พาสสุปอโตะ

 
เมื่อเช้าโดดเรียนไปทำพาสปอร์ตมาล่ะ
เรื่องของเรื่องคือแม่บังเอิญไปเปิดพาสปอร์ตเล่มเก่าแล้วพบว่ามันจะหมดอายุเดือนหน้าแล้ว
ก็เลยต้องรีบไปทำเพราะปลายเดือนแม่จะไปเที่ยวมาเลเซีย (ส่วนลูกก็ดักดานร่ำเรียนอยู่ที่นี่ต่อไป)
 
จริงๆแล้วๆไม่ค่อยอยากโดดวิชาตอนเช้าเท่าไหร่
มันคือวิชา Introduction to Japanese Culture หรือ อินโทรแจ๊ปคัลท์
แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะถ้าไม่ไปทำตอนนี้ก็ต้องไปทำวันไหนซักวันนึงอยู่ดี
และวิชานี้มันก็เป็นวันแรก คงยังไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ โดดวันนี้ดีที่สุด เพราะ ฉะ นั้น จึงต้องโดด
 
ไปเจอพ่อแม่ที่โลตัสอ่อนนุช เพราะพ่อแม่บึ่งมาจากพัทยา
รถไฟฟ้าตอนแปดโมงกว่าคนแน่นจนกลัวรางจะถล่ม
และเวลาคนแน่นยังงี้จะเจอพวกมารยาททรามเยอะมาก
 
ขอด่า คนที่มาต่อแถวทีหลัง แต่พอรถมาปั๊บแม่งแทรกขึ้นไปคนแรกเลยจ้า
แล้วไอ้พวกที่เหลือก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ จะเบียดตัวเข้าไปไม่ได้เพราะคงโดนประตูหนีบตาย ได้แต่รอขบวนถัดไปอย่างเศร้าๆ
เลวไปค่ะ ป้าคนนั้นน่ะ
 
ดีนะไม่อยากดราม่า เดี๋ยวนิสิตจุฬาจะโดนหาว่าใจแคบ แค่นี้รับใช้ประชาชนไม่ได้ (โว้ยยยย นิสิตจุฬาก็คนนะ)
 
ขึ้นรถไฟฟ้าแบบหงุดหงิดสุดขีดเพราะเจอคุณป้าหน้าด้านหน้าทนแต่เช้า
ผ่านเซนทรัลเวิร์ล เพิ่งได้เห็นเซนทรัลเวิร์ลหลังจากมอดไหม้ด้วยตาตนเองเป็นครั้งแรก
 
ความรู้สึกเหมือนตอนเห็นสภาพโรงหนังสยาม คือไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภาพตรงหน้ามันคือความจริง
แต่มันก็เป็นความจริง ถึงเราจะไม่ค่อยได้เดินตรงที่มันไหม้เท่าไหร่แต่ก็เสียดายไม่ใช่น้อย
 
ไปถึงอ่อนนุช ทึ่งนิดนึงที่โลตัสเปิดแล้ว
แต่พ่อบอกว่าโลตัสพัทยาก็เปิดเวลานี้ คือ หกโมงเช้า
ยอดเยี่ยม
 
กระโดดขึ้นรถพ่อแม่แล้วก็บึ่งไปเซนทรัลบางนา
ออฟฟิศที่ทำพาสปอร์ตอยู่ที่นั่น แต่ปรากฏว่าย้ายจากชั้น 6 ลงมาชั้น B1 แล้ว
อันที่จริงรู้สึกเหมือนเพิ่งไปทำมาเมื่อไม่นานมานี้เอง
 
แต่ไม่นานมานี้ที่ว่าก็คือตอน ม.3 หรือปี 2005 โน้น
เป็นข้อยืนยันอีกประการว่า สามปีในเตรียมมันสั้นนะน้อง (เกี่ยวกันด้วยหรอ!)
 
ไปถึงก็รับบัตรคิว วัดส่วนสูง กรอกเอกสารนิดหน่อย แล้วก็รอคิว
กรอกเอกสารน้อยดีนะ สบาย มีแค่ใบที่เขียนชื่อที่อยู่ กับคนที่ติดต่อได้กรณีฉุกเฉิน แล้วก็ใบไปรษณีย์ แค่เนี้ย
 
พอโดนเรียกเข้าไปก็ไม่มีอะไรมาก แค่ปั๊มลายนิ้วมือ ถ่ายรูป เซ็นชื่อ …หมดละ
แต่โพรเซสถ่ายรูปอาจจะนานหน่อยเพราะจะโดนให้บอกว่า หันซ้าย เงยหน้า เอียงขวา เก็บผม ฯลฯ
 
กว่าจะได้ถ่าย แหม่…. แถมถ่ายเสร็จไม่พอใจขอถ่ายใหม่ได้ แต่เราก็ถ่ายไปชอตเดียวเพราะขี้เกียจถ่ายอีก
และรูปในพาสปอร์ตมันจะไปโชว์อะไรใครนักหนานอกจาก ต.ม. กับคนออกวีซ่า
(เว้นแต่ว่ากรณี ต.ม. หล่อๆ อาจจะนึกเสียดายขึ้นมานิดนึง ฮ่าๆ)
 
แล้วก็มีขั้นตอนการยกเลิกพาสปอร์ตเล่มเก่า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่น่าตกใจมาก
คือเจ้าหน้าที่จะขอพาสปอร์ตเราไป หยิบตราปั๊มขึ้นมา และปั๊มลงไปว่า Cancelled
 
ช่างเป็นกระบวนการที่ง่ายดายเสียนี่กระไร!
(อันที่จริงอาจมีการแคนเซิลด้วยคอมพิวเตอร์ไปแล้ว แต่ไม่เห็นด้วยตาไง)
 
เสร็จเรียบร้อยทุกอย่างใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงได้มั้ง
หมดเวลาไปกับการรอคอยเยอะหน่อย ที่เหลือก็แค่รอให้พาสปอร์ตส่งมาที่บ้าน ซึ่งจะช้าเร็วก็ช่างมันเพราะยังไม่ได้ใช้
พาสปอร์ตเล่มที่สามแล้วสิ เล่มที่แล้วยังเหลือที่ตั้งเยอะ!
 
และแล้ว พ่อแม่ก็พากลับไปหย่อนไว้ที่โลตัสอ่อนนุช
เพิ่งนึกได้ว่าทำไมเราไม่นังแอร์พอร์ตลิงค์ฟรีไปลงลาดกระบังให้พ่อแม่ไปรับจากมอร์เตอร์เวย์
แต่ก็อย่าเลย อาจจะยุ่งยากกว่าก็ได้ กะเวลาไม่ถูกด้วย
(ที่จริงคือเราแค่อยากลองนั่งง่ะ)
 
นั่งรถไฟฟ้ากลับมาคอนโด มาเปลี่ยนกระเป๋าเพราะกระเป๋าใบที่เอาไปตอนแรกมันขาด
ที่ซ่อมกระเป๋าก็ไม่มี ไม่รู้จะหาจากไหน กลับมาเปลี่ยนนี่แหละง่ายที่สุด
 
แล้วก็ออกไปมหาลัย เพื่อไปเรียนตอนบ่าย
ไปกินข้าวเที่ยงด้วยสภาพที่มีคุณค่าน้อยยิ่งกว่าอากาศธาตุเพราะที่นั่งเป็นเหตุ
 
มุกบอกว่า ไม่รู้ว่าเราจะไปมหาลัยกี่โมงเลยไม่ได้ไปกินในเตรียมฯกัน
ฮืออออ ไอติมทอดของหนู T^T
 
เปิดเทอมมานี่ยังไม่ได้ไปเตรียมฯเลยอ้ะ อยากไป อยากกินไอติมทอดดดด
 
บ่ายเรียนรวม วิชา Introduction to Literature หรืออินโทรลิท
เป็นวิชาที่เรารู้สึกว่าน่าเรียน แต่พอเรียนวันนี้แล้วกลับรู้สึกว่า เฉยๆ
คือมันก็คล้ายๆกับวิชาภาษาไทยอ่ะ บางอย่างมันก็รู้สึกว่าเรียนแล้วเรียนอีก นี่ต้องเรียนอีกแล้วหรอ
(เช่น เรื่องภาพพจน์ เป็นต้น เรียนมันทุกปีการศึกษามาตั้งแต่มัธยม)
 
แต่ต่อๆไปอาจจะน่าสนใจมากขึ้นก็เป็นได้
 
เลิกเรียน ไปพารากอน เราเป็นคนบอกว่าอยากไปกูร์เมต์ ซื้อขนมให้น้องรหัส
แต่สุดท้ายมีแต่เราที่ไม่ได้ซื้อ ต้อง มุก และ กก ซื้อ (เอ๊ะ หรือ กก ไม่ได้ซื้อ ไม่แน่ใจ)
เพราะวันนี้เราเพิ่งให้ขนมน้องไป เลยขอรอฟีดแบคก่อนดีกว่า
 
จริงๆแล้วแอบอยากเนียนเทคน้ำมนต์ที่เป็นน้องรหัสศิลป์ญี่ด้วย
แต่กลัวพี่รหัสคณะของน้องเค้าจะงง (แบบ ใครมาเทคน้องชั้นวะ??) เลยไม่ดีกว่า ฮ่าๆ
 
ซื้อขนมนมเนยเสร็จเราก็ทำตัวเลวด้วยการกินมูลาเต้แก้วใหญ่ให้มุกนั่งดู
มุกอยากกินมากแต่กินไม่ได้เพราะมุกไม่สบาย หึหึ วะฮ่าๆๆๆ
 
กินเสร็จ แยกย้าย กลับมาคอนโดก็มานั่งงงว่าตกลงการบ้านอิไมเซนเซต้องเขียนลงกระดาษหรือไม่
ตอนแรกก็กะว่าจะเขียนแล้วแหละ พอมาเห็นปริมาณแล้ว เอิ่มมม เยอะนะ ไม่อยากเขียนโว้ย T T
 
พอไม่รู้ว่าจะทำไงดีก็เลยนอนซะเลย ฮ่าๆๆๆๆ
เพิ่งตื่นมาเล่นคอมเนี่ย
 
ตะกี้ไปอ่านบล็อกนึงใน exteen มา
บอกว่าสังคมไทยตอนนี้กลายเป็นว่า คนที่ไม่ใช้ BB หรือไม่เล่นเฟซบุ๊คกลายเป็นว่าถูกกีดกันจากการสื่อสารไปแล้ว
 
เออะ ชุติภัคไม่มีทั้งสองอย่างเลยจ้า 555555
 
แต่คิดดูแล้ว เค้าคนนั้นก็ไม่มี 
msn ยังไม่ค่อยจะออนเลย ทำให้ติดต่อสื่อสารได้ยากลำบากมาก แต่ดูมีคุณค่าสุดๆ
 
น่าเสียดายนะ ในเวลาที่เราหายไปจากโลกไซเบอร์แล้วโทรติดต่อไม่ได้
เราว่าคงมีแนวโน้มที่จะถูกลืมมากกว่ามีคนคิดถึงว่ะ 555555
 
 
รักโลกใบนี้
 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s