รักเจ้าเอ๋ยเคยใฝ่ฝัน ♪

วันแรกในชีวิตที่ต้องไปเรียนคนเดียว (ถ้าไม่นับกวดวิชาอย่าง GSC)

ที่จริงก็ไม่แรกหรอก เพราะตอนเรียน sex dev ก็เคยไปเรียนคนเดียวมาแล้ว
แต่วิชา Life Ref Film นี่คือเรียนคนเดียวจริงๆ เพื่อนเด้งกันหมด
ความรู้สึกของลูกนกตอนออกบินจะคล้ายๆอย่างนี้รึเปล่า? (ไปกันใหญ่)

ประเดิมวันแรก (ที่จริงวันแรกคืออาทิตย์ที่แล้วแต่ถ่อไปเรียนไม่ทัน เพิ่งลงจากเครื่อง) อาจารย์ก็ซัดหนังผีเข้าให้สองเรื่องติด แว้ก!

เรื่องแรกคือ เปนชู้กับผี
เรื่องนี้คุณวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงกำกับล่ะ จะว่าไปเราก็ไม่เคยดูหนังเค้าเลยนะเนี่ย
เคยดูแค่ฟ้าทะลายโจรตอนสามนาทีสุดท้ายของเรื่องน่ะ

ตอนแรกคิดว่าหนังมันคงไม่น่ากลัวมาก ปรากฏว่า… ใช้ได้เลยว่ะเฮ้ย T_T

ที่จริงคือเราเป็นคนกลัวผีอยู่แล้ว (ตลกเนอะ ทั้งๆที่ไม่เชื่อเรื่องชาติภพ แต่ดันกลัวผี)
ไม่ใช่กลัวธรรมดาแต่กลัวมากกกกก

ดังนั้นเวลาดูหนังผีจบจะเซนสิทีฟกับทุกอย่าง
ได้ยินเสียงแกรกกรากนิดเดียวก็สะดุ้งแล้ว
แต่สองสามวันก็บรรเทาไปเองนะ ไม่งั้นเป็นบ้าแน่ๆ

นี่ถ้าอาจารย์เอาชัตเตอร์หรือแฝด อะไรเทือกๆนั้นมาให้ดูคงช็อคตายคาห้องเรียน
ถึงตอนดูจะไม่แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนอะไรเลยก็เถอะ
(คือกลัวมากจนตัวแข็งไปแล้ว)

แล้วเรื่องนี้ดันมีผีเยอะมากซะอีก บางตัวก็ตลก บางตัวก็น่ากลัว
แต่ประเด็นหลักของเรื่องมันไม่ใช่ผีหรอกนะ มันเป็นเรื่องของการยึดติดมากกว่า

ไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องนี้เลย กลัวอะ
พอมานั่งคิดว่าหนังมันเป็นยังไงก็นึกถึงซีนน่ากลัวๆขึ้นมาอีก
ถึงมันจะมีประเด็นเรื่องความรัก การสูญเสีย การยอมรับความจริง อะไรเทือกๆนั้นพอเป็นกระสัยก็เถอะ

เอาเป็นว่าดูแล้วนึกถึง The Others กับ Shutter Island

แต่พอนึกถึง Shutter Island เลยทำให้รุ้สึกว่าเรื่องเปนชู้ฯนี่มันยังไม่ค่อยกระจ่างนะ
ว่าทำไมเรื่องมันถึงวนลูปได้แบบนั้น ทุกคนเล่นละครหลอกนางเอกเรอะ?
แล้วจะทำไปเพื่ออะไรล่ะ ทำแบบนั้นดูใจดีกับนางเอกไปหน่อยป่ะ?
(หรือมันไม่ได้ใจดีแต่เราคิดไปเองว่ามันดูใจดี 555555)

พอมาคิดๆดู นางเอกมันต้องคลอดลูกมากี่ทีแล้ววะเนี่ย
เหนื่อยมั้ย นวลจัน?

เรื่องถัดมา นางนาก เรื่องนี้ก็วิศิษฏ์เขียนบท แต่คุณนนทรีย์กำกับ
เรื่องนี้ดูไม่จบ เพิ่งดูไปถึงตอนพ่อมากเพิ่งกลับมาหานางนาก
ตอนแรกก็สงสัยว่าจะให้ดูทั้งสองเรื่องทำไม แต่ดูไปแล้วมันก็คล้ายกันนะ
ก็ไอ้เรื่องความรักกับการยึดติดอยู่กับคนที่รักนั่นแหละ

แต่เราชอบบรรยากาศหนังของเปนชู้กับผีมากกว่านางนากนะ
ชอบฉากคุณนายเปิดเพลงสุนทราภรณ์แล้วหันหลัง ค่อยๆถอดเสื้อ
กับฉากคุณนายปลูกต้นไม้ในสวน

เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมถึงต้องชื่อ รัญจวน

ตอนระหว่างรอดูหนังบรรยากาศห้องเรียนวุ่นวายหน่อยๆ
เพราะมีคนไปขอลงเพิ่มเยอะมวากกกก

พี่ข้างหลัง ไม่แน่ใจว่ามาจากคณะอะไรแต่อยู่ปี 5 แล้ว น่าจะเป็นครุมั้ง
คุยกันตลอดเวลา ดีนะตอนหนังฉายแล้วไม่คุยกัน ไม่งั้นจะสาปแช่ง
(ไม่กล้าหันไปด่า ไปเรียนคนเดียว กลัว 555555)

มีไดอะล็อกนึงตลกมาก ฟังแล้วอยากหันไปคุยด้วย

นิสิต A: เฮ้ย ใครกำกับสตาร์วอร์สวะ
นิสิต B: สติ๊วเด้น สปีลเบิร์ก
นิสิต A: เออ สปีลเบิร์ก …เอ๊ะ ชื่อนี้หรอวะ
นิสิต B: ใช่สิวะ สตีเว่น …สติ๊วเด้น ฮ่าๆๆ สปีลเบิร์ก

แล้วก็เปลี่ยนไปคุยกันเรื่องอื่น
คืออยากหันไปบอกว่า ไม่ใช่ค่ะโว้ยยยยย!!!
ผู้กำกับสตาร์วอร์สชื่อจอร์จ ลูคัสสสสสสสสส!!!!

แต่ไม่สามารถทำใจหันไปเข้าร่วมวงสนทนาได้ เลยปล่อยพี่ๆเข้าใจผิดกันต่อไป
ขอโทษนะมิสเตอร์ลูคัส ที่ไม่ได้ช่วยแก้ไขข้อมูลให้ TwT

แต่จะว่าไป มิกก็เคยเข้าใจว่าสปีลเบิร์กกำกับสตาร์วอร์สนี่นะ
(จนทำเอาเราเขวไปด้วยเลย ดีนะสะดุ้งนึกได้ก่อน 55555)

เลิกเรียนก็จับกลุ่มกับคนที่นั่งใกล้ๆกัน
พี่บัญชีข้างหน้าหันมาชวนเข้ากลุ่ม ขอบคุณค่าาา

ตอนแรกได้ยินว่าต้องทำงานกลุ่มเริ่มปวดหัวตุ้บๆ
ทำงานกับคนที่รู้จักกันบางที่ยังเหนื่อยเลย ต้องไปทำงานกับคนนอกคณะยิ่งไปกันใหญ่
แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก อย่างน้อยก็มีกลุ่มแล้วด้วย :D

ออกจากห้องเรียนเดินผ่านป้ายรถป๊อบ
ขณะกำลังจะเดินไปสยาม ก็เจอแพ๊ทริออทรอรถป๊อบอยู่
เลยบอกแพ๊ทว่านี่เรากำลังจะเดินไปนะเนี่ย แพ๊ทเลยเดินไปด้วย

ประหลาดใจมาก!

ตั้งแต่เข้ามหาลัยมา เพื่อนหลายคนดูรังเกียจการเดินมากขึ้น ไม่รู้ทำไม
เอะอะนั่งรถป๊อบ เอะอะแท็กซี่ จริงๆแล้วเราไม่ค่อยชอบนั่งแท็กซี่หรอก
อย่าหาว่างกเลยนะแต่มันเปลืองตังค์ นั่งบ่อยๆก็หลายตังค์นะจ๊ะ
บางทีนั่งกันหลายคนก็เบียดเสียดกันบ้าเลือดไปหน่อย

ดังนั้นเดินเอาง่ายดายสบายใจกว่า
ไม่ต้องต่อแถวรอรถป๊อบที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะมาซะทีด้วย
(และแน่นอน สี่โมงเย็น แถวรถป๊อบยาวเหยียดเป็นกิโล)

เป็นอันว่าวันนี้เดินไปสยามกับทริออท
แวะตึกอุ๊2 (จำชื่อไม่ได้) ซื้อโตเกียวกับตามหาประธานสาวเมด
คราวนี้ได้เล่ม 6 มา ยังขาดเล่ม 4-5
ที่ร้านบอกว่าเกลี้ยงจริงๆ ที่สำนักพิมพ์ก็ไม่ส่งมาให้ด้วย อะไรจะฮอทขนาดนั้น

ร้านนี้ก็ลดราคาการ์ตูนด้วย ว้าว ไม่เคยซื้อเลยเพิ่งรู้
ทีหลังจะได้แวะซื้อเพราะมันเป็นทางผ่านอยู่แล้ว จะได้ซื้อโตเกียวด้วย หุฮิ

กลับห้อง ตอนแรกว่าจะดูเบียคุยะโคมาราธอน ซักสี่ตอนรวด
ปรากฏว่ากลัวผีเลยอัพบล็อกเรื่องเยอรมัน (เหมือนจะไม่เกี่ยวแต่เกี่ยวนะ จะได้ไม่นึกถึงไง)
เลยผิดแผน ไม่อยากนอนดึกมากด้วย เลยดูไปแค่สองตอนพอ

มาคิดอีกที ดีแล้วที่ดูแค่สองตอน ดูมากกว่านี้ไม่ดีแน่ๆ ละครมันเครียด
ถึงจะดูแล้วไม่เครียดเท่าไหร่ก็เถอะ แต่สงสารเรียวจิมากกกกกกกกก T_T
ความรู้สึกสมเพชเวทนาสงสารจับใจมันมากกว่าความเครียดเยอะเลย

ตอนเรียวจิเห็นยูกิโฮะอยู่กับรุ่นพี่นี่แบบ ไม่ไหวอะ น้ำตาไหลพรากกก

ถึงเราจะขำหน่อยๆที่รุ่นพี่แกถึงกับอ่าน Gone with the wind เป็นภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียวก็เถอะ ถ้าเราเจอหนุ่มหล่อนั่งอ่านหนังสือแบบนี้อยู่คนเดียวในมหาลัยคงมองด้วยสายตาประหลาดมากแน่ๆ

มีเรื่องอยากเมาท์เกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะแต่เอาไว้ดูจบก่อนดีกว่า
วันนี้รู้สึกว่าพิมพ์อะไรๆมาเยอะแฮะ อัพบล็อกก็ยาว มาอัพที่นี่ก็ยาวอีก

จริงๆยังเมาท์เรื่องเยอรมันไม่สะใจเลย ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้จะค่อยๆลืมแน่ๆ
แล้วจะต้องเสียใจที่ไม่ยอมบันทึกเรื่องราวเอาไว้ (เหมือนตอนอิตาลี)
ดังนั้นไว้วันไหนชีวิตว่างเปล่าจะเมาท์เรื่องเยอรมันต่อ ฮ่าๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s