別々

 
สามวันมานี้มีเรื่องราวมากมาย
ซะที่ไหนกัน แต่ก็พอมีอะไรๆให้เขียนถึงได้ยืดยาวได้ในระดับหนึ่ง
 
เมื่อวันศุกร์ได้รู้ชะตากรรมว่า เราไม่ต้องเรียนกับอิไมเซนเซ เพราะเซคเราเรียนกับอิเคตานิเซนเซ!
รู้สึกว่าได้ลดความกดดันลงไปเล็กน้อยเพราะไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของอิเคตานิมาก่อน ต่างจากอิไมเซนเซมาก
บรรยากาศในคาบเรียนก็ค่อนข้างเอาจริงเอาจัง ทุกคนดูเงียบและตั้งใจเรียนมาก (ซึ่งมันก็สมควรเป็นอย่างงั้นนี่เนอะ)
 
เลิกเรียนเที่ยง แต่สี่โมงมีนัดกับแก้ว สาม มุก ว่าจะไปคาราโอเกะและกินข้าวกันที่มาบุญครองเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งแก้ว
ระหว่างช่วงเวลาแห่งการรอคอยอันยาวนานก็พบว่าชีวิตคนเรามันช่างว่างเปล่าสิ้นดี
 
เรา ต้อง และเกศแก้ว พากันไปนั่งตากแอร์เฝ้ารอคอยเวลาอันสมควรอยุ่ที่ทรูคอฟฟี่วิศวะ
น่าเสียดายที่เรากินกาแฟโรงอาหารไปแล้ว แต่คิดอีกทีก็ดีแล้วที่ไม่ได้ซื้อในทรูอีก
ตังค์ก็ไม่มี หัดเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้างสิชุติภัค
 
แต่ถึงกระนั้นก็พอได้อาสัยส่วนบุญจากต้องเล็กน้อย เน้นตักแต่วิปครีม ฮี่ๆ
 

 
พยายามสืบด้วยว่าที่ทรูคอฟฟี่ใช้วิปครีมยี่ห้ออะไร
แต่ก็ไม่พบบรรจุภัณฑ์วิปครีมเลยซักกระผีก ว้า…
 
ประมาณบ่ายสามโมงก็เคลื่อนย้ายไปมาบุญครอง
เดินไปเดินมา เดินไปเดินมา รู้สึกว่าใช้เวลาได้เปล่าเปลืองมาก ไม่มีอะไรดีๆให้ทำฆ่าเวลาเลย
ในที่สุดสี่โมงกว่าก็ได้เจอแก้ว สาม มุก พร้อมด้วยชาวบ้านเฟี้ยวอีกมากมายที่เราไม่ได้นับเป็นคนรู้จัก แม้จะรู้จักชื่อบางคนก็ตาม
(ฟังดูหยิ่ง แต่ไม่ใช่จ้ะ คือไม่เคยแนะนำตัวกับใครอย่างเป็นทางการเลยไง)
 
ตอนแรกว่าจะคาราโอเกะกัน แต่เพราะเลทกว่ากำหนดการเล็กน้อยเลยดิสคัสกันว่าจะกินข้าวเลยดีกว่ามั้ย
ส่วนเรายังไงก็ได้ ได้แต่รอฟังผลสรุป จะได้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตต่อไป
 
สุดท้ายลงเอยที่โบว์ลิ่ง ห้องวีไอพีซะด้วย! ในนั้นมันเลยมีคาราโอเกะให้ร้องกันพร้อมกับโบว์ลิ่งให้โยน
แต่เราก็ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเลยซักอย่าง ได้แต่นั่งมอง และกังวลเล็กน้อยว่านี่ฉันจะกลับถึงบ้านกี่โมงวะเนี่ย
 
ที่สำคัญ ความตั้งใจในวันนั้นคือตั้งใจไปเจอแก้ว เพราะวันเสาร์แก้วก็จะบินไปเรียนที่อเมริกาแล้ว 
แต่ แก้วก็ต้องปลีกตัวไปทำธุระที่มหาลัย เราก็เลยงงว่านี่เรามานั่งอยู่ท่ามกลางดงผู้ชายนั่นทำไมหว่า
 
สุดท้ายก็เลยออกไปนั่งรอแก้วที่แมคแทน รู้สึกดีขึ้นเยอะ
ถึงตอนนั้นจะโมโหหิวนิดๆและไม่อยากซื้อของในแมคกินเพราะมันแพงก็เถอะ
 
พอแก้วกลับมาก็เลยร่ำลากัน จะไม่เจอแก้วอีกนานเลยจนกว่าจะถึงปีใหม่
 

 
ถึงจะรู้จักกันมาแค่ปีเดียวแต่ก็ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะนะ
มีอีเวนท์ที่กลายเป็นความทรงจำร่วมกันก็หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่โดดรับน้องด้วยกันเลย ฮ่าๆ
เวลาเรียนรวมก็นั่งแถวเดียวกันตลอด
ได้ทำงานด้วยกันทั้งงานอังกฤษ งานปรัชญา ซึ่งถ้าไม่มีแก้วต้องแย่แน่ๆ
 
ถ้าเป็นไปได้ ไว้ช่วงปีใหม่เจอกันอีกนะ
จะคิดถึงเธอ : ) 
 
ร่ำลาแล้วก็แยกย้าย เราก็พุ่งไปเอกมัยทันทีทันใด
สุดท้ายกลับถึงบ้านสามทุ่ม! แต่นานๆทีและเป็นโอกาสพิเศษเลยไม่เป็นไร
 
วันต่อมา วันเสาร์
ไม่มีอะไรพิเศษ ทำตัวเหมือนตอนอยู่บ้านปิดเทอม
ดูหนังไปเรื่องนึงคือ Alice in Wonderland ฉบับทิมเบอร์ตั้น
 
ชอบกราฟฟิก ชอบงานดีไซน์ ชอบฉาก ชอบคอสตูม ชอบอารมณ์ขัน
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ชอบแมวมากกก น่ารักมากๆ ไม่ดูร้ายเหมือนในฉบับการ์ตูนด้วย
 
ส่วนเนื้อเรื่องเฉยๆนะ เราว่ามันก็เป็นหนังแฟนตาซีแบบ coming of age คล้ายๆกับ Stardust
แต่ในแง่ของพัฒนาการของตัวละคร Stardust เฉียบกว่ามาก ทำให้คนดูเอาใจช่วยพระเอกและผูกพันกับตัวละครได้
กับเรื่องนี้ไม่ค่อยรู้สึกเอาใจช่วยอลิซเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะอะไรๆมันก็ดูง่ายดายไปซะหมดก็เป็นได้
 
ส่วนที่รู้สึกว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆก็คือ Wonderland นั่นแหละ
เครดิตตอนจบก็สวยดี แต่ไม่ชอบเพลงอ่ะ มันฟังดูอเมริกันทีนเกินไป เพลงน่าจะวันเดอร์ฟูลกว่านี้ ฮา
 
แล้วตกเย็นก็เล่น RE5 โหมด Mercenaries กับพี่อีกละ
คือเก็บกดจากตอนเย็นวันศุกร์ รู้สึกอยากยิงใครซักคน (ว้ายตายละ! พูดอะไรออกไป๊!)
 
กลับบ้านเลยได้ยิงสมใจอยาก เจอคริสชุดซาฟารีจัด RPG ไปซะหลายลูก มันส์ระเบิดระเบ้อไปเล้ย!
 
วันถัดมา วันอาทิตย์ หรือก็คือวันนี้
กลับมากรุงเทพฯ แวะเสรีเซนเตอร์ ที่เปลี่ยนชื่อเป็นพาราไดส์พาร์ค
 
 คราวก่อนๆที่แวะไป เพิ่งเปิดแค่ตลาดกับชั้นคอมพิวเตอร์
แต่วันนี้เปิดให้เดินได้มากขึ้นแล้ว พอลองเดินออกไปนอกโซนตลาดก็พบว่ามีร้านของกินเยอะกว่าเดิมมาก
 
มิหนำซ้ำ ถึงกับมีลอฟท์มาเปิด! ร้านใหญ่ซะด้วย
แปลกใจนิดๆเพราะกลุ่มลูกค้าที่เดินเสรีเซนเตอร์ไม่น่าใช่กลุ่มเดียวกับลูกค้าลอฟท์
แต่ก็มีคนเดินลอฟท์เนืองแน่นเลยนะ แอบไปเดินสำรวจมา
แน่นอนว่าไม่ได้ซื้ออะไรเลย ถึงมันจะเซลล์อยู่แต่ก็แพงอยู่ดีนั่นแหละ
 
รู้สึกว่าพอรีโนเวทใหม่ทั้งห้างแล้วเปลี่ยนโฉมไปจนไม่เหลือเค้าเสรีเซนเตอร์แบบเดิมเลยแม้แต่ขี้ผง
คิดถึงบรรยากาศเสรีเซนเตอร์แบบเก่าอยู่เหมือนกันนะ เดินมาตั้งแต่เด็กๆจนถึงป่านนี้
ร้านหลายๆร้านก็หายไปนับตั้งแต่เปลี่ยนเจ้าของ ทั้งร้านการ์ตูนเจ้าประจำของเรา ร้านฟิกเกอร์ ฯลฯ
 
คิดถึงคุณพี่ซูเปอร์แมนร้านฟิกเกอร์ เมื่อก่อนชอบเดินไปดูฟิกเกอร์ กาชาปอง พวงกุญแจ ฯลฯ แล้วไม่ซื้อ (กร๊าก)
แต่ก็เคยอุดหนุนกาชาปองโค้ดเกียสมาเซ็ทนึงเชียวนะ!
 
ข้างๆร้านคุณพี่ซูเปอร์แมนก็จะมีร้านที่ขายของกระจุกกระจิก เน้นดิสนีย์ซะเยอะ
มีตู้หน้าร้านตู้นึง เป็นไนท์แมร์บีฟอร์คริสท์มาสทั้งตู้เลย เวลาไปเสรีเซนเตอร์เราก็ชอบไปยืนดูตู้นี้แหละ
เคยซื้อมาสองสามอย่าง คือ… ไม่มีปัญญาซื้อทั้งตู้ไง ฮือๆ
 
คิดว่าพอห้างเปิดเต็มสตรีมแล้วก็คงไม่เจอร้านที่เคยผูกพันทั้งหลายแล้วล่ะมั้ง
เสียดาย แต่ไม่มีอะไรคงทนถาวรอยู่ร่วมกับเราได้ตลอดไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้น บ๊ายบายนะคะ พี่ซูเปอร์แมน T T
 
บ๊ายบายเสรีเซนเตอร์ที่อยู่ด้วยกันมานานด้วยนะ
ต่อไปนี้เธอไม่ใช่ห้างที่มีแต่อาซิ้มอาม่าเดินแล้ว ไม่ใช่ห้างที่มีแต่นักร้องรุ่นคุณปู่มาขับกล่อม
เธอเปลี่ยนไปเป็นห้างใหม่โดยสิ้นเชิงแล้ว ฉันคงจะยังไปเยี่ยมเธออยู่เรื่อยๆ แต่ฉันต้องคิดถึงเธอในอดีตแน่เลย
 
เอาล่ะ ตัดจบ
 
จริงๆแล้วอยู่คอนโดวันนี้ดูโตเกียวด็อกส์ไป 6 ตอนรวด
แต่ไว้ดูจบแล้วค่อยเมาท์ละกัน
 
รักโลกใบนี้
 

2 comments on “別々

  1. Yenly says:

    True coffee ใช้วิปครีมยี่ห้อเมจิ เคยเห็นตอนเค้ามาส่ง :)

    Like

  2. Chutipuk says:

    @เยน เกศแก้วบอกว่ามีคนบอกมาว่าทรูใช้ยี่ห้อเมจิ ที่แท้ก็ได้ยินมาจากเยนนี่เองพอเราได้ยินมาว่างั้นเลยอยากพิสูจน์ด้วยตาตนเองอ่ะ 55555

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s