“Let your imagination set you free”

 
เมื่อวานดูหนังเรื่อง Kate&Leopold
ไม่มีไรให้พูดถึงนอกจากฮิวจ์ แจ๊คแมนหน้าเด้งดี
 
ส่วนวันนี้ดูหนังเรื่อง The Diving Bell and the Butterfly มีอะไรให้พูดถึงหลายอย่างเลย
 

 

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ฌอง โดมินิค โบบี้ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร ELLE ฝรั่งเศส
ที่อยู่มาวันดีคืนดีก็เส้นเลือดในสมองแตก จนเป็น Locked-in Syndrome คือเป็นอัมพาตทั้งตัว
ส่วนเดียวที่เหลือให้ขยับได้คือ เปลือกตา
 
ร่างกายของชายคนนี้กลายเป็นเหมือนชุดประดาน้ำหนักอึ้งที่พันธนาการเอาไว้ มีแต่จะจมลงสู่ห้วงสมุทร ลึกลง ลึกลง
 
ช่วงแรกๆฌองโดนึกอยากจะตายๆไปซะ แต่หลังจากนั้น เขาก็เลิกสมเพชตัวเอง
ฌองโดบอกกับตัวเองว่า ส่วนที่ไม่ได้เป็นอัมพาตของเขา นอกจากเปลือกตาแล้ว ยังมีจินตนาการและความทรงจำอีกด้วย
และฌองโดก็ใช้สองอย่างนี้ นำพาไปยังสถานที่ต่างๆที่ใจปรารถนา
 
ฌองโดมีวิธีการสื่อสารผ่านเปลือกตา โดยมีผู้ช่วยคอยท่องตัวอักษรเซตหนึ่ง ที่จัดเรียงตามความถี่การใช้งาน
เมื่อถึงตัวที่ต้องการ ฌองโดจะกะพริบตาหนึ่งครั้ง
 
จากตัวอักษรกลายเป็นคำ จากคำกลายเป็นประโยค จากประโยคกลายเป็นบท
และสุดท้ายก็กลายเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง  บอกเล่าความคิดที่ร่อนเร่อย่างเสรีดุจผีเสื้อของชายในชุดประดาน้ำ
 
ฌองโดเคยสิ้นหวังเมื่อตื่นมาแล้วพบว่าไม่มีใครได้ยินเสียงของเขาถึงจะพยายามตะโกนเท่าไหร่ แม้แต่จะขยับร่างกายก็ทำไม่ได้
แล้วก็กลับมีความหวังขึ้นอีก ในช่วงเวลาเหล่านั้น แม้แต่แค่ขยับคอหรือส่งเสียงครางในลำคอได้ ก็เป็นยิ่งกว่าปาฏิหาริย์
 
น่าเสียดาย ที่ชีวิตคนเราแสนสั้นเหลือเกิน
*
หนังเรื่องนี้ ดูสองชั่วโมง หมดน้ำตาไปเป็นตุ่ม T T
ลุ่มลึกสะเทือนใจมาก จริงๆแล้วหนังค่อนข้างนิ่งและเนือยนะ รู้สึกว่าไม่มีไคลแมกซ์
แต่ก็ทำให้เราต้องทบทวนความหมายของการมีชีวิตอยู่แทบจะตลอดทั้งเรื่อง
 
หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของฌองโด สลับกับมุมมองของบุคคลที่สามไปเรื่อยๆ
วิธีเล่าของหนังที่ออกจะอาร์ทหน่อยๆช่วยให้หนังเรื่องนี้เล่าชีวิตของฌองโดได้งดงามมาก
 
มีหลายๆฉากที่ชอบ และทำให้น้ำตาไหล
อย่างเช่นฉากที่ลูกๆไปเยี่ยมฌองโด ฉากที่พ่อของฌองโดโทรศัพท์มาหา และอีกหลายๆฉาก
แต่ละฉากแต่ละตอนมันทำให้รู้สึกว่า ฌอง โดมินิค โบบี้ เป็นคนที่ดำเนินชีวิตได้อย่างสง่า
 
การมีชีวิตอยู่ของคนบางคน แม้จะแสนสั้น แต่กลับสวยงามได้อย่างน่าอัศจรรย์ : )
 
หนังดี
แนะนำให้ทุกคนที่มีลมหายใจได้ดู
 
รักโลกใบนี้
 
Advertisements

5 comments on ““Let your imagination set you free”

  1. BliNk says:

    เคยได้ยินชื่อหนังสือเรื่องนี้อยากดูหนังบ้าง!

    Like

  2. Mig says:

    ดีใจที่แกอัพว่ะเรารู้สึกมีเพื่อนคุยตอนนี้ไม่ไหวแล้วว่ะ – –

    Like

  3. Chutipuk says:

    @บลิ๊งค์ชั้นซื้อหนังสือมานานละ เคยอ่านไปบทนึงแล้ววาง ตอนนี้ดูหนังแล้วชักมีแรงบันดาลใจในการหยิบมาอ่านแล้วแหละหนังเรื่องนี้สมควรซื้อเก็บไว้อย่างยิ่ง แต่ถ้าอยากชิมลางก่อนก็ยืมได้นะ@มิกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ยินดีที่พอจะช่วยให้แกรู้สึกดีขึ้นได้บ้างซักเล็กน้อยก็ยังดี : )แล้วอาทิตย์หน้าไปดูไออ้อนแมนกัน!

    Like

  4. Yenly says:

    ชอบจัง

    Like

  5. Chutipuk says:

    เยี่ยม : )v

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s