Life’s but a walking shadow


เมื่อวันก่อนดูละครเรื่องบ่วงหงส์ ช่อง 7
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าแพนเค้กก็น่ารักดีเหมือนกันนะ
เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าแพนเค้กน่ารักเลย คิดแต่ว่าหน้าตาดูแปลกๆชอบกล
พอเอาเรื่องนี้ไปพูดกับคนที่(เคย)หน้าเหมือนแพนเค้ก ชีก็บอกว่าแพนเค้กเค้าน่ารักขึ้น เพราะเค้าดึงความน่ารักของชีไปหมด (กรี๊ดดด พูดมาด๊ายยย)

แล้วก็ดูพระนเรศวรภาคแรกในทรูช่อง 11
ตอนนั้นที่ดูในโรงก็จำได้ว่ามันตลก
ตอนนี้ลืมรายละเอียดของเรื่องไปหมดแล้ว พอมาดูอีกทีก็ยังคงรู้สึกว่าตลก
นั่งขำอยู่คนเดียว สงสัยเส้นตื้นเกินไป

ตอนดูข่าวเมื่อวานก็เห็นอะไรซักอย่างเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
พ่อเราบอกว่า พม่าไม่พอใจที่คนไทยให้พม่าเป็นตัวร้ายในหนัง
เราว่าไม่จริงนะ พม่าพอใจรึเปล่าไม่รู้หรอก
แต่ภาคแรกน่ะ คิงบาเยงนองเป็นพระเอกชัดๆเลย

อยากดูภาคสามแล้วค่ะท่านมุ้ย
ต่อด้วยเพชรพระอุมาเถอะค่ะ ตำนานองค์ดำจบสามภาคก็พอแล้วค่ะ

*
เมื่อวาน เป็นวันที่ง่วงมากกกก
พยายามหลับในคาบ East Civ แต่หลับไม่ลง
แล้วก็ไม่ได้จดเลคเชอร์อะไรเลย ถึงแม้ว่าเรื่องที่เรียนจะน่าสนใจก็เถอะ

ว่างสามชั่วโมงก็ไม่ได้ทำไรเป็นพิเศษ ไปนั่งโรงอาหารอักษร
เพิ่งรู้ว่าพี่พนักงานเซเว่นสาขาวิดวะเป็นคนที่ตลกมากกกก
ประทับใจ มัสมั่นแกงแก้วตา กับ It’s a หั่นอยู่ (อ่านว่า อิทสะหั่นอยู่) ของพี่คนนั้นมากๆ

กลับมาเรียนอินโทรดราม่า
สองชั่วโมงแรกไม่ได้ตั้งใจฟังเลย พยายามหลับแต่ก็หลับไม่ลงอีกนั่นแหละ
กินขนมบ้าง เล่นSudokuบ้าง อ่านแมคเบธ(ซึ่งยืมมาจากเนที่ยั่งอยู่แถวหลัง)บ้าง

ตั้งใจฟังเฉพาะตอนพูดถึงโรมิโอจูเลียต พอเปลี่ยนเรื่องก็ไม่สนใจฟัง ฮา

ตอนที่อาจารย์พูดถึงฉากจูเลียตตื่นมาเจอโรมิโอตายแล้วฆ่าตัวตายตามอ่ะ เราก็ด่าให้ข้าวฟังว่าโง่เนอะ
ถ้าเราเป็นจูเลียตนะเราจะปล่อยให้โรมิโอตายแล้วไปแต่งงานกับคนรวยๆ 555555555
ก็แหม จูเลียตเพิ่งอายุ 13 หรือ 14 เองนี่หว่า เกิดมาอายุแค่นั้นก็ฆ่าตัวตาย เสียชาติเกิดชะมัดเลย


นั่งง่วงๆจนกระทั่งยกตัวอย่างโดยใช้แมคเบธองก์ที่ 1 เท่านั้นแหละ ตื่นเลย
ยืมแมคเบธของไอซ์มาจดๆๆๆ แต่พอจบองก์ที่ 1 ก็เปลี่ยนเรื่องเป็น Twelfth Night แทน

เห็นกลอนที่อาจารย์แปลเป็นภาษาไทยแล้วอยากหาฉบับอังกฤษมาเทียบกันดูเดี๋ยวนั้นเลย
สงสัยเวลาอ่านแมคเบธฉบับไทยคงต้องอ่านคู่กับอังกฤษไปด้วย เพราะตอนที่เรายืมมาอ่านในห้องเรียนนั่นเห็นหลายประโยคที่นึกภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยแต่นึกออกไม่หมดทั้งกระบวนความแล้วมันหงุดหงิด อีกอย่าง หลายๆคำพูดที่เราชอบ รู้สึกว่าพอมาอ่านแปลไทยแล้วก็เฉยๆนะ ชอบบทออริจินอลมากกว่า มันพาวเวอร์ฟูลกว่าเยอะ

ยังไม่ได้ลองหาโรมิโอจูเลียตฉบับ ร.6 ในห้องสมุดคณะเลยนี่นา
ลืมนึกไปเลยว่าอาจจะมีก็ได้ ก็ตามหาจนเลิกหาไปนานแล้ว
ถึงไม่มีโรมิโอจูเลียต ก็น่าจะมีเวนิสวาณิชล่ะน่า ขนาดตำราขี่ช้างสมัยพระนารายณ์ยังมีเลย

ว่าแต่เพิ่งรู้ว่าประโยค "If music be the food of love, play on" (จำถูกมั้ยหว่า) มาจากเรื่อง Twelfth Night นะเนี่ย
รู้สึกว่าเป็น Quote ที่ดังมากของเชคสเปียร์เลยล่ะ แต่เราก็ไม่ได้สนใจพวกเรื่องคอมเมดี้ของเฮียเชคซักเท่าไหร่น่ะนะ

*

วันนี้นั่งค้นๆเรื่อง ศิลปะสมัยเรเนอซองส์ ล่ะ เป็นหัวข้อที่เราคิดว่าจะทำรายงานสารนิเทศ (ขอเรียกแบบนี้ด้วยความคุ้นเคยเถอะ แม้ว่ามันจะชื่อวิชาว่าการเขียนรายงานก็ตาม มันก็เหมือนสารนิเทศที่เตรียมฯเปี๊ยบเลย)

เรื่องสงครามครูเสดไม่เอาแล้ว เพราะในห้องมีคนคิดเหมือนกันว่าจะทำ แย่เลย ไม่อยากทำซ้ำกับใครทั้งนั้นแหละ ถึงเราจะไม่รู้ว่าคนนั้นเค้าจะทำเรื่องนี้รึเปล่าก็เถอะ แค่ลิสท์มาซ้ำกันอย่างเดียวในสามอย่างนี่เราก็ไม่อยากทำแล้ว
ศิลปะเรเนอซองส์นี่ก็ไม่รู้จะเวิร์คมั้ย หาหนังสือยากรึเปล่าเนี่ย

ในเซคเรา มีคนที่ไม่เคยเรียนสารนิเทศมาก่อนแล้วกำหนดหัวข้อแปลกๆหาข้อมูลยากๆเยอะเลยล่ะ
ก็ไม่รู้จะเตือนเค้ายังไงว่าอย่าทำเลย เพราะเราไม่รู้จักเค้าเหล่านั้นหรอก
แต่ถ้าทำเรื่องที่หาแหล่งอ้างอิงยากๆล่ะก็ ซวยแน่ๆ รายงานสิบหน้ากลายเป็นงานหนักเลยล่ะ
(ตอนหาแหล่งอ้างอิงที่เป็นหนังสือนี่ยิ่งแล้วใหญ่ กระอักเลือดตายกันเป็นแถบแน่ๆ)

เสียดายครูเสดดดดด หาข้อมูลง่ายสุดในสามเรื่องที่เราลิสท์ไปแล้วแท้ๆ
หาสงครามอื่นดีมั้ยนะ…. เรเนอซองส์อยากทำก็จริงแต่มันข้อมูลเยอะไป กลัวยัดลงสิบหน้าไม่ได้ ถึงแม้ว่าในวิกิจะสั้นนิดเดียวก็เถอะ ฮา

ไม่น่าห้ามเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเล้ย เฮ่ออออ…..
เรียนสารนิเทศของอักษรแล้วรักอาจารย์กลิ่นยี่สุ่นขึ้นมาเลยทีเดียว เพราะอย่างน้อยเจ๊แกก็มีคอมให้เล่นในคาบน่ะ

ทีหลังเอาพีเอสพีไปเล่นในคาบเรียนดีมั้ยเนี่ย นั่งฟังเลคเชอร์เรื่องการเขียนรายงานนี่มันน่าเบื่อสิ้นดี
อาจารย์พูดเองนะว่าหลับได้ ทำงานอย่างอื่นได้ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คุย!

ขี้เกียจทำรายงานเฟร้ย T___T


บ่ายวันนี้ดู X-Men Origins : Wolfverine ล่ะ
ดูแล้วไม่ค่อยรู้สึกเหมือนดู X-Men เลยแฮะ สงสัยเพราะเซตตัวละครไม่เหมือนในสามภาคแรกที่เคยดูล่ะมั้ง

ฮิว แจ๊คแมนโชว์กล้ามพร่ำเพรื่อมากกกกก
ฉากวิ่งแก้ผ้าเข้าโรงนาขำแทบตาย ตอนนี้นึกถึงก็ยังขำอยู่ ตลกมากกกก

สไตรเกอร์เล๊วเลว ขนาดสาบานยังสาบานให้ลูกตัวเองตาย แทนที่จะสาบานให้ตัวเองมีอันเป็นไป
แต่สุดท้ายลูกมันก็ตายจริงๆ และมันก็ตายไปด้วย(ในภาคสอง) วะฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า

รู้สึกว่าฉากที่พี่วูล์ฟแกหนีจากห้องทดลองมันขัดๆกับในภาคสองนิดหน่อยนะ
ทำเป็นไฟนอลไปได้ ทำภาคเสริมขึ้นมาทีไรขัดกันในรายละเอียดทุกที ฮา


สุดท้าย
รู้สึกว่าช่วงนี้ทำตัวเป็นคนไม่มีงานอดิเรกเลยจริงๆ
ไปเรียนกลับมาก็ดูทีวี กินและนอน

นิยายก็ไม่ได้อ่าน ละครญี่ปุ่นก็ไม่ได้ดู ตามเซฟรูปหนุ่มๆก็ไม่ได้ตาม อนิเมก็ไม่ได้ดู ไม่ได้ซื้อการ์ตูนเลยด้วยซ้ำ
วันๆดูแต่สกุลกากับบ่วงหงส์เนี่ย 5555555555
(กับดูรายการกอสสิปดารา พระเจ้าช่วยยยยยย)


ป.ล. ในคุโรซากิแปล "Life’s but a walking shadow" ว่า ชีวิตประดุจเงาเดินได้ แต่ อ.นพมาสแปลว่า ชีวิตเป็นเพียงรูปเงาโลดแล่น ล่ะ อันหลังฟังดูหรูขึ้นเยอะเลย
ป.ล. 2 ชักจะรู้สึกว่าผมตัวเองยาวเกินไปแล้ว ตัดซักหน่อยก็ดีนะเนี่ย
ป.ล. 3 กระเป๋าอิตาลีเราขาดเป็นรูตั้งแต่เมื่อวันก่อนโน้นนน T____T ไม่กล้าเอามาเย็บแล้วใช้ใหม่แล้วล่ะ เก็บไว้เป็นที่ระลึกดีกว่า รู้สึกใช้คุ้มแล้วด้วย ตอนนี้อยากหาใบใหม่ทดแทนจังเลยวุ้ย แต่ไม่มีตัง ฮือออออ
ป.ล. 4 สุดท้ายลุงฉัตรชัยก็ไม่มาถ่ายะลครที่บ้านเรา ว้า…. เสียดาย อยากให้บ้านได้ออกทีวีมั่ง 5555555


รักโลกใบนี้

8 comments on “Life’s but a walking shadow

  1. Muk says:

    "ชอบบทออริจินอลมากกว่า มันพาวเวอร์ฟูลกว่าเยอะ"ต้องไปเรียน use thai lan อย่างจริงจังแล้วละชุติภัค

    Like

  2. katekaew says:

    อะไร อุตส่าห์ อวดนักอวดหนาว่าบ้านจะได้ออกทีวี 555รักพี่พนักงานเซเว่น อยากขอแต่งงาน 55555 ประทับใจมากกกกกกก อิทส์อะหั่นอยู่เนี่ย ไม่ไหวแล้ววววววววสารนิเทศ เราทำเรื่องสิวนะ ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณพ่อแล้วนะคะ 555

    Like

  3. Chutipuk says:

    โอเค มุก เราขอโทษ 5555555ต่อไปเราจะหันไปใช้ภาษาญี่ปุ่นแทนดีมั้ย 555555555ส่วน กก แม่เรายิ่งกว่าเราอีกนะเว้ย พ่อเราบอกว่ารู้กันทั้งซอยเลย น่าขายหน้าป่ะล่ะ 55555555ไม่ใช่ อิทส์อะ ต้องเป็น อิทสะ เค้าออกเสียงถูกต้องตามหลักเชื่อมเสียงด้วยนะเว้ยน่าย้ายมาสาขาอักษรจริงๆพี่คนนั้น 555555vv

    Like

  4. BliNk says:

    555 อักษรมีเซเว่นด้วยอ๋อวะ มันของสินกำนะ อยุหน้าคณะชั้น มันเป็นโรงอาหารคณะชั้นโว้ย อย่าแย่ง ฮ่าๆๆๆป.ล.quote นั้นอยุในหนังเรื่องรูมเมทด้วย ฮ่าๆๆ ชั้นกำลังคิดจะไปดู

    Like

  5. Muk says:

    อี๋ รูมเมท อี๋ๆๆๆๆๆ555555555555555ไม่มีไรจ้ะ ชวนพี่คนนั้นไปด้วยสิ อิอิ

    Like

  6. Pawit says:

    เข้ามาหาลิ้งเข้า เสปสตัวเอง

    Like

  7. EIRDDD. says:

    ชั้นคิดถึงทุกโคนนนนนนนนมากมายๆๆๆๆๆๆๆไม่มีเรื่องอะไรจะไห้เล่าอยากกลับไปอยู่เตรียม.

    Like

  8. EIRDDD. says:

    อ้อ ใครมีหนังสือ เกี่ยวกับพืชและวรรณคดีมั้ยแบบว่า วรรณคดีอะไรก็ตามที่มีพืชอยู่ด้วยว้อนมากทำรายงาน

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s