Forgotten

 
ในที่สุดก็อ่าน The Lost Symbol ในชื่อภาษาไทยว่า สาส์นลับที่สาบสูญ ของแดน บราวน์ จบแล้ว!
เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าใช้เวลาอ่านนานมากถ้าเทียบกับนิยายแดนบราวน์เรื่องอื่นๆที่มักจะหักใจวางหนังสือไม่ลงจนต้องอ่านจบโดยยังไม่ทันข้ามคืน
 
เรื่องนี้เป็นเล่มที่ 3 แล้วที่ใช้โรเบิร์ต แลงดอนเป็นตัวดำเนินเรื่อง
ซึ่งถ้าเทียบกับอีกสองเรื่องอย่าง Angels&Demons และ The Da Vinci Code แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดึงดูดใจได้น้อยที่สุด น่าพิศวงน้อยที่สุด และอยากไปเยือนสถานที่จริงน้อยที่สุด (ฮา)
 
ตอนแรกๆอ่านแล้วก็ Amazing Washington D.C. อยู่หรอกนะ
แต่พออ่านไปอ่านมาก็เริ่มเฉยๆ อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้มีจิตพิศวาสประเทศนี้ แถมยังเจืออคติหน่อยๆ (ไม่เหมือนแถบยุโรปที่ลุ่มหลงหน้ามืดตามัว) เลยไม่ได้เกิดอยากจะไปเห็นเสาโอเบลิสก์ซะให้ได้แต่ประการใด… ดูในฟอร์เรสท์ กัมพ์เอาก็ได้ (กร๊าก)
 
ส่วนเนื้อเรื่อง ปกตินิยายแดนบราวน์ที่เคยอ่านมาสามเรื่อง (มีเรื่อง The Deception Point อีกเรื่องนึงซึ่งไม่เกี่ยวกับแลงดอน) จะดำเนินเรื่องแบบชวนให้อยากรู้อยากเห็นสุดๆจนทนไม่ได้ที่จะต้องปิดหนังสือแล้วไปทำอย่างอื่น ….ไม่ได้เวอร์นะแต่โดยส่วนตัวเป็นแบบนั้นจริงๆ โดยเฉพาะ Angels&Demons นี่ สุดยอดสุดๆแล้ว
 
แต่กับเรื่องนี้ อ่านไปไม่กี่บท ก็วางแหมะมาเปิดคอม
ซักพักไปอ่านอีกไม่กี่บท ก็วางแหมะ ดูทีวี
 
มันก็ไม่ได้น่าเบื่อ แต่ไม่ได้ทำให้อยากรู้อยากติดตาม ปริศนาต่างๆในเรื่องก็ไม่ได้อ่านแล้วต้องร้อง "โอ้โฮ๊!!!" เหมือนที่ผ่านๆมา
ถึงมันจะมีคนร้ายที่ดูโรคจิตหน่อยๆและดูเหมือนพวกคลั่งลัทธิอะไรบางอย่างตามสไตล์แดนบราวน์เช่นเคย
แต่คนร้ายคนนี้ ก็ไม่ได้ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นหวาดผวาไปด้วยเลยซักกะนิด
 
การแก้ปริศนาคราวนี้ดำเนินไปอย่างเนือยๆ เต็มไปด้วยการรำลึกอดีตของคนโน้นคนนี้
มีบทสนทนายาวยืดว่าด้วยลัทธิโบราณมีส่วนเกี่ยวโยงกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อย่างไร และการทดลองว่าจิตของมนุษย์มีพลังอย่างไร
แถมยังมีการปฏิเสธที่จะเชื่อของโรเบิร์ต แลงดอนตลอดทั้งเรื่อง (….ขนาดพระเอกมันยังไม่เชื่อเลย แล้วคนอ่านจะเชื่อดีมั้ย?)
 
เรื่องนี้พูดถึงศาสนาค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เฉพาะศาสนาคริสต์ แต่พูดถึงครอบคลุมไปหมด
มีศัพท์เฉพาะเยอะเหมือนกัน ยังดีที่มีเชิงอรรถมาให้
นับว่าเป็นหนังสือที่มีเชิงอรรถเยอะมากกก มีแทบทุกหน้าเลยว่างั้น
 
หลังจากอ่านจบ ไม่รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ ไม่เหมือนสองเรื่องที่มีแลงดอนเป็นพระเอกที่ผ่านมา
 
จุดที่ชอบคือ ชอบที่แดนบราวน์ค้นคว้าข้อมูลสำหรับนิยายหนึ่งเรื่องเยอะมาก
อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่ากว่าจะออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ได้ต้องรีเสิร์ชเยอะมากกกกจริงๆ
ที่สำคัญคือจะโยงข้อมูลที่หามาได้เหล่านั้นยังไงให้ออกมาเป็นนิยายเล่มหนึ่งได้
และเราว่าแดนบราวน์ก็โยงได้อย่างลงตัวทีเดียว
 
แล้วก็ ชอบจุดหักมุม
 
แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วนิยายแดน บราวน์ ต้องมีจุดหักมุมกันให้เหวอไปเลย
และเราก็ดันลำพองใจไปหน่อยว่าตัวเองรู้แนวแดน บราวน์แล้ว เลยคิดว่าที่เดาไว้ไม่น่าจะผิดพลาดไปได้
ปรากฏว่า ไม่ใช่ซะงั้น! นับว่าพลาดไปสามสิบสามองศาทีเดียว คือเดาไว้ได้แค่เกือบถูก แต่ไม่ถูก เฉียดฉิวไปหน่อย
สรุปว่า ชอบเพราะมันผิดคาดยังไงล่ะ!
 
จุดที่ไม่ชอบ คือ การดำเนินเรื่อง
ไม่ใช่มันไม่ดีนะ แต่เรื่องนี้รู้สึกว่าแดนบราวน์มีสารที่อยากจะส่งให้ผู้อ่านเยอะมากทีเดียว
การดำเนินเรื่องมันเลยไม่ค่อยเร้าใจเหมือนที่เคยเป็นมา
และการดำเนินเรื่องแบบที่เคยเป็นมานั่นล่ะคือสิ่งที่เราชอบในนิยายแดนบราวน์
 
พอเปลี่ยนสไตล์ไปนิด (แต่ยังคงมีตัวร้ายคล้ายๆเดิม และผู้หญิงสวยเก่งผู้กล้าหาญเหมือนเดิมเป๊ะ) ถึงมันจะไม่ได้แย่ แต่ก็ยังขัดใจหน่อยๆอยู่ดีนั่นแหละ
 
อารมณ์เหมือนเวลาเล่นเกมที่ออกมาเป็นซีรีย์ แบบมีหลายๆภาค มีกลุ่มแฟนเหนียวแน่น
อยู่มาวันนึง ภาคใหม่ออกมา เปรี้ยง! ระบบเกมดันทวิสต์ไปเลยสามร้อยสามสิบสามองศา
 
มันก็จะมีทั้งแฟนๆผู้ชื่นชอบระบบเก่าที่ไม่อาจทำใจรับระบบใหม่นี้ได้ แฟนๆกลุ่มใหม่ที่หลงรักระบบใหม่ไปเลย
และแฟนๆผู้ชื่นชอบระบบเก่า แต่ก็พอจะยอมรับระบบใหม่ได้ ถึงจะไม่ไฉไลเท่าของเก่า แต่ก็ไม่ทำให้เสียความรู้สึก …นั่นแหละ
(โยงไปไกลมาก เหมือนจะไม่เกี่ยวแต่เกี่ยวนะ *หมายเหตุ* ขอสงวนนามเกมดังกล่าว ฮา)
 
จุดที่ไม่ชอบอีกอย่างนึงคือ โรเบิร์ต แลงดอน
ไม่ชอบแลงดอนในเล่มนี้เลย เหมือนคนคลำทางในความมืดตลอดเวลา มีไม้ขีดแต่หลงลืมไปว่ามันซุกซ่อนอยู่ที่ไหน
ต้องคอยให้คนอื่นส่องไฟนำทางถึงจะมองเห็นและไปต่อได้ เป็นยังงี้หลายครั้งมากจนผิดหวังในตัวศาสตราจารย์คนนี้ไปพอสมควร
 
เอาน่ะ… คนเขาแก่แล้ว
 
สรุป เป็นนิยายแดนบราวน์ที่เราอ่านแล้วเฉยๆ จะบอกว่าชอบก็ไม่รู้สึกว่าพูดได้เต็มปาก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบด้วยเหมือนกัน เรื่องความสนุกก็พอประมาณ ไม่ใช่นิยายที่อ่านเอามันส์หรืออ่านเอาความทึ่ง
 
เป็นนิยายที่ควรจะตั้งใจอ่านจริงๆแล้วจะได้อะไรหลายอย่าง 
บางทีอ่านบทสนทนาแล้วถึงกับต้องมาเปิดกูเกิลดู
 
นับว่าสมควรตีพิมพ์ฉบับปกแข็งพร้อมภาพประกอบอย่างยิ่ง
ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะจินตนาการงานศิลป์สารพัดตามที่พรรณนาได้น่ะ
 
เอ้อ แล้วก็ โฆษณาแฝงเยอะจริงๆ
มีทั้งไอโฟน บีบี ทวิตเตอร์ วิกิพีเดีย และอีกมากมายที่จำไม่ได้แล้ว แน่นอนว่ามีกูเกิลด้วย
 
โอเค เอาเป็นว่าจบเรื่องหนังสือ
 
ขอบ่นปิดท้ายนิดนึง
 
เมื่อวันก่อนเดินผ่านโตคิว เห็นกางเกงขาสั้นสีบานเย็นแปร๊ด อยากได้มากกกก ลด 50% เหลือ 299 บาท
ป้ายเขียนว่าลดถึง 30 เมษา เราก็เลยกะว่าวันรุ่งขึ้น (ซึ่งก็คือเมื่อวาน) จะไปซื้อ ทั้งๆที่ไม่มีเรียน
ปรากฏว่าตื่นมาก็เที่ยงแล้ว พอเปิดคอมแล้วก็เลยยาวล่ะทีนี้ ไม่เป็นอันทำอย่างอื่น ก็เลยไม่ไป
 
พอวันนี้ไปด้วยจิตอันแรงกล้าว่าจะซื้อและกลับไปเบิกตังค์พ่อที่บ้านนอก
ปรากฏว่าหายไปทั้งราวทั้งแผงเลยจ้า T T
 
ลองเดินดูทั่วๆก็ไม่มี เหลือแต่กางเกงยีนส์ขายาวจำนวนมาก ซึ่งไม่อยากได้โว้ย ฮือ T T
เสียใจ แต่ก็ยังคงมีจิตแรงกล้าที่จะซื้อกางเกงขาสั้นอยู่ ก็เลยไปโบนันซ่า
สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี
 
สรุปว่าวันนี้กลับมาที่ห้องโดยมีดีวีดีโค้ดเกียส R2 แผ่นแปด ข้าวปั้นไส้ปูอัด และน้ำแอปเปิ้ลหนึ่งกล่อง
อา… ไหนวะกางเกงขาสั้น T T
 
โตคิวขี้จุ๊ตะลาล้าจริงๆ ฮือๆ
 
รักโลกใบนี้
 

One comment on “Forgotten

  1. Mig says:

    เอาน่า ถึงกางเกงสีบานเย็นแปร๊ดจะไม่ได้ราคาสองร้อยกว่าบาทบ่อยๆ (เอ๊ะ?)

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s