แย้ง

 
 
เรียนภาษาอังกฤษ
อาจารย์วอร์ตันบอกว่า สิ่งหนึ่งที่ฝรั่งกับเอเชียต่างกันคือ การมองเห็นด้านมืดในตัวเองและยอมรับว่าตัวเองผิด
 
ฝรั่งมองว่า เมื่อไหร่ที่ตัวเองผิด ก็ต้องยอมรับผิด
ฝรั่งจึงมักจะพูดขอโทษบ่อยๆ
 
ในขณะที่เอเชียไม่ใช่แบบนั้น
ยกตัวอย่างเช่นญี่ปุ่น สังหารหมู่ที่นานกิงเอย สงครามโลกเอย ญี่ปุ่นเคยรู้สึกผิดมั้ย? ไม่เลย
 
นี่คือสิ่งที่วอร์ตั้นพูดในวันนี้
และปกป้องตัวเองด้วยการบอกว่า ไม่เห็นด้วยก็ได้นะไม่เป็นไร
 
อืม
ไม่เห็นด้วย
 
แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรไปหรอก
 
หลายครั้งแล้ว รู้สึกว่าวอร์ตั้นชอบแบ่งทุกอย่างเป็นสองด้าน
สองด้าน แบบไม่มีพื้นที่สีเทาเลย
 
แต่เรารับฟังได้นะ เพราะถือว่าเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง
 
แล้วก็อีกอย่าง วอร์ตั้นพูดถึงบทความนึงในหนังสือเรียน เป็นบทความแบบบล็อกท่องเที่ยว
ซึ่ง วอร์ตั้นบอกว่าถ้าจะให้คะแนน จะให้ F เพราะเขียนแบบเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ แถมโชว์ความใจเสาะของตัวเองอีกตะหาก
ฟังแล้วรู้สึก เอิ่ม….
 
ถ้าบทความในหนังสือมันห่วยขนาดนั้น(เค้าให้ F ไปหลายแล้วแหละ)ก็เปลี่ยนหนังสือเรียนได้แล้วค่ะ!
 
*
 
เรียนภาษาไทย
ตีความบทกวี คราวนี้ร่วมสมัย ไม่ย้อนกลับไปถึงลิลิตพระลอแล้ว
 
เวลาตีความ บางทีรู้สึกตัวเองคิดมากเกินไปหน่อย ก็เลยไม่กล้าเขียนลงไป
หลายครั้งก็รู้สึกว่าสิ่งที่อาจารย์เอามาให้ตีความบางทีมันก็แบนๆพิลึก มองอะไรด้านเดียวไปรึเปล่า?
 
แต่เอาเถอะ ไอ้การคิดอะไรพรรค์นั้นมันเอามาใช้กับวิชานี้ไม่ได้ไง
เพราะเค้าให้ตีความจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสารนั้นๆก็ตาม
อาจจะขัดใจไปบ้างแต่ก็ต้องทำ
 
สิ่งหนึ่งที่ศิษย์อักษรศาสตร์พึงมีนอกจากจะใช้คำว่าแบ่งบานและปลื้มปีติถูกต้องแล้ว ยังต้องแยกแยะได้ด้วยว่าวิชาไหนควรใช้งานเขียนและตรรกะแบบไหน (ซึ่งบางครั้งบางคราวมันก็ขัดกันเองให้สับสนวุ่นวายไปหมด!)
 
เฮ้อ
 
*
 
เรียนการใช้เหตุผล
 
อาจารย์บอกว่า เรียงความเชิงโต้แย้งที่เป็นภาษาไทยแล้วเป็นบทความที่ดีร้อยเปอร์เซนต์น่ะยังไม่เคยเห็นเลยแม้แต่บทความเดียว
ขออนุมานว่าคนไทยไร้เหตุผลไปก่อนละกันนะ ฮา
 
แล้วอาจารย์ก็เอาบทความของคุณโตมร ศุขปรีชามาให้อ่าน (ซึ่งพี่ TA เลือกมา—พี่ TA คือ Teacher’s Assistant ไม่ใช่พี่ต้า)
 
นึกไม่ออกว่าคุณโตมรนี่เป็นใคร รู้แต่ชื่อคุ้นๆ
นั่งอ่านบทความที่เอามาจากหนังสือ Genderism ซึ่งเรารู้สึกได้แม้จะโง่ ว่ามันเป็นบทความที่… แปร่งๆ
 
ตลกดี พอกลับมาคุ้ยหาใน Google กลับพบว่าคุณโตมรนี่มีกระแสชื่นชมเยอะพอควรเลย
(ในขณะนี้วันนี้ทั้งคลาสล้วนตั้งข้อสงสัยในบทความของเค้ากันถ้วนหน้า)
 
บางทีบทความเดียวอาจจะตัดสินไม่ได้ว่าคุณโตมรเป็นคนยังไงกันแน่
หรือบทความที่เค้าเขียนเป็นแบบที่อาจารย์เอามาให้อ่านในวันนี้หมดเลยรึเปล่า
ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็ แย่แล้ว
 
รู้สึกว่าเรียนอักษรมายังไม่ถึงเทอม ได้เห็นอะไรแบบที่ไม่เคยสังเกตเห็นเต็มไปหมด
 
อ้อ!
เทอมหน้าว่าจะลงปรัชญานะ
ถึงใจนึงจะอยากเรียนมนุษย์กับศาสนาก็เถอะ
 
อยากลองคิดอะไรที่ไม่จำเป็นต้อง based on วิทยาศาสตร์และความเป็นจริงที่พบเห็นในชีวิตประจำวันดูบ้าง
 
 
รักโลกใบนี้
Advertisements

3 comments on “แย้ง

  1. BliNk says:

    อ่านดุแล้วชีวิตการเรียนที่อักษรนี่ดูยุบยับว่ะ ป.ล. ชั้นหาบทสรุปให้ตัวเองได้แล้ว ทำแล้วและร้องไห้เป็นบ้าจนร้องไม่ออกแล้วดีใจกับชั้นนิดนึงนะ ฮ่าๆ

    Like

  2. Muk says:

    เห้ย บลิ๊งเป็นอะไรไปยุบยับนี่มันขาแมงมุมรึป่าว 555555

    Like

  3. Chutipuk says:

    #บลิ๊งค์เออ ยุบยับจริงๆดีใจด้วยกับแกนะที่แกหาทางออกได้แล้ว ถึงตอนนี้แกจะยังเสียใจอยู่บ้างก็ตามแกจะต้องเป็นคนที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตบบที่แกเป็นมาเว่ย ไม่เป็นไรหรอก: ))))))#ไอ้เด๋อยุบยับมันให้อารมณ์เยอะมากขนาดขากิ้งกือได้แล้วนะ แมงมุมมีแปดขาเอง 555555

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s