเอาไว้คนเดียว
มันคงไม่ใช่ชีวิตที่โสภาเท่าไหร่หรอกนะ

อ๊ะ… นี่ไม่รู้จะพูดถึงว่าอะไร ยังลากยาวมาถึงขนาดนี้จนได้ orz
ไว้ถ้าได้อ่านนิยายแล้วค่อยมาพูดถึงอีกทีละกัน
(คงอีกนานนนนนมากกกกกกเลยล่ะ)

แล้วก็อีกเรื่องนึง เมื่อวานลืมไปซะสนิท
ดูกันดั้มยูนิคอร์นตอนสองแล้วแหละ

ตอนนี้ราบเรียบมาก(เรียบจนลืมว่าดูไปแล้ว) ไม่ค่อยมีอะไรเลย
ไม่เหมือนตอนแรกที่เปิดตัวมาซะดี

แต่ก็ประทับใจอยู่อย่างนึงคืออีตาฟูลฟรอนทัล(ชาร์เบอร์สอง)
พี่แกแมนมากกกกค่ะ ปกติตัวละครใส่หน้ากากนี่จะชอบทำตัวลึกลับ
มาเจอคุณฟูลฟรอนทัลฉีกแนวตัวละครสวมหน้ากากทั้งหลาย

พอพระเอกขอให้ถอดหน้ากากให้ดูปุ๊บ
คุณฟูลแกถอดทันทีไม่มีกั๊ก!

แต่ถอดออกมาหน้าตาตัวประกอบมาก
ใส่กลับเข้าไปเหอะดีแล้ว และทีหลังไม่ต้องถอดบ่อยๆนะ
ไม่รู้ว่านี่มันหน้าเหมือนชาร์รึเปล่า แต่เราว่าน่าจะอ้วนกว่าชาร์แน่ๆล่ะ
หน้างี้บานเชียว ผอมก็ฟูฟ่องเป็นกุหลายแวร์ซายส์

สรุปว่าไร้ซึ่งความเท่ด้วยประการทั้งปวง…

แต่พระเอกนางเอกเรื่องนี้ก็เด็กจังน้า
พออยู่ในวัยที่เริ่มแก่กว่าพวกพระเอกการ์ตูนกู้โลกอะไรพวกนี้แล้วชักรู้สึกว่าไอ้เด็กพวกนี้มันจะเก่งเกินเด็กไปรึเปล่า เรื่องพวกนี้ให้ผู้ใหญ่จัดการไป๊

แต่ถ้าพระเอกกันดั้มในยุคสมัยนี้อายุซักสามสิบสี่สิบคงดูไม่จืดเลยทีเดียว
เป็นเด็กเอ๊าะๆนี่แหละเนอะ ดีแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s