here DARCY comes again



Just finished reading "Me & Mr.Darcy" today! My first time reading chic lit in English!
and I discovered that reading chic lit in it’s original language is better than the translated version

actually, I always prefer the Thai version but, well, I don’t know, the English one is just more… chic!

เอาเถอะ แต่ถึงเราจะอัพเป็นภาษาอังกฤษไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้เรา… ชิคมากขึ้น ดังนั้นกลับมาสู่ภาษาไทยกันดีกว่า
แน่นอนว่าในเมื่อเราอ่านนิยายเกี่ยวกับมิสเตอร์ดาร์ซี เราก็จะต้องพูดถึงมิสเตอร์ดาร์ซี (อีกแล้ว??) จริงมั้ย

ก่อนอื่นขอพูดถึงตัวนิยายก่อน
นิยายเรื่องนี้ สะดุดตาตั้งแต่แรกพบ แน่นอนว่าเพราะชื่อเรื่อง และคำโปรยที่ว่า ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันถึงมิสเตอร์ดาร์ซี
(แน่นอนว่ามันไม่จริง มั่นใจว่ามีผู้หญิงเกินพันล้านคนบนโลกไม่รู้จักมิสเตอร์ดาร์ซี แต่พอดีไม่มีเฟซบุ๊คเลยตั้งกรุ๊ปนี้ไม่ได้)

ไม่ว่าประโยคนั้นมันจะจริงหรือไม่ก็ตาม ในฐานะที่เป็นอะแฟนออฟดาร์ซี จะพลาดไปได้ยังไง!
และแล้วก็ต้องซื้อมาอ่านด้วยประการฉะนี้

เรื่องราวในนิยายมันก็มีอยู่ว่า นางเอกเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายของเจนออสเตนมาก และชอบดาร์ซีมาก
อยู่มาวันนึง เพื่อนชวนไปเที่ยวเม็กซิโก แต่นางเอกไม่อยากไป ก็เลยไปทริปเจนออสเตนที่อังกฤษแทน

ปรากฏว่าไปถึงก็เจอแต่คุณป้าคุณย่าคุณยาย แต่! มีคนที่อายุพอๆกับนางเอกคนนึง ซึ่งก็คือพระเอกนั่นเอง
พระเอกเป็นนักข่าว มาร่วมทริปเพราะอยากเก็บข้อมูลว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบดาร์ซีนักหนา

ทีนี้เรื่องมันไม่คาดหวังตรงที่ เวลานางเอกอยู่คนเดียว มักจะได้เจอกับ มิสเตอร์ดาร์ซี!!!!
มาจากไหนก็ไม่รู้แหละ ตรงจุดนี้เพ้อเจ้อมากจ้า แต่เอาน่ะ มันเป็นนิยาย

(อนึ่งเวลาออกเสียงคำว่ามิสเตอร์ดาร์ซี กรุณาออกเสียงว่า มิส-เตอะ-ด๊า-ร์-สี่! แบบเคียร่า ไนท์ลีย์ จะได้อารมณ์มาก)

เรื่องที่อยากจะพูดถึงนิยายเรื่องนี้ มีดังนี้

* นิยายเรื่องนี้ใช้โครงเรื่องแบบ Pride & Prejudice สุดๆ
ดังนั้นถ้าเคยอ่านและคุ้นเคยกับไพรด์เป็นอย่างดีแล้ว จะเดาเรื่องได้หมดเลย
แต่ถ้าไม่เคยอ่านและไม่รู้เรื่องมาก่อน ก็จะอ่านได้ไม่สนุกเท่าไหร่

* ดาร์ซีในเรื่องนี้ดูทึ่มๆโง่ๆยังไงไม่รู้สิ
คือจริงๆแล้วเราก็ชอบด่าว่าดาร์ซีโง่เหมือนกันนะ แต่มันเป็นโง่คนละแบบกับในนิยายเรื่องนี้

* ในเรื่องนี้ให้เหตุผลว่าผู้หญิงชอบดาร์ซีเพราะ ดาร์กทอลแฮนซั่ม และเป็นสุภาพบุรุษ แถมรวยอีก
แต่ที่ว่ามานี่ไม่ใช่จุดที่เราชอบดาร์ซีนะ (ยกเว้นข้อรวยไว้ก็ได้ ยอมรับ 55555)
คือ เราชอบดาร์ซีที่ตกหลุมรักเอลิซาเบธมากกว่า
เพราะมันทำให้เราได้เห็นว่า ดาร์ซีก็เป็นผู้ชายซึนเดเระคนนึง และเราชอบผู้ชายซึนเดเระ!

* ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจอะไรที่เราแทบไม่กรี๊ดดาร์ซีในเรื่องนี้เลยซักนิด
ฉากที่ดาร์ซีออกมาบางฉากออกจะน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ

* และรู้อะไรมั้ย เราชอบพระเอกเรื่องนี้มาก! เพราะจริงๆแล้วพระเอกมันก็คือดาร์ซีในอีกรูปแบบนึงนั่นแหละ
บอกแล้วว่าเรื่องมันดำเนินไปแบบไพรด์เลย พระเอกเลยมีพฤติกรรมหลายๆอย่างทับซ้อนกับดาร์ซีของจริงน่ะนะ

* ช่วงแรกๆน่าเบื่อไปนิดนึง แต่หลังๆสนุกดี

* รู้สึกคนเขียนคนนี้จะชอบความรักระหว่างอังกฤษ-อเมริกันนะ
เคยอ่านอีกเรื่องก็นางเอกเป็นอเมริกันแล้วพระเอกเป็นอังกฤษ มาเรื่องนี้สลับกัน

จบ หมดเรื่องจะพูดถึงนิยายเรื่องนี้

แต่เดี๋ยวก่อน! กับดาร์ซีเรายังไม่จบแค่นี้หรอก เพราะเมื่อวานเราดูหนังไปเรื่องนึง
ไม่ใช่ Pride & Prejudice นะแต่เป็น Bridget Jones’s Diary ต่างหากกกกกก


จะสาธยายเหตุผลให้ว่าทำไมจู่ๆถึงหยิบมาดู

1. Bridget Jone’s Diary เอาโครงเรื่องมาจากไพรด์
2. พระเอก ผู้มีชื่อว่า มาร์ค ดาร์ซี ก็เอาคาแรคเตอร์มาจาก ฟิตซ์วิลเลียม ดาร์ซี
3. ในนิยายมันพูดถึงเรื่องนี้นิดหน่อยเลยคิดถึง
4. ถึงจะเคยดูสมัยมันออกมาใหม่ๆ แถมยังเคยอ่านนิยายด้วย แต่ก็จำแทบไม่ได้แล้ว
5. อยากรู้ว่าถ้าดูตอนเด็กๆ และไม่เคยสัมผัสกับไพรด์ฯ กับตอนนี้ จะให้ความรู้สึกต่างกันมากมั้ย
6. อยากเห็นเรเน่เซลเวเกอร์พูดสำเนียงอังกฤษอีก

ทำไมเหตุผลเยอะจังวะ 555555

ความรู้สึกที่ดูตอนเด็กๆคือมันก็ไม่ได้สนุกอะไร
และตอนนี้มานั่งนึกว่าทำไมเราถึงอ่านนิยายจนจบทั้งๆที่ตอนนั้นอยู่ประถมหรือไม่ก็ ม.ต้น แล้วก็นึกไม่ออกว่าตอนนั้นอ่านไปได้ไง
คือมันไม่ใช่หนังสือแบบที่เด็กอ่านแล้วจะสนุกรึเปล่า? หรือมีเด็กประถมที่ชอบหนังสือเรื่องนี้มากๆอยู่บนโลกด้วย?

ส่วนความรู้สึกที่ดูเมื่อวาน ยัยบริดเจททำให้เรารู้สึกว่า ถึงเราจะยังอายุไม่ถึง 20 แต่ก็ทึนทึกไม่ต่างกันเท่าไหร่
แต่นั่นไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้นิสัยเซ่อซ่าบ้าบอแบบบริดเจท
(และถึงแม้ว่าสุดท้ายยัยเซ่อซ่าบ้าบอนั่นจะได้ลงเอยกับผู้ชายดีๆอย่างมาร์ค ดาร์ซีก็ตาม)

อันที่จริง มาร์ค ดาร์ซีออกจะเป็นคนที่ประหลาดซักหน่อยถ้าเรามองที่รสนิยมเรื่องผู้หญิงล่ะก็นะ

มีผู้ชายที่ไหนจะชอบผู้หญิงที่เจอกันครั้งแรกก็พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ เจอครั้งต่อมาก็ทำงานได้ห่วยมาก
และเจอกันอีกทีก็หัวฟูฟ่องยิ่งกว่าสิงโตมาดากัสการ์ แถมพอไปปาร์ตี้ก็ใส่ชุดกระต่ายเซ็กซี่แบบไม่เจียมหุ่น
มิหนำซ้ำยังโชว์ก้นใหญ่ๆออกทีวีตอนรายงานข่าว แล้วมาร์ค ดาร์ซีก็ยังอุตส่าห์บอกว่า ชอบรายงานนั่นมาก!

ดังนั้นมาร์คดาร์ซีจึงถือเป็นผู้ชายประหลาดในระดับหนึ่ง
(ไม่เหมือนมิสเตอร์ดาร์ซีที่เข้าใจได้ว่าทำไมถึงหลงเอลิซาเบธนัก อย่างน้อยเอลิซาเบธก็เป็นผู้เป็นคน)

แต่ แต่ แต่ แต่ว่า!
เราว่ามาร์ค ดาร์ซี น่ารักกว่ามิสเตอร์ดาร์ซีนะ!!

ส่วนฮิวจ์ แกรนท์ ที่เล่นเป็นแดเนียลอะไรซักอย่าง ที่ถอดแบบคาแรคเตอร์มาจากวิคแฮม
เราว่าก็ไม่ได้ดูสารเลวเท่าวิคแฮมเท่าไหร่ คือวิคแฮมมันดูเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากกกกกกกอ่ะ ตัวร้ายละครน้ำเน่าแท้ๆเลย
แต่แดเนียลอะไรซักอย่างเนี่ย ยังดูมีเยื่อใยให้นางเอกบ้าง ไม่งั้นตอนหลังคงไม่มาง้อนางเอกหรอก
อีกอย่างตอนที่พูดถึงอดีตก็ไม่ได้พูดโกหกนะ แค่ไม่ได้เล่าให้ละเอียดแล้วนางเอกก็ตีความไปเองต่างหากล่ะ

แล้วทำไมเราต้องหาเหตุผลมาปกป้องตัวร้ายด้วยเนี่ย 55555555
(เอาน่า ในนิยายยังบอกเลยว่า women love bastards และ asshole’s always cute ฮ่า ฮ่า)

โอเค จบเถอะ
จาก a completely insane spinster under teenage appearance who lurve Mr.Darcy!


ป.ล. วันนี้ดูหนังเรื่อง Valentine’s Day
ชอบเจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ในเรื่องนี้ น่ารักมาก : )

ป.ล.2 กำลังพยายามอดทนอย่างหนักแน่นที่จะไม่โหลด Eva 2.22 มาดู
ก็อยากดูในโรงมากกว่าอ้ะ!! ยังจำตอนไปดู 1.0 ในโรงได้อยู่เลย สนุกตื่นตาและอัศจรรย์ใจมาก!


รักโลกใบนี้

Advertisements

4 comments on “here DARCY comes again

  1. Mig says:

    ตอนแกพูดถึงfbนี่ดูเสียดสีม๊ากมากกก 55ปล เราพยามเอนจอยกับประโยคที่มีคำว่าซึนดาเระ แต่มันแปลว่าอะไรวะ ??ปล2 อยากเม้นมากกว่านี้แต่ง่วงมากเลยว่ะ งานหนักมาก จะมาฟังเสวนาก้ได้นะที่มธ ท่าพระจันทร์ เสาร์นี้ ฮิฮิวันนี้ไปเดินพารากอนหลังจากไม่ได้ไปมานานเพราะม็อบ คิดถึงเตรียมมากเลยว่ะเห็นเดกเตรียมเดินขวักไขว่มากกก คิดถึงแกด้วย ฮิฮิ ไว้หาอะไรไปทำกัน ฮิฮิ

    Like

  2. Chutipuk says:

    เฮ้ย อยากบอกว่าเราไม่ได้รังเกียจเดีดยนฉันท์ ฟบ นะ แกอย่าเข้าใจผิด 55555ซึนเดเระ มันมาจาก ซึน=เย็นชา / เดเระ=อ่อนหวานซึนเดเระก็เลยกลายเป็น พวกที่แกล้งทำเป็นเย็นชาแต่อันที่จริงแล้วรักนะจ๊ะ ประมาณนั้นแต่แกรู้มั้ยว่านิยามของซึนเดเระนี่นำไปสู่การถกเถียงอันไม่รู้จบได้เลยนะ ยิ่งใหญ่มาก 55555เสาร์นี้มีรับน้อง ไปบ่ได้ T Tหาอะไรไปทำนี่คือไปทำที่พารากอนอ่ะนะ?มันมีอะไรให้ทำนอกจากเดินไปเดินมาอ่ะ 55555v

    Like

  3. katekaew says:

    นึกว่า ซึนดาเระ แปละว่าตอแหลซะอีกอะ -*-

    Like

  4. Chutipuk says:

    เอิ่มมม …..แปลซะแรงเลยนะ 555555v

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s