INE & AMANOHASHIDATE

เนื่องจากช่วงที่เราเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น พ่อแม่เราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันบ่อยมาก บ่อยจนหลังๆ เริ่มไม่รู้จะไปไหนละ วนเวียนอยู่แถวๆ โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ แค่นี้ แล้วก็ไปแต่ที่เดิมๆ พอถึงทริปสุดท้ายก่อนกลับ แม่เลยเกิดอยากทำอะไรท้าทายขึ้นมา คือขับรถเที่ยวเองแทนที่จะนั่งรถไฟ… สมาชิกในบ้านพยายามคัดค้านแค่ไหนแม่ก็ยืนกรานว่าจะขับรถเที่ยวให้ได้ สุดท้ายเลยลงเอยด้วยการเช่ารถขับหนึ่งวัน

เป้าหมายปลายทางของการขับรถเที่ยวคราวนี้คือหมู่บ้านอิเนะ ซึ่งอยู่สุดไกลโพ้นนนนนของเกียวโต เป็นสถานที่ที่เราไม่รู้จักมาก่อนจนกระทั่งแม่มาบอกว่าอยากไป มารู้ทีหลังว่าจริงๆ แล้วก็เป็นสถานที่ที่ดังอยู่เหมือนกันนะ (เผอิญเราจะรู้จักแค่ที่ที่โผล่ในอนิเมะที่เคยดู…..) ส่วนแม่เราไปรู้จักมาจากรายการสุโก้ยเจแปนของฮิโระซัง (คือถ้าแม่ไปรู้จักสถานที่แปลกๆ ที่ไม่มีในไกด์บุ๊กก็รู้เลยว่าดูมาจาก youtube แน่นอน……) สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับที่นี่ก็คือเป็นหมู่บ้านชาวประมง จบ

บ้านเราเดินทางโดยเริ่มจากนัมบะเพราะพักแถวนั้น จริงๆ จากนัมบะถึงอิเนะห่างกันประมาณ 160 กิโลกว่าๆ แต่เราใช้เวลาเดินทางกันนานมาก ออกจากนัมบะเก้าโมงกว่า กว่าจะถึงอิเนะก็เที่ยง เพราะหลงทาง 55555555 บนรถมี GPS ให้แหละ แต่ตอนขาไปก็หลงไปนิดนึง เผลอเลี้ยวผิดลงจากทางด่วน กว่าจะหาทางกลับขึ้นทางด่วนได้ก็เสียเวลาอยู่นาน บวกกับแวะหาของกินที่จุดแวะพักรถด้วยก็เลยใช้เวลาเดินทางเยอะหน่อย ส่วนขากลับใช้เวลาน้อยลงแต่ก็นานอยู่ดี เพราะขับกันแบบรักษากฎเคร่งครัดมาก ทางด่วนให้ขับแค่ไหนก็ขับแค่นั้น ไม่กล้าซิ่งแม้รถทุกคันบนทางด่วนจะแซงเราไปก็ตาม…

และเมื่อมาถึงหมู่บ้านอิเนะก็… ตกใจในความร้าง 555555555 หมู่บ้านเงียบมากกกกก ทุกบ้านปิดประตูเงียบกริบ ไม่เจอผู้คนท้องถิ่น ไม่มีรถราใดๆ มีคนญี่ปุ่นที่มาเที่ยวอยู่ไม่กี่คน

เราจอดรถแล้วเดินมาตามถนนเรื่อยๆ จนมาเจอที่จอดรถริมทะเลอีกที่ ตรงนั้นมีแผนที่บอกว่าจริงๆ แล้วส่วนร้างๆ ที่เราเดินผ่านเมื่อกี้เนี่ยมันเป็นแค่ปากทางของหมู่บ้านเท่านั้น อิเนะยังมีอะไรอีกมากมายก่ายกอง

ดูแผนที่แล้วก็เลยตัดสินใจว่าขับรถไปจนสุดทางก่อนแล้วกัน เจออะไรน่าสนใจค่อยย้อนกลับมาดูอีกที คิดได้ดังนั้นก็เลยขับกันไปจนสุดทาง แล้วค่อยย้อนกลับมาจอดรถแถวๆ tourist information ซึ่งเป็นย่านที่ดูเจริญสุดและมีผู้คนพลุกพล่านสุดละ

เอาจริงๆ ตัวหมู่บ้านส่วนใหญ่แล้วก็หน้าตาเหมือนๆ ตรงปากทางแหละ คือเป็นบ้านไม้มีใต้ถุน มีเรือจอด อะไรประมาณนี้

เราแวะกินอาหารที่ร้านชั้นบนของ tourist information ด้วย และเนื่องจากเป็นหมู่บ้านชาวประมง ร้านอาหารจึงมีแต่อาหารทะเล (เศร้ามากสำหรับเราที่ไม่ได้นิยมอาหารทะเล) เราสั่งชาบูปลามากิน สุดจะไม่อิ่ม เพราะปริมาณน้อยมาก…

กินเสร็จก็ลงไปสำรวจ tourist information เพื่อหาข้อมูลว่าจะนั่งเรือชมหมู่บ้านได้ยังไง ปรากฏว่าวิธีนั่งเรือก็คือต้องบอกคนที่ tourist information ให้โทรเจรจากับเรือก่อน เพราะบางวันคลื่นลมอาจจะแรงจนเรือไม่วิ่ง เจรจาเสร็จแล้วเราค่อยเดินไปขึ้นเรือที่…… ลานจอดรถ งงมากเพราะหมู่บ้านก็มีท่าเรือนะ แต่เราต้องไปขึ้นเรือที่ลานจอดรถ ทำไมล่ะ แล้วจะมีท่าเรือไว้ทำอะไร….

ค่านั่งเรือสนนราคาคนละพันเยน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เรือก็แล่นวนๆ ในอ่าวนั่นแหละ ลุงคนขับเรือจะบรรยายให้ฟังตลอดทาง แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด เราฟังลุงแล้วก็แปลให้ที่บ้านฟังไปด้วย แต่บางทีก็ขี้เกียจแปล ลุงแกมีการหยุดบรรยายแล้วถามเราด้วยว่าเมื่อกี้แปลรึยัง ถ้ายังก็แปลด้วยนะ แหมะะะ อู้หน่อยไม่ได้เลยยยยย 55555555

เนื้อหาการบรรยายของลุงจะเป็นการอธิบายว่าตึกตรงนั้นเป็นอะไร ตรงนี้ไว้ทำอะไร ตรงนั้นเป็นโรงเหล้านะ ตรงนี้เป็นบ้านเก่าแก่ที่สุดในหมู่บ้านนะ เรือลำนั้นใช้สำหรับเทศกาลนะ จุดนี้เป็นจุดถ่ายละครนะ ลุงไม่ได้เล่าอย่างเดียว แต่มีอัลบั้มรูปประกอบด้วย ทั้งรูปหมู่บ้านสมัยที่ยังเป็นหลังคามุงด้วยฟาง รูปงานเทศกาล รูปสมัยหลังสงครามหมาดๆ คือค่าเรือพันเยนนี่คิดเป็นค่าบรรยายของลุงไปแล้วแปดร้อยเห็นจะได้ ลุงตั้งอกตั้งใจมากจริง

นอกจากฟังเลคเชอร์ของลุงแล้ว กิจกรรมอีกอย่างบนเรือคือให้อาหารนก ลุงจะแจกคาลบี้มาให้คนละห่อ เอาไว้โยนให้นกนางนวลกับเหยี่ยวกิน ที่นี่นกเยอะมากกกกกกกก พอถึงช่วงให้อาหารแล้วทุกคนเริ่มโยนคาลบี้ออกจากเรือ นกทั่วทั้งหมู่บ้านจะแห่มารุมเรือกันไม่หยุดหย่อน เป็นภาพที่ตอนเราเห็นจากร้านอาหารรู้สึกตกใจมาก เหมือนนกทั้งฝูงกำลังพยายามจมเรือ แต่ตอนดูจากบนเรือมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพราะนกมันแค่โฉบมางับของกินเฉยๆ

นั่งเรือเสร็จก็ไม่ได้ทำอะไรละ ออกจากอิเนะแล้วไปอามะโนะฮาชิดาเตะกันต่อ ที่นี่ดังกว่าอิเนะเพราะเป็นหนึ่งในนิฮงซังเค (日本三景) สามสถานที่ที่ว่ากันว่าวิวสวยที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งวิวที่เค้าฮิตกันคือวิวที่ต้องขึ้นเขาไปแล้วมองลงมาที่ป่าสน แต่เราขี้เกียจขึ้นเขาเลยเดินเล่นดูแต่ข้างล่างพอ

เจอร้านเจลาโต้เลยแวะซื้อซะหน่อย ตอนแรกสะดุดตาเพราะเห็นเซนไซ อยากกินเซนไซมากกว่า แต่พอเห็นเจลาโต้รสนมโรยด้วยเกลือไวน์แดงแล้วรู้สึกว่าแปลกประหลาดน่าสนใจดี คิดแล้วจึงซื้อมาลองก่อนจะพบว่าอีเกลือไวน์แดงอะไรเนี่ยเค็มมากกกกกกกกกกกก กินเข้าไปคำแรกแทบพ่นออกมา แต่ซื้อมาแล้วก็ควรจะกินๆ เข้าไปซะ สุดท้ายเลยกล้ำกลืนเข้าไปจนหมด แต่พอกินเกลือหมดแล้วเจลาโต้ส่วนที่เป็นนมก็อร่อยมากนะ ไม่น่าเศร้าเท่าไหร่

↑ แถวนี้คนขี่จักรยานกันเยอะมาก ร้านเช่าจักรยานก็เยอะมากด้วย เห็นคนเช่าจักรยานขี่เข้าป่ากันเพียบเลย

ชอบเซียมซีของศาลเจ้านี้ ทำเป็นรูปพัด แล้วคนจะเอามาแขวนกันตามต้นสน น่ารักมากๆๆ

ตอนแรกไม่ได้คิดจะแวะมาที่นี่เพราะตั้งใจจะไปอิเนะอย่างเดียว แต่เห็นเวลาเหลือเลยแวะๆ หน่อยละกัน พอแวะแล้วก็เออ ชอบแฮะ มันดูมีอะไรมากกว่าอิเนะอีก มีร้านค้า มีป่าสน มีเรือ มีศาลเจ้า มีสวนสนุก ฯลฯ แถวนี้มาง่ายกว่าอิเนะเพราะนั่งรถไฟมาได้ ไม่เหมือนอิเนะที่ต้องนั่งรถไฟมาต่อบัสอีกที ที่นี่เลยพลุกพล่านกว่าอิเนะเยอะ

ถึงจะเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ขึ้นไปชมวิวบนเขาแต่แค่นี้ก็พอใจละ เก็บนิฮงซังเคครบละ เย้!

ออกจากอามะโนะฮาชิดาเตะก็ขับรถกลับนัมบะ ต้องเอารถไปคืนตอนสองทุ่ม ทีนี้ความระทึกใจคือจีพีเอสในรถมันตั้งมาผิด พอกดกลับบ้านมันดันนำทางเราไปที่ร้านเช่าสาขาเท็นโนจิ…. ตอนมันบอกว่าใกล้ถึงแล้วแต่ข้างๆ เป็นซือเทนคาคุก็เริ่มรู้สึกว่ามันแหม่งๆ ละ แล้วตอนนั้นดันใกล้สองทุ่มแล้วด้วย เลยแตกตื่นกันทั้งคันรถ ทะเลาะกันยกใหญ่ 555555555 ยังดีที่เท็นโนจิกับนัมบะมันไม่ไกลกัน สุดท้ายเลยต้องอ่านป้ายบนถนนและเอารถไปคืนทันเวลาโดยสวัสดิภาพ ฟู่ววว /ปาดเหงื่อ

โดยรวมแล้วเสียค่าเช่ารถ+ค่าทางด่วนไปเกือบๆ สองหมื่นเยน ค่าเช่ารถเจ็ดพัน เป็นค่าโน่นนี่ยิบย่อยอีกนิดนึง ที่เหลือเป็นค่าทางด่วนจ้าาา ค่าทางด่วนแพงกว่าค่าเช่ารถอีก บ้าไปแล้ว แต่หารจำนวนคนออกมาแล้วยังถูกกว่านั่งรถไฟไปนะ ถือว่าคุ้มแหละ

สรุปแล้วขับรถเที่ยวเองก็ดีตรงที่สะดวก ได้ไปในที่ที่นั่งรถไฟไปลำบาก ได้ไปตามเส้นทางที่ถ้านั่งรถไฟจะไม่ได้เห็น อยากแวะไหนก็แวะ แต่ในฐานะคนบอกทางแล้ว คราวหน้าขอนั่งรถไฟเที่ยวเถอะ 5555555555

Advertisements

Pio Fiore no Banshou

เพิ่งเล่นเกมจีบหนุ่มจบไปอีกเกม! จริงๆ อยากเขียนถึงแต่ละรูทแบบละเอียดๆ แต่ไม่มีเวลา ฮือ จะไม่เขียนถึงเลยก็เสียดายเพราะเป็นเกมที่เล่นแล้วชอบมากอีกเกมนึง เพราะงั้นเลยว่าจะมาสรุปความรู้สึกหลังเล่นไว้ซะหน่อย

เกมนี้มีชื่อว่า ピオフィオーレの晩鐘 (Pio Fiore no Banshou) เป็นเกมแนวมาเฟียอิตาลีย้อนยุค ย้อนไปประมาณปี 1925 ณ เมือง Burlone เป็นเมืองที่สมมติขึ้นมาว่าตั้งอยู่ที่อิตาลีใต้ ตกอยู่ภายใต้การปกครองของแก๊งมาเฟียสามแก๊ง ได้แก่ ฟาลโซเน่ วิสคอนติ และเหล่าสู่ (=老鼠 ในเกมเรียกกันว่าเหลาชู แต่ดูเหมือนถ้าอ่านแบบจีนที่ถูกต้องจริงๆ จะเป็น เหล่าสู่ มั้ง??) เนื้อเรื่องแต่ละรูทก็จะวนเวียนอยู่กับแก๊งมาเฟียต่างๆ เหล่านี้นี่แหละ

ความที่เกมนี้แยกรูทตั้งแต่ต้นๆ เกม พอจะสรุปเนื้อเรื่องเลยไม่รู้จะสรุปยังไง 5555555 เนื้อเรื่องแต่ละรูทไปคนละทิศละทางเลย คือมันก็มีเนื้อเรื่องที่เป็นแกนหลักอยู่ ประมาณว่านางเอกเป็นคนสำคัญที่ทำให้แต่ละแก๊งต้องมาแย่งชิงตัวกัน แต่การดำเนินเรื่องในแต่ละรูทมันแทบไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง เพราะงั้นมันเลยมีทั้งรูทที่เนื้อเรื่องสนุกสุดๆ และรูทที่เล่นๆ ไปแล้วก็แอบหาวอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็คิดว่าเป็นเกมที่เนื้อเรื่องมีความสนุกและวางไม่ลงประมาณนึง บางรูทเริ่มเล่นแล้วหยุดไม่ได้เลย รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

 

***EXTREME SPOILER ALERT***

 

จุดประสงค์หลักคืออยากกรี๊ดผู้ชาย เพราะงั้นจะพูดถึงแต่ละคนไปตามลำดับที่เล่นละกันนะ

 

※ Dante Falzone (CV: Ishikawa Kaito) ※

ตอนเริ่มเกมจะมีให้เล่นแค่สองรูทคือดันเต้กับนิโคล่า จริงๆ เราชอบหน้าตาและคนพากย์นิโคล่ามากกว่า แต่เพื่อนที่ยืมไปเล่นก่อนหน้านี้แนะนำให้เล่นดันเต้ก่อนเพราะเนื้อเรื่องดันเต้เกี่ยวกับพล็อตหลักมากกว่า ก็โอเค เล่นดันเต้ก่อนก็ด้ะ ตอนนั้นเริ่มเล่นแบบไม่สนใจไยดีอะไรดันเต้เลย คิดแต่ว่าอยากไปเล่นรูทนิโคล่าเร็วๆ

ดันเต้เป็นหนึ่งในตัวละครที่สต๊าฟเรียกว่าเป็น “พระเอก” ของเกมนี้ ตอนแรกเรานึกว่าดันเต้เป็นพระเอกคนเดียว เพิ่งรู้จากบล็อกของสต๊าฟว่ากิลเบิร์ตเป็นพระเอกอีกคนนึง ซึ่งหลังจากเล่นจบแล้วเรายังไม่รู้สึกเลยว่ากิลเบิร์ตเป็นพระเอกตรงไหนเหรอ 5555555 เพราะบทดันเต้เนี่ยพระเอกมากจริง คือเป็นคนที่ถูกชะตาฟ้าลิขิตมาให้เป็นเนื้อคู่กับนางเอกเลย

บทบาทของดันเต้คือเป็นคาโป (=หัวหน้า) ของแก๊งฟาลโซเน่ที่รับสืบทอดตำแหน่งตั้งแต่ยังหนุ่ม เนื้อเรื่องรูทดันเต้ก็จะว่าด้วยความสำคัญของตระกูลฟาลโซเน่ว่ามีความเป็นมายังไง มีหน้าที่อะไร เกี่ยวข้องกับนางเอกยังไง ซึ่งเนื้อเรื่องมันไปไกลกว่าที่เราคิดไว้เยอะเหมือนกัน

เล่าแบบสรุปๆ ก็คือตระกูลฟาลโซเน่เนี่ยได้รับหน้าที่จากศาสนจักรให้ปกป้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลับใหลอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ ส่วนนางเอกคือหญิงสาวแห่งกุญแจที่มีความสำคัญในการปลดผนึกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า ผู้หญิงที่จะมารับหน้าที่นี้ก็คือคนที่เป็นเนื้อคู่กับสายเลือดของฟาลโซเน่ แต่นางเอกไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญของศาสนจักร ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาอยู่ที่โบสถ์ไปวันๆ จนกระทั่งวันนึงเกือบจะโดนลักพาตัวไป ดันเต้เลยมาช่วยและพาตัวไปอยู่ที่คฤหาสน์ฟาลโซเน่เพื่อปกป้องคุ้มครอง ปฏิบัติการคว้าหัวใจคุณชายหัวหน้าแก๊งจึงเริ่มขึ้น ผ่ามผ่ามมมมมม

ความสนุกของเนื้อเรื่องรูทนี้คือจะมีการหยอดปริศนามาเรื่อยๆ ชวนให้รู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่า เอ๊ะ นางเอกเป็นใครกันแน่นะ? แล้วอีตระกูลฟาลโซเน่นี่สำคัญยังไง? สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าคืออะไรกันแน่? แต่ตอนเฉลยปริศนาเหล่านี้แอบน่าเบื่อนิดหน่อย 55555555 คือให้ตัวละครมาเล็คเชอร์ๆๆๆๆให้ฟัง มันเลยไม่ค่อยรู้สึก ว้าวววว ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองงงงง เท่าไหร่ ปริศนาที่เป็นไฮไลท์ของรูทนี้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฟาลโซเน่ปกป้องอยู่คืออะไรก็… จะว่าว้าวก็…. หลังจากอ่านนิยายแดนบราวน์มาเยอะมากก็เฉยๆ กับมุกนี้นะ

สปอยล์แรงๆ เลยว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฟาลโซเน่ปกป้องมาตลอดคือกระดูกของพระเยซู ซึ่งหากความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไปก็จะสั่นสะเทือนจิตศรัทธาของศาสนิกชนอย่างรุนแรง ฟาลโซเน่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ให้ได้ ตอนเฉลยก็แปลกใจนิดนึงที่เอาประเด็นศาสนามาเล่นแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ เจอในนิยายแดนบราวน์บ่อยแล้ว เลยไม่รู้สึกว้าว 5555555555

พล็อตหลักๆ ที่เกี่ยวกับนางเอกก็ประมาณนั้น แต่นอกจากนั้นแล้วรูทนี้ยังมีความวุ่นวายอีกเยอะแยะมาก ทั้งมีการทรยศหักหลังกันในแก๊ง ทั้งมีหัวหน้าแก๊งอื่นมาตามวอแว มีอะไรให้ตื่นเต้นได้ตลอดเวลา เป็นรูทที่เราให้คะแนนความสนุกเป็นอันดับสองเลย

ส่วนคะแนนความชอบตัวละครนั้นก็พุ่งพรวดพราดได้ตลอดเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ จากที่ตอนแรกไม่สนใจดันเต้เลยยยยย กลายเป็นว่าพอเล่นจบครบทุกรูทแล้วดันชอบดันเต้มากสุดซะงั้น มาแรงมาก!!

อย่างที่บอกนั่นแหละว่าดันเต้พระเอ๊กพระเอก นอกจากเนื้อเรื่องจะพระเอกมากแล้ว นิสัยก็ยังพระเอกสุดๆ ด้วย ดันเต้เนี่ยเป็นคนที่ดูรักและใส่ใจนางเอกมากสุดละ ตอนนางเอกไปอยู่บ้านตัวเองก็คอยสั่งลูกน้องให้เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี หาหนังสือให้อ่านเล่นเวลาว่างๆ พอนางเอกบ่นเหงาก็หาแมวมาให้เลี้ยง แต่ไม่ยอมบอกตรงๆ ว่าตัวเองเป็นคนสั่ง ให้ลูกน้องได้หน้าไปแทน แหม๊ะะะ มีความขี้อายเบาๆ นั่ลลั๊กกกกกกก

สาเหตุหลักๆ ที่ชอบดันเต้คงเพราะแก๊ปโมเอะ ตอนแรกนึกว่าเป็นคนขรึมๆ คูลๆ เป็นหัวหน้าแก๊งสุดเลือดเย็น แต่ความจริงดันเต้เป็นคนที่มีแง่มุมคิวท์ๆ เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เล่นไปเล่นมาแล้วมีจุดที่ชวนให้รู้สึกว่า โอ๊ยยยยย เอ็นดู๊ววววเอ็นดูวววววว เยอะแยะไปหมด คือดันเต้เนี่ยเป็นคุณชายที่ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี โดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนอ่อนโยนใจดี ละมุนละไม นุ่มๆ ใสๆ เพียวๆ ไม่คุ้นเคยกับผู้หญิง แต่เพราะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเลยชอบวางท่าโหดๆ ไว้ก่อน ช่วงแรกๆ ก็พยายามเก๊กขรึมใส่นางเอก แต่เล่นไปสักพักมันจะมีฉากที่ดันเต้สารภาพว่าจริงๆ แล้วแค่พยายามเก๊กอยู่เป็นระยะๆ เอ็นดูมาก 5555555555

มีฉากนึงในรูทอื่นที่เราชอบมาก เป็นฉากที่นางเอกไปบ้านดันเต้แล้วขอเอสเปรสโซ่จากแม่บ้าน ดันเต้เลยขอเอสเปรสโซ่ด้วย พอแม่บ้านทักว่า ต๊าย จะดื่มจริงๆ เหรอคะ? ชอบหวานๆ ไม่ใช่เหรอ?? ดันเต้ก็ยังยืนยันว่าจะดื่มเอสเปรสโซ่ให้ได้ แต่พอถึงเวลาไปนั่งดื่มด้วยกันกับนางเอกจริงๆ ดันทำหน้ามุ่ยบ่นว่าขม แล้วสารภาพแบบเขินๆ ว่าไม่อยากกินหวานๆ เพราะมันดูไม่คูล ไม่สมตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง ฮืออออออ โคตรน่ารักกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

มีฉากที่คล้ายๆ ฉากนี้อีกฉากนึงคือดันเต้กินขนมที่นางเอกทำให้แล้วชอบมาก แต่ไม่กล้าขอให้ทำอีกเพราะกลัวว่าหัวหน้าแก๊งแสดงออกว่าอยากกินขนมหวานแล้วมันจะไม่คูล ฮือ 5555555555555

อีกฉากที่น่ารักมากคือ short story ที่ได้หลังจากเล่นจบ เป็นเรื่องราวหลังจากกู้ดเอนด์ ดันเต้ได้ไวน์ขาวมาขวดนึงเลยชวนนางเอกดื่ม พอนางเอกดื่มไปสักพัก ดันเต้ก็คิดว่าอยากเห็นนางเอกเมาเลยรินไวน์ไม่หยุด ปรากฏว่าดื่มไปดื่มมา ดันเต้เมาเองจ้าาาาาา พอเมาแล้วก็ชมนางเอกว่าน่ารักไม่ขาดปาก โอ๊ยยยยยยยย คาโปคะะะะะะะะะ (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

ที่สำคัญคือดันเต้เป็นคนเขินง่าย หน้าแดงบ๊อยบ่อย เผลอๆ เขินง่ายกว่านางเอกอีกมั้ง….. อย่างในรูทดันเต้มีฉากนึงที่ดันเต้หลับอยู่ที่โซฟาแล้วนางเอกบังเอิญสะดุดล้มจนไปคร่อมดันเต้ พอดันเต้ตื่นมาเจอก็งุนงงไปแป๊บนึงก่อนจะหน้าแดงแปร๊ดดดดดด

เจอฉากนี้เข้าไปก็คือไม่สนใจหนุ่มๆ คนอื่นละ นิโคล่าฟรานเชสก้าอะไรไม่รู้จักแล้ว หนูขออยู่ทีมคาโปตลอดปัยยยยยย♥♥♥

หน้าเขินปกติก็โคตรน่ารัก ฮืออออออออออออออ

รู้สึกคิดถูกมากที่เล่นรูทดันเต้คนแรก เพราะหลังจากนั้นเราก็สนุกกับทุกฉากที่ดันเต้โผล่มาไม่ว่าจะอยู่รูทไหนก็ตาม 555555555555 แต่เกมนี้เนื้อหามันออกจะรุนแรง มีการฆ่าฟันกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทุกคนสามารถตายง่ายๆ ได้ทุกเมื่อ บางทีพออยู่ในรูทคนอื่นเราก็ต้องเห็นดันเต้ตายจากไปโดยไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย เศร้า T_T

สิ่งที่ชอบมากเวลาเล่นรูทคนอื่นคือดันเต้ยังคงรักมั่นในนางเอกไม่เปลี่ยนแปลง! จริงๆ ก็ไม่เชิงว่ารักมั่นหรอก แต่ดันเต้เป็นคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่สูง เลยยึดมั่นกับหน้าที่ของตระกูลที่จะต้องปกป้องสุสานและปกป้องนางเอก (ความจริงแล้วดันเต้เป็นคนที่ปกป้องนางเอกมาตลอดตั้งแต่เกมยังไม่เริ่มเลยนะ!!!!) เวลานางเอกโดนคนอื่นลักพาตัวไป ดันเต้ก็จะคอยตามทวงคืนตลอด เห็นดันเต้โผล่มาทวงทีไรอยากวิ่งแจ้นกลับคฤหาสน์ฟาลโซเน่ทุกทีเลย คาโปขาาาาาา♥♥♥

ถึงจะบอกว่าน่ารักงู้นงี้ แต่บทจะโหดก็โหดเหมือนกันนะ เราชอบดันเต้ในแบดเอนด์ออร์ล็อกมากกกกกก นานๆ ทีจะทำอะไรโหดๆ สมเป็นมาเฟียบ้าง คือดันเต้จับตัวนางเอกกับออร์ล็อกได้ แล้วยื่นข้อเสนอว่าจะไว้ชีวิตออร์ล็อก โดยมีเงื่อนไขว่านางเอกต้องยอมตกเป็นของดันเต้ พอนางเอกยอม ดันเต้ก็ผลักนางเอกลงบนเตียงต่อหน้าออร์ล็อก อู้วววววว

ชอบที่ถึงจะดูเป็นการเล่นสกปรกแต่ดันเต้ก็ไม่ทำอะไรถ้านางเอกไม่ตกลงอยู่ดี แต่ลองคิดดูแล้วถ้าเป็นคนอื่นทำแบบนี้เราอาจจะเฉยๆ 555555555 พอเป็นดันเต้แล้วมันก็ อู้ยยยยยย อร่อยจังเลยค่ะ ขออีกๆๆๆ /ปาดน้ำลาย

เกือบลืม โมเอะพอยท์อีกอย่างที่ชอบมากคือหมวก ชอบโบที่หมวกมาก ไม่ว่าดันเต้จะเก๊กหน้าขึงขังแค่ไหน พอเหลือบไปเห็นโบทีไรก็เอ็นดูทู้กที (≧ω≦)

โดยสรุปแล้วก็คือดันเต้ทำอะไรก็ดีงาม! แม้แต่ยามถอนหายใจด้วยความเอือมระอายังน่ารัก! /อวยมืดบอด

 

※ Nicola Francesca (CV: Kimura Ryohei) ※

ไม่รู้จะพูดถึงนิโคล่ายังไงดีให้ดูไม่เกรี้ยวกราดเกินไป….. /ยิ้มแห้ง

ข้อเสียของการเล่นรูทดันเต้ก่อนก็คือทำให้เริ่มต้นกับนิโคล่าด้วยความหวาดระแวง 55555555 ในรูทดันเต้เนี่ยนิโคล่าจะหักหลังแก๊งตัวเอง จับนางเอกส่งให้แก๊งอื่น แถมยังพยายามกีดกันนางเอกจากดันเต้ทุกวิถีทาง และในรูทนี้ก็เช่นกัน….

นิโคล่าเป็นอันเดอร์บอสของแก๊งฟาลโซเน่ เป็นทั้งญาติสนิทและมือขวาของดันเต้ เป็นพี่ชายที่รักดันเต้สุดหัวใจ รักน้องจนยอมทำทุกอย่างเพื่อปลดปล่อยน้องให้เป็นอิสระจากภาระหน้าที่หัวหน้าแก๊งอันหนักอึ้ง ยอมทรยศแก๊งทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้รับการให้อภัย รู้ว่าตัวเองจะโดนไล่ล่า รู้ว่าจะไม่ได้รับการต้อนรับจากอีกแก๊งนึงที่เข้าไปอยู่ด้วย แต่ก็ยอมแบกรับสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดไว้เพียงลำพังเพื่อดันเต้ โอ้โหหหหห ฟังดูเป็นพี่ชายที่แสนดีเหลือเกิน แต่สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เราหงุดหงิดนิโคล่าตลอดทั้งรูท

เนื้อเรื่องรูทนิโคล่าคล้ายๆ รูทดันเต้ตรงที่เล่นไปถึงจุดนึงนิโคล่าจะหักหลังแก๊ง รูทนี้จะอธิบายให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้นว่าทำไมนิโคล่าถึงทรยศดันเต้ทั้งที่รักมาก แต่เนื้อเรื่องรูทนี้จะไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือหน้าที่ของนางเอกใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องราวว่าด้วยภารกิจปลดแอกดันเต้ล้วนๆ

ช่วงแรกๆ นิโคล่าจะทำดีกับนางเอกมากกกกก ตอนเจอกันครั้งแรกก็อาสาพาไปส่งที่โบสถ์ ตอนนางเอกไปอยู่คฤหาสน์ฟาลโซเน่ใหม่ๆ ก็มาเป็นเพื่อนคุย เพื่อนกินข้าว ช่วยให้นางเอกไม่เหงา แถมยังขยันเต๊าะนางเอกเป็นระยะๆ แบบเห็นนางเอกทำขนมก็ไปขอให้ช่วยป้อนงี้ วันดีคืนดีก็มาอ้อนขอนอนหนุนตักงี้ ดูเผินๆ แล้วเป็นคนชะไร่ตรงสเป็กเรามาก พ่ายแพ้ผู้ชายสองมิติขี้หลี 55555555555


ทว่าความจริงแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา!!!!!!!!

พอถึงตอนที่นิโคล่าหักหลังดันเต้และพานางเอกไปอยู่วิสคอนติปุ๊บ นิโคล่าจะเปลี่ยนเป็นคนเย็นชา ไม่แยแสนางเอกใดๆ อีก ที่ผ่านมาก็แค่แสร้งทำเป็นใจดีเพื่อให้นางเอกหลงเชื่อใจเท่านั้น (แต่เสียใจด้วยนะนิโคล่า หลังจากผ่านรูทดันเต้มาแล้วชั้นก็ไม่เคยไว้ใจนายอีก!! เชอะ!!!!!) พอพาตัวนางเอกออกมาจากฟาลโซเน่ได้แล้วก็เลยไม่จำเป็นต้องเล่นละครตบตากันอีก คราวนี้นางเอกที่เผลอใจให้นิโคล่าไปแล้วเลยต้องเป็นฝ่ายคอยเข้าหาแทน โดยมีกิลเบิร์ตเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรัก (ชอบกิลเบิร์ตรูทนี้มาก ให้ฟีลเพื่อนสาว ว่างๆ ก็มานั่งจิบชาเมาท์มอยหอยกาบเรื่องผู้ชายกัน 555555555555)

ความพีคคือฉากที่หักหลังเนี่ย นิโคล่าเอาปืนจ่อหัวนางเอกต่อหน้าดันเต้เลย แล้วถ้าเราเลือกชอยส์ผิดปุ๊บ นิโคล่าจะยิงนางเอกตาย เกมโอเวอร์กันตรงนั้น พี่ค๊ะะะะะะะะ ทำไมพี่ใจร้ายกะนางเอกแบบนี้!!!!!!!! (แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งเดียวด้วยนะที่นิโคล่าฆ่านางเอก…..)

ถึงจะเย็นชาใส่กันขนาดไหน สุดท้ายตอนหลังนิโคล่าก็ยอมรับแหละว่าตัวเองมีใจให้นางเอก (แหงสิ ก็นี่โอโตเมะเกม) ความจริงแล้วนิโคล่าก็มีอะไรที่เราชอบเยอะนะ เช่น หน้าตา (…) ฉากก๊าวๆ ก็เยอะอยู่เหมือนกัน ปกตินิโคล่าเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกจริงๆ ออกมาให้เห็น ชอบยิ้มบางๆ ตลอดแต่ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ เวลามีฉากที่นิโคล่าหลุดฟอร์มมันก็จะจั๊กจี้หัวใจอยู่หน่อยๆ แต่ฉากหลุดฟอร์มก็ไม่ค่อยมีหรอก วางฟอร์มเก่งมากอะคนเนี้ย!

แต่สิ่งที่ทำให้เราหงุดหงิดนิโคล่าก็คือการคิดแทนดันเต้ นิโคล่าคิดไปเองว่าสิ่งที่ดันเต้ต้องแบกรับทำให้ดันเต้ไม่มีความสุข เลยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ดันเต้เป็นอิสระจากหน้าที่ พยายามทำให้ดันเต้ไม่ต้องเป็นมาเฟียอีกต่อไป แต่ไม่ถามดันเต้ซ้ากกกกคำว่าจริงๆ แล้วรู้สึกยังไงกันแน่ สุดท้ายแล้วในเบสท์เอนด์เนี่ยจะมีฉากนิโคล่ากับดันเต้มาเปิดใจคุยเรื่องนี้กัน ซึ่งดันเต้ก็ยังยืนยันว่าจะเป็นคาโปต่อไป ไม่ได้อยากสละตำแหน่งหน้าที่อะไรอย่างที่นิโคล่าคิดเลย สรุปว่าแต่ละอย่างที่นิโคล่าทำไปสูญเปล่ามากๆ จ้า 5555555555

ถึงจะบ่นแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึกของนิโคล่าหรอก… นิโคล่าก็แค่บราค่อนรักน้องมากไปเท่านั้นเอง ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นอกเห็นใจนิโคล่านะ คือเข้าใจเลยว่าคนแบบดันเต้เนี่ย เป็นน้องชายที่ไม่อยากปล่อยไว้แบบนี้ ถ้าได้ใช้ชีวิตในรูปแบบอื่นดันเต้อาจจะมีความสุขกว่านี้ก็ได้ แต่ถึงยังไงการคิดแทนมันก็คือคิดแทนอะะะะะ เจ้าตัวเค้าไม่ได้ต้องการไง เค้าอยากเป็นหัวหน้าแก๊งคูลๆ ที่กินกาแฟขมๆ ไงงงงงง นิโคล่าเลิกคิดแทนแล้วก้มหน้าก้มตาให้น้องชายจิกหัวใช้ต่อไปแหละดีแล้ว

และความที่เราหงุดหงิดในจุดนี้ พอไปเล่นรูทอื่นที่เห็นนิโคล่ากับดันเต้สนิทสนมกลมเกลียวกันดีแล้วมันก็แฮปปี้อย่างบอกไม่ถูก แล้วยิ่งเป็นนิโคล่าที่ไม่มีนิสัยแบบที่เราหงุดหงิดนี่ยิ่งชอบ อย่าง Final route ที่เป็นรูทปิดท้ายเกมนี่นิโคล่าน่ารักมากกกกกก ชอบมาก แต่พอนึกถึงความทำไมเป็นคนแบบนี้ในรูทดันเต้กับรูทนิโคล่าแล้วก็ยังรู้สึกชอบได้ไม่สุดอยู่ดี เป็นความสัมพันธ์แบบ love-hate relationship 555555555

แต่ถึงยังไงหน้าตาก็ค่ดหล่อ ฮรือออออออออ พ่ายแพ้ซีจีนิโคล่าทุกรูปเลย หล่อไม่เกรงใจหัวหน้าแก๊ง เสียงพากย์ก็ดีเหลือเกิน บ่นเยอะแยะแต่เกลียดไม่ลงเพราะแพ้หน้ากะเสียงนี่แหละ

และสิ่งที่กอบกู้คะแนนนิยมนิโคล่าในตัวเราอย่างรุนแรงก็คือแบดเอนด์!!!!!

ในแบดเอนด์รูทนี้ดันเต้จะโดนฆ่าตาย นิโคล่าขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งฟาลโซเน่แทน แต่นิโคล่าเจ็บปวดมากที่ดันเต้โดนฆ่า สภาพจิตใจเลยค่อยๆ พังทลายไปทีละนิดละหน่อย หันมายึดเหนี่ยวนางเอกเป็นเครื่องเยียวยาสภาพจิตใจ จนในที่สุดก็ถึงขั้นกักขังนางเอกเอาไว้ในห้อง ไม่ยอมปล่อยให้ออกไปไหนทั้งสิ้น อู้หูวววววว เผ็ด!!!!!!

ขอบคุณคาโปที่เสียสละ ยอมโดนฆ่าเพื่อให้นิโคล่ามีโอกาสแสดงความแซ่บให้โลกรับรู้

ส่วนเบสท์เอนด์จะเป็นแบบดันเต้ยอมรับนิโคล่ากลับเข้าแก๊งเหมือนเดิม เป็นฉากจบที่รู้สึกยังไงๆ ไม่รู้ คือนิโคล่าทรยศแก๊งซะขนาดนั้น แต่ดันเต้ยอมรับกลับเข้าไปง่ายๆ เพราะสนิทกัน ถึงจะเข้าใจว่าดันเต้ใจดีแต่ก็รู้สึกว่า เอ๊ จะดีเหรอ?? ดังนั้นเราเลยชอบกู้ดเอนด์ที่นิโคล่ากับนางเอกหนีไปต่างประเทศด้วยกันมากกว่า มันดูไม่โลกสวยจนเกินไปแต่ก็จบแบบแฮปปี้ดี (จริงๆ แบดเอนด์ก็แฮปปี้มากสำหรับเรา ชอบมาก ชอบสุดในแบดเอนด์ทั้งหมดในเกมนี้ 555555555555)

แอนี่เวย์ ซีจีฉากย้อนความตอนเด็กน่ารักมั่กกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอกรี๊ดตัวละครที่ชอบมากอีกตัวนึงที่มีบทบาทสำคัญในรูทนี้ เขาคือโรเบอร์โต้ ชื่อเล่นว่าร็อบบี้ เป็นตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรง ส่งตรงจากกรุงโรม รักความยุติธรรมยิ่งกว่าสิ่งใด เกลียดมาเฟียเข้าไส้ และที่สำคัญคือ แอบมีใจให้นางเอก แอร๊มมมมมมมมมมมมมมม (////ー////)

ร็อบบี้เนี่ยจะรูทไหนๆ ก็ดูมีใจให้นางเอกหมด แต่รูทนิโคล่าพิเศษหน่อยตรงที่ร็อบบี้เป็นตัวร้าย!!!!!! ร็อบบี้เป็นคนที่รักความยุติธรรมมากไป รังเกียจมาเฟียมากเกินไป จนหยางอาศัยจุดนี้เป่าหูร็อบบี้ให้กลายเป็นตำรวจที่เพื่อเป้าหมายแล้วไม่เลือกวิธีการ ยอมทำทุกอย่างเพื่อกำจัดมาเฟีย โดยเฉพาะกำจัดนิโคล่าที่ไม่รู้ทำไมร็อบบี้ดูจะแค้นเป็นพิเศษเหลือเกิน เจอนิโคล่าทีไรต้องทำเสียงเกรี้ยวกราดเรียกเต็มยศว่า นิโคล่า ฟรานเชสก้า!!!!!!! ทุกที

รูทสุดท้ายมันมีฉากนึงเฉลยว่าร็อบบี้เกลียดนิโคล่าเพราะตอนที่มาเมืองนี้ใหม่ๆ เคยบังเอิญคุยกับนิโคล่าถูกคอ แล้วดันมารู้ทีหลังว่านิโคล่าเป็นมาเฟีย เลยผิดหวังอย่างแรง โอ๊ย 555555555555 เหมือนแอบชอบเค้าแล้วอกหัก 55555555555555 ตอนรู้เหตุผลที่ร็อบบี้เกลียดนิโคล่าคือแบบ ร็อบบี้ลู๊กกกกกกกกกก /นั่งขำท้องแข็ง

จริงๆ เราชอบร็อบบี้มาตั้งแต่เจอกันฉากแรกละ ตอนนั้นก็ไม่ทันคาดคิดหรอกว่าจะกลายมาเป็นตัวร้าย แล้วพอเป็นตัวร้ายก็ยิ่งชอบมาก 555555555 คือเป็นคนยันเดเระเลยแหละ ตามวอแวนางเอกไม่หยุดหย่อน ตอนหลังสติหลุดถึงขั้นเกือบยิงนางเอกทิ้ง เป็นพวกคิดเองเออเองพอๆ กับนิโคล่า แต่ร็อบบี้โรคจิตกว่าเยอะมาก….

อย่างไรก็ตาม ร็อบบี้ในรูทสุดท้ายน่ารักมากกกกกกกกกกกก เป็นร็อบบี้แบบที่ควรจะเป็น คือเป็นตำรวจดีๆ คนนึง ตอนเป็นคนดีๆ ก็จะจืดชืดหน่อย ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้น ขนาดนิโคล่ายังคิดเลยว่าพอร็อบบี้ทำตัวดีๆ แล้วรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติเจอหน้าทีไรร็อบบี้ต้องฮึ่มฮั่มใส่อยู่ฝ่ายเดียวตลอด (คู่นี้ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรแต่เราว่าน่าชิปกว่านิโคล่าดันเต้อีก มาเฟียขี้หลีกับตำรวจหัวร้อน แอร๊ม)

ถึงจะชอบร็อบบี้ตอนร้ายหลุดโลก แต่พอเจอโหมดคนดีแล้วก็รู้สึกว่า อืม ชอบแบบคนดีมากกว่าแฮะ แต่แบบจิตๆ ก็บ้าดีเหมือนกัน ให้ฟีลคล้ายๆ ยางามิไลท์ตอนใกล้ตาย 555555555

 

※ Orlok (CV: Toyonaga Toshiyuki) ※

นว้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ตัวละครเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่ใช่คนขององค์กรมาเฟีย แต่เป็นคนขายข่าว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็น ‘เทวทูต’ หรือมือสังหารที่ศาสนจักรส่งมาอยู่เมืองนี้เพื่อสอดส่องดูว่าฟาลโซเน่ตั้งใจทำหน้าที่ดีมั้ย และคอยปกป้องนางเอกซึ่งถือเป็นคนสำคัญของศาสนจักร

รูทออร์ล็อกเป็นรูทที่อาภัพที่สุดในเรื่องละ โดนแก๊งมาเฟียทั้งสามไล่ล่า โดยเฉพาะดันเต้เนี่ยตามล้างแค้นน้องตลอดเวลา เพราะในรูทนี้จะมีการเฉลยว่าออร์ล็อกนี่เองที่เป็นคนฆ่าพ่อดันเต้ แถมไปๆ มาๆ ดันพลังมือฆ่านิโคล่าอีกคน (จริงๆ จะฆ่าดันเต้แน่นิโคล่าเอาตัวเข้ามาบัง ดู๊ดู ความรักดันเต้ยิ่งชีพนี้) ดันเต้เลยตามไล่ล่าไม่หยุดหย่อน ดังนั้นความสนุกของรูทนี้จึงอยู่ตรงที่ดันเต้โหดดี (เอ๊ะ)

จริงๆ ตอนแรกเรานึกว่ารูทนี้จะออกแนวเยียวยาหัวใจ แต่ไม่เลยสักนิด หนักอึ้งเหลือเกิน ยิ่งเล่นยิ่งหดหู่ ขนาดเบสท์เอนด์ยังจบแบบไม่ได้รู้สึกปลอดโปร่งใดๆ เลย การดำเนินเรื่องก็แอบง่วงนิดนึง เราว่าออร์ล็อกเวลาอยู่ในรูทอื่นดูน่ารักน่าเอ็นดูกว่ารูทตัวเองนะ คงเพราะในรูทตัวเองดูเศร้าๆ ด้วยมั้ง พออยู่ในรูทคนอื่นจะออกแนวเดะน้อยน่ารักที่คอยเดินตามนางเอกต้อยๆ มีน้องอยู่ด้วยแล้วอุ่นใจเพราะน้องเทพสุดๆ สามารถบุกตะลุยคฤหาสน์มาเฟียตามลำพังแล้วรอดมาได้ (แต่บางรูทก็จะโดนตัวประกอบข้างทางฆ่าตายแบบงงๆ เพราะบทบังคับ….)

รู้สึกไม่ค่อยมีอะไรพูดถึงน้องเท่าไหร่ 555555555 โมเมนต์ที่ชอบคือช่วงแรกๆ ที่น้องพยายามใช้ภาษาสุภาพกับนางเอกทั้งๆ ที่พูดภาษาสุภาพไม่ค่อยคล่องปาก จะมีการเว้นช่วงก่อนพูดคำว่า เดส ปิดท้ายประโยค น่าร๊ากน่ารัก แม้จะชวนให้สงสัยว่าภาษาอิตาเลียนมันมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมช่างเป็นการเขียนบทที่ based on แนวคิดของภาษาญี่ปุ่นขนาดนี้ ราวกับเลิกสนใจเซตติ้งที่ว่าตัวละครคุยกันเป็นภาษาอิตาเลียนไปแล้ว (แต่เอาเถอะ เกมญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเขียนบท ทำมาให้คนญี่ปุ่นเล่น…)

แปะรูปให้เห็นความน่ารักงุงิของน้อง

 

※ Yang (CV: Okamoto Nobuhiko) ※

มาเฟียจีนส่งตรงจากฮ่องกง เป็นคนที่ไม่แคร์อะไรใดๆ บนโลกนี้ทั้งสิ้นนอกจากความสนุก เป็นพวกเบื่อง่าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ ชื่นชอบความรุนแรง เวลาได้เผชิญหน้ากับอันตรายจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เป็นตัวร้ายในหลายๆ รูท แม้แต่ในรูทตัวเองยังร้ายไม่หยุดหย่อน แต่เพราะร้ายนี่แหละเลยมีความก๊าวในแบบผู้ชายอันตราย เราว่ารูทหยางนี่แหละสนุกสุดละ ตลกสุดเลยด้วย

ในรูทหยางนี่นางเอกจะโดนจับไปอยู่กับแก๊งของหยาง แม้ดันเต้จะตามมาทวงตั้งแต่แรกๆ หยางก็ไม่ปล่อยให้นางเอกหลุดรอดไปไหน (แต่ดันเต้ก็ยังคงตามทวงอยู่เป็นระยะๆ โอ้ยยยย หนักใจจังเรยค่ะ มีหัวหน้าแก๊งรุมแย่งตัว เฮ้อ) ตอนแรกหยางแค่เก็บนางเอกไว้เผื่อมีประโยชน์เพราะรู้มาว่านางเอกเป็นคนสำคัญของฟาลโซเน่ แต่อยู่ไปอยู่มาหยางก็จะค่อยๆ ตกหลุมพรางหลุมรักนางเอกทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

ความน่าประหลาดใจคือรูทหยางนี่แหละมีความโอโตเมะที่สุดเมื่อเทียบกับรูทอื่นๆ เพราะงั้นรูทนี้เลยเป็นรูทที่เล่นแล้วเขินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เขินกว่ารูทดันเต้อีก บางฉากเล่นแล้วถึงกับต้องกดหยุดมาสงบสติอารมณ์ก่อน /กรี๊ดอัดหมอน

สถานการณ์ในรูทนี้มันมีตั้งแต่ก๊าวแบบน่ารักงุงิไปจนถึงแบบหื่นๆ ตื่นมาระบมไปทั้งตัว ยกตัวอย่างสถานการณ์น่ารักๆ เช่น หยางรู้ว่านางเอกชอบแพนด้า ก็เลยสั่งตุ๊กตาแพนด้าจากเมืองจีนมาให้ หรือหยางไปเห็นนางเอกโดนเด็กในแก๊งจับใส่ชุดกี่เพ้าวาบหวิว ก็รีบดึงตัวกลับเข้าห้องแล้วไปหาชุดกี่เพ้าสวยๆ มาให้ใส่แทน หรือตอนเดินป่าด้วยกันหยางก็มาจับมือไว้ไม่ให้นางเอกล้ม อะไรแบบนี้ ไม่คิดว่าหยางจะมีมุมน่ารักๆ แบบนี้เหมือนกัน เพราะเท่าที่เจอในรูทก่อนๆ นี่ลื้อโหดร้ายกับอั๊วเหลือเกิงงงงงงง /กัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้

นอกจากนั้นหยางยังเป็นคนถึงเนื้อถึงตัวมากกกกกก เจอนางเอกครั้งแรกก็จับจูบเลย พอนางเอกมาอยู่ที่แก๊งก็ให้นอนห้องเดียวกับตัวเอง เวลากินข้าวก็จับนางเอกนั่งตักแล้วป้อนให้ วันดีคืนดีนางเอกไปตามหาตัวที่ดาดฟ้าก็จับมานอนกอดหน้าตาเฉย

ช่วงที่เราชอบมากในรูทนี้คือตอนที่หยางชอบนางเอกแล้วแต่ยังไม่รู้ตัว พอนางเอกไม่ว่างอยู่ด้วยหยางก็เบื่อโลกไปหมด ทำอะไรก็ไม่สนุก ออกไปฆ่าคนเล่นๆ ยังไม่สนุกเลย สักพักถึงรู้สึกตัวว่า อ้อ เพราะไม่มีนางเอกอยู่ด้วยนี่เองถึงได้ไม่สนุก คือหลังจากเห็นแง่มุมเลือดเย็นผิดมนุษย์มนาของหยางมาทั้งเกมเนี่ย พอมาเจอช่วงที่หยางหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะความรักแล้วมันก็ชวนให้รู้สึกว่า อ้าว ก็ยังเป็นคนอยู่เหมือนกันนี่นา ชอบเพราะเหตุนี้ 555555555555

แต่ท่ามกลางโมเมนต์สุดโอโตเมะต่างๆ เหล่านั้น รูทนี้ยังเต็มไปด้วยเนื้อหาที่รุนแรงเช่นกัน ออกจะรุนแรงกว่ารูทอื่นๆ ด้วยซ้ำ มีทั้งการค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิง ฉากนองเลือดก็เยอะ เป็นรูทที่แสดงให้เห็นความเป็นมาเฟียอย่างเข้มข้น เวลาอยู่รูทอื่นๆ จะไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ว่ามาเฟียเค้าทำธุรกิจอะไรกันบ้าง แต่รูทนี้จัดเต็มมากจ้า

ทางด้านฉากจบของหยาง เราชอบแบดเอนด์มาก!!!!! ในรูทหยางมันจะมีฉากนึงที่นางเอกไปซื้อหนังสือมาอ่าน หนังสือเล่มนั้นคือโรมิโอ&จูเลียต แล้วในแบดเอนด์เนี่ยนางเอกจะโดนแก๊งฟาลโซเน่พากลับไปขังไว้ในคฤหาสน์ แต่หยางก็แอบปีนระเบียงมาหานางเอก ราวกับฉากระเบียงอันลือลั่นในโรมิโอ&จูเลียต!

ตอนแรกไม่แน่ใจว่าฉากนี้จงใจเลียนแบบฉากในโรมิโอ&จูเลียตรึเปล่า จนกระทั่งหยางพูดประโยคของโรมิโอว่า “ด้วยปีกของรักหอบข้าข้ามกำแพงมา” นั่นแหละ โอ๊ยยยยย ชอบมากๆๆๆๆ แต่ก่อนเราบ้าเชคสเปียร์มาก (เพราะชอบอนิเมะ Romeo × Juliet เหตุผลช่าง….) พอเจอฉากนี้แล้วประทับใจมั่กก

แต่ความประทับใจในแบดเอนด์ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะถ้าจบตรงนี้มันก็จะยังไม่แบด แบดเอนด์รูทนี้ไปจบตรงที่หยางบุกมาที่คฤหาสน์ฟาลโซเน่ในวันที่พวกดันเต้ไม่อยู่เพื่อพานางเอกกลับไป แต่สุดท้ายก็โดนดันเต้เดาแผนได้ ฟาลโซเน่ทั้งแก๊งล้อมพวกหยางเอาไว้จนเกิดการต่อสู้กัน ตอนแรกหยางก็ปกป้องนางเอกดีๆ อยู่หรอก แต่สู้ไปสู้มา หยางจับนางเอกโยนใส่ดันเต้ ดันเต้ที่ไม่กล้าทำร้ายนางเอกเลยตกใจ หยางอาศัยจังหวะนั้นแทงทะลุนางเอกเพื่อกำจัดดันเต้ โอ้ยยยยยย ดี!!!! ดูสมเป็นหยางมากๆๆๆๆ

ได้ตายพร้อมดันเต้ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นะ 55555555555555 หลังจากนั้นมันจะมีฉากหยางคิดในใจด้วยว่าที่ปีนระเบียงไปหานั่นก็แค่อยากลองเล่นละครเป็นคนรักดูเฉยๆ ไม่ได้ทำเพราะรักอะไรหรอก แต่สุดท้ายหยางก็รู้สึกว่าพอไม่มีนางเอกแล้วมันเบื่อๆ ไงไม่รู้ คือจริงๆ หยางเองก็ถูกใจนางเอกอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้ตัว ถึงจะรู้ตัวเอาป่านนี้มันก็สายไปแล้ว นางเอกซี้ม่องเท่งไปพร้อมดันเต้แล้ว บะบัยยยยยย

เบสท์เอนด์ก็ไม่มีไรมาก รักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่กู้ดเอนด์นี่เราแอบช็อก ในกู้ดเอนด์หยางจะสู้กับกิลเบิร์ตแต่กิลเบิร์ตจับนางเอกบังตัวเองไว้ หยางลังเลไม่กล้าลงมือไปแว้บนึง สุดท้ายหยางเลยโดนกิลฆ่าตาย นางเอกก็ต้องกลับไปอยู่โบสถ์แบบเศร้าๆ เหม่อมองฟ้าคิดถึงหยาง เป็นกู้ดเอนด์ที่เศร้าไปมั้ยยยยยยยย ก็พอเข้าใจได้ว่ามันกู้ดตรงที่หยางยังมีความดีในจิตใจอยู่บ้าง แต่กู้ดเอนด์มันไม่ควรเศร้าแบบนี้ป๊าวววววว /ชกกิลเบิร์ต

อีกอย่างที่ชอบในรูทนี้คือเฟยกับรัน เป็นฝาแฝดลูกสมุนของหยาง ซึ่งในรูทอื่นอาจจะโหดๆ ไปบ้าง แต่รูทนี้น่ารักมากๆๆๆ ทั้งสองคนเลย

 

※ Gilbert Redford (CV: Morikubo Shoutarou) ※

 

กิลเบิร์ตเป็นคนที่ตอนแรกเราสงสัยว่าทำไมชื่ออเมริกันขนาดนี้ ไม่สมเป็นอิตาเลียนมาเฟียเลย พอมาเล่นรูทกิลถึงมีเฉลยว่าจริงๆ แล้วเกิดที่ชิคาโก้ แต่ย้ายมาอยู่เมืองนี้ตั้งแต่เด็กๆ เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดแม่ อยู่ไปอยู่มาก็ไต่เต้าขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้าแก๊งวิสคอนติ กิลเป็นหัวหน้าแก๊งที่เป็นที่รักของชาวเมือง ใกล้ชิดประชาชน เพราะชอบออกไปเดินเล่นทักทายผู้คนในเมือง สนิทกับชาวบ้านชาวช่องไปทั่ว ไม่ค่อยให้อารมณ์เหมือนมาเฟียเท่าไหร่ เป็นคนดี๊คนดีสุดๆ ในรูทนิโคล่าคือใจดีมากกกกกก

รูทกิลเป็นรูทที่เกมล็อกเอาไว้ให้เล่นได้หลังจากเคลียร์สี่คนก่อนหน้าไปแล้ว จริงๆ เราอยากเก็บหยางไว้เล่นคนสุดท้ายเพราะเพื่อนเชียร์ไว้เยอะ แต่เกมมันดันไม่อนุญาต พอเล่นหยางแล้วมาเล่นกิลต่อเลยรู้สึกว่ารูทกิลจืดไปเลย (กิลไม่ผิดหรอก ผิดที่หยางทำตัวอร่อยเกินไป)

เราชอบกิลตรงความเป็นอาเสี่ยสายเปย์ 5555555555 ดันเต้กับหยางก็ซื้อโน่นนี่ให้นางเอกนะ แต่กิลมีความเป็นเสี่ยเลี้ยงอีหนูมากกว่าสองคนนั้นยังไงไม่รู้….. กิลไม่เหมือนคนอื่นๆ ตรงที่ไม่ได้ลักพาตัวนางเอกไป แต่นางเอกหนีหยางไปเจอแล้วกิลเสนอตัวช่วยเหลือ คือกิลไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเปย์นางเอกเลย แต่เปย์หนักเปย์แรงมาก เพิ่งเจอกันไม่ทันไรก็พาไปร้านเสื้อผ้า ซื้อชุดสวยๆ หรูๆ ให้เยอะแยะเต็มไปหมด พร้อมด้วยเครื่องประดับเข้าชุดกันอีกมากมาย พอนางเอกช่วยให้งานราบรื่นก็ซื้อต่างหูแพงๆ มาให้งี้ ดูขยันแสดงความรวยดี

รูทกิลให้อารมณ์ต่างจากรูทที่ผ่านๆ มาตรงที่จู่ๆ ก็กลายเป็นแนวสืบสวนสอบสวนไปเฉยเลย มีขึ้นโรงขึ้นศาลว่าความกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน รูทนี้กิลจะโดนใส่ร้ายป้ายสีว่าผลิตแบงค์ปลอม เนื้อหามันเลยเป็นการพยายามหาคนร้ายตัวจริงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของกิล คนชอบแนวสืบสวนอาจจะชอบรูทนี้ แต่เราเฉยๆ กับพาร์ทสืบสวนแฮะ ชอบแบบวางปริศนามาให้อยากรู้อยากเห็นเหมือนรูทดันเต้มากกว่า แล้วรูทกิลนี่เดาคนร้ายง่ายด้วยเลยไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นอะไรตอนเฉลย

ความดีงามของรูทนี้คือค่อนข้างสงบสุข อย่างน้อยพวกหัวหน้าแก๊งก็สามัคคีกันดี ไม่มีใครคิดจะฆ่าแกงกันเหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะคดีแบงค์ปลอมนี่ส่งผลกระทบต่อทุกแก๊ง หัวหน้าแก๊งเลยต้องมาจับมือกันชั่วคราวเพื่อคลี่คลายคดีนี้ ด้วยเหตุนี้รูทกิลจึงเป็นรูทที่แชร์เนื้อหาช่วงแรกๆ ร่วมกับอีกสองรูท คือรูทอองรี และรูทรวมที่จบแบบฮาเร็ม

ในส่วนของกิลมันก็มีความโอโตเมะแทรกมาเป็นระยะๆ แหละ มีไปเดทกินเจลาโต้ด้วยกันริมทะเลงี้ นางเอกนอนหลับแล้วกิลมานั่งเฝ้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นหน้านางเอกตอนหลับงี้ นางเอกโดนผู้ชายเข้ามาจีบกิลเลยเข้ามาช่วยปกป้องงี้



แต่หลังจากเพิ่งผ่านหยางมาหมาดๆ เนี่ย รู้สึกไม่หือไม่อือใดๆ กับฉากเหล่านี้เลย เหมือนใช้โควต้าความอ่อนระทวยขวยเขินหมดไปกับหยางแล้ว…….

จริงๆ เราชอบรูทกิลมากเลยนะ แต่ไม่ได้ชอบเพราะกิล 555555555 ชอบเพราะมันมีฉากสงบสุขเยอะดี ไปนั่งเล่นไพ่กับนิโคล่าที่บ้านดันเต้บ้างล่ะ ไปนั่งกินข้าวเมาท์มอยที่แก๊งหยางบ้างล่ะ เป็นภาพที่ไม่ได้เห็นในรูทอื่นเท่าไหร่ แล้วรูทนี้ดันเต้มีฉากน่ารักๆ เยอะมากด้วย ฮือออออ อยากกลับไปคฤหาสน์ฟาลโซเน่จังเลยข่าาาาาา

นอกจากรูทตัวหลักทั้งห้าคนแล้ว มีตัวละครอีกตัวนึงที่มีฉากจบคู่กับนางเอกซึ่งก็คืออองรี เป็นตัวร้ายตัวนึงของเกม เราไม่รู้มาก่อนว่าสามารถจบด้วยได้ และพอรู้ก็ไม่ได้รู้สึกอยากจบด้วยนะ ถ้าจะให้จีบตัวประกอบขอจีบร็อบบี้ดีกว่า หรือน้องเลโอที่เป็นลิ่วล้อดันเต้ก็ได้เอ้า….. แต่ก็สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมเอาทาจิบานะซังมาพากย์เป็นตัวประกอบแบบนี้ ที่แท้ก็จีบได้นี่เอง

เราเล่นรูทอองรีแล้วก็เฉยๆ นะ เพราะเนื้อหาค่อนข้างน้อย เป็นตัวแถมที่มีซีจีสามรูป (ในขณะที่ตัวหลักเค้ามีซีจีกันคนละประมาณยี่สิบรูป) เหมือนเล่นเพื่อให้เก็ทจุดประสงค์ว่าทำไมถึงร้าย แต่ชอบรูทนี้ตรงที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับพระเจ้า แม้มันจะเป็นประเด็นที่ถามกันมาจนเบื่อหน่ายแล้วว่า ถ้าพระเจ้ามีจริง ทำไมพระเจ้าถึงทอดทิ้งคนที่ทุกข์ทรมาน? ซึ่งในที่สุดแล้วก็ไม่ได้คำตอบหรอกนะ 5555555555

รูทอองรีนี่จริงๆ มันคือ Final route ที่มีฉากจบสองแบบ ก็คือจบกับอองรี และจบแบบฮาเร็ม จบกับอองรีก็คือหนีตามอองรีไปอยู่ฝรั่งเศส ส่วนจบแบบฮาเร็มอองรีจะหนีไปคนเดียว นางเอกก็อยู่ที่โบสถ์เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือซี้กับหนุ่มๆ ทุกคน

แต่ไม่ว่าจะจบแบบไหนมันก็เป็นรูทที่ทุกคนใจดีกับนางเอกมากๆๆๆๆ ทุกคนปลดปล่อยความน่ารักกันเต็มไปหมด แม้แต่หยางยังทำตัวน่ารักมากในรูทนี้ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วป่วนคนอื่นเค้าไปทั่ว พวกตัวประกอบที่ทำตัวป่วงๆ ในรูทอื่นๆ ก็กลายเป็นคนดีกันถ้วนหน้า เรียกได้ว่าเป็นรูทโลกสวย 55555555555 แต่ชอบที่ปิดท้ายสวยๆ แบบนี้นะ ทำให้จบเกมได้อย่างปลอดโปร่งดี

โดยสรุปแล้วชอบเนื้อเรื่องและปู้จายเกมนี้มาก ภาพก็สวย เพลงเพราะ ชอบที่บางทีเพลงมันจะมีความแจ๊สๆ หน่อย ให้ฟีลสมเป็นยุค Jazz Age ดี แม้ฉากจะไม่ใช่อเมริกาก็ตาม (แต่เพลงที่ชอบที่สุดคือเพลงของหยางซึ่งฟังดูจีนๆ ตึงงงงง) เป็นเกมที่คุ้มค่ากับความเหนื่อยยากในการหาเวอร์ชั่นลิมิเต็ดมาเก็บสะสมมากๆ ตอนนั้นเพิ่งกลับมาจากไทยแล้วเกือบหาซื้อแบบลิมิเต็ดไม่ได้ กว่าจะได้แผ่นมาเลยเหนื่อยใจ ให้เพื่อนเอาไปเล่นก่อน ปรากฏเพื่อนชอบมากจนมาไซโคให้เรารีบเล่น พอเล่นแล้วก็เอนจอยสุดๆ ตอนนี้หายเหนื่อยใจเป็นปลิดทิ้ง

เล่นจบแล้วอยากให้มีแฟนดิสก์มากกกกกกกก ยิ่งมีภาคต่อด้วยยิ่งดี เรายังไม่มีแผนจะซื้อนินเทนโด้สวิตช์ในเร็วๆ นี้ แต่ถ้าเกมนี้ประกาศออกภาคใหม่มาเมื่อไหร่จะกำเงินเดินไปซื้อเครื่องเลย ชอบขนาดนั้นเลยแหละ เพราะงั้นเลยลุ้นโอโตเมทปาร์ตี้ปีนี้มาก ประกาศภาคใหม่ให้หน่อย ได้โปรด ขอจีบร็อบบี้กับน้องเลโอด้วยยยยยย

NAKASHIMA SPA LAND

ในบรรดาสวนสนุกทั้งหมดในญี่ปุ่น นากาชิมะสปาแลนด์เป็นสวนสนุกที่เราหมายมั่นปั้นมืออยากไปให้ได้ในสักวันเป็นอันดับต้นๆ มานานแล้ว และในที่สุดเมื่อเดือนที่แล้วก็มีโอกาสไปเยือนซะที เย้!

นากาชิมะสปาแลนด์เป็นสวนสนุกที่ชื่อฟังดูไม่น่าสนุกเลย… เวลาพูดถึงที่นี่กับเพื่อนที่ไม่สันทัดเรื่องสวนสนุก หลายๆ คนมักจะเข้าใจว่าเป็นสปาแลนด์ธรรมดาทั่วไป มีไว้แช่น้ำผ่อนคลาย อารมณ์ประมาณเฮลท์แลนด์ ซึ่งมันก็มีสิ่งเหล่านั้นอยู่จริงๆ นั่นแหละ แต่นอกจากสปาแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อลือชาเรื่องรถไฟเหาะอีกด้วย!! (และเป็นฉากในเรื่อง 聲の形 หรือรักไร้เสียงด้วย แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้อยากมาหรอกนะ /เสียงสั่น)

นากาชิมะสปาแลนด์ตั้งอยู่ในจังหวัดมิเอะ แต่อยู่ใกล้กับตัวเมืองนาโกย่ามากกว่า เรานั่งรถไฟคินเทตสึสายที่เชื่อมระหว่างโอซาก้า-นาโกย่า ไปลงที่สถานีคุวานะแล้วต่อบัสอีกประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงด้านหน้าสวนสนุก งานนี้แหกขี้ตาตื่นตีสี่ ไปถึงสวนสนุกเกือบสิบโมงเช้า เป็นการไปสวนสนุกที่สู้ชีวิตเหลือเกิน (ถ้านั่งชินคังเซนจะประหยัดเวลาไปเยอะมาก แต่ไม่นั่งเพราะยากไร้)

ตอนนั่งรถบัสเห็นคนเต็มรถนึกว่าทุกคนมุ่งหน้าไปที่สปาแลนด์เหมือนกัน ปรากฏว่าพอไปถึงหน้าสปาแลนด์ คนเกือบทั้งรถก็เดินตรงไปที่เอาท์เล็ตซึ่งตั้งอยู่หน้าสปาแลนด์อีกทีนึง สรุปว่าผู้ร่วมทางเหล่านั้นคือเหล่าพนักงานเอาท์เล็ตที่นั่งรถมาทำงาน ก็ว่าทำไมทุกคนหน้าตาดูไร้ชีวิตชีวา ไม่เหมือนคนมาเที่ยวสวนสนุกเลย 555555555 ส่วนเรานี่แค่เห็นรางรถไฟเหาะจากบนรถบัสก็แทบกรี๊ดด้วยความตื่นเต้นแล้ว นากาชิมะสปาแลนด์ที่ใฝ่ฝันนนนนน

พอถึงหน้าสวนสนุกก็ต่อคิวรอสวนสนุกเปิด เราซื้อตั๋วแบบรวมเครื่องเล่น สนนราคาห้าพันเยน เล่นทุกอย่างในสวนสนุกได้ไม่อั้น วันนี้มาเพื่อเล่นก็ต้องซื้อตั๋วบุฟเฟต์แบบนี้แหละ เพื่อความสะใจ

บรรยากาศหน้าสวนสนุกถือว่าโล่งมากเมื่อเทียบกับสวนสนุกฮิตๆ มีแต่ลุงๆ ป้าๆ ต่อแถวรอเข้าสปา

พอเข้ามาด้านในแล้วลุงๆ ป้าๆ ที่ต่อคิวอยู่ก็เลี้ยวไปทางสปากันหมดเลย ส่วนเราเดินมาทางสวนสนุกแล้วพบว่าไม่มีคนเลยจ้าาาา สุดยอด ไม่เคยพบเจอสวนสนุกที่โล่งขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

เข้ามาในสวนสนุกแล้วทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะไปเล่นอะไรก่อนเลยเพราะเครื่องเล่นเยอะแยะไปหมด แล้วเครื่องเล่นทุกอย่างก็ไร้ซึ่งคนต่อคิว อยากเล่นอะไรก็เดินไปเล่นได้เลย ถ้าอยากสัมผัสฟีลมีแฟนเป็นลูกเศรษฐีแล้วแฟนเหมาสวนสนุกเพื่อมาเดทกันก็เรียนเชิญที่นี่ได้เลย ใช่มาก (แต่เรามากับเพื่อนผู้หญิงเลยไม่ได้ฟีลนั้นหรอกนะ 555555555)

จำไม่ได้แล้วว่าเล่นอันไหนก่อนหลังบ้าง จำชื่อเครื่องเล่นไม่ค่อยได้ด้วย…. แต่ส่วนใหญ่เราก็เน้นเล่นรถไฟเหาะนั่นแหละ ที่นี่มีรถไฟเหาะสิบกว่าแบบ มีทั้งระดับเบสิกที่เด็กก็เล่นได้ ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์ที่ต้องจำกัดอายุผู้เล่น

รถไฟเหาะที่ดังๆ ระดับเป็นจุดขายของที่นี่ประกอบด้วย Acrobat, อาราชิ, Steel Dragon 2000 (ตัดสินความดังจากของฝาก อันไหนที่สวนสนุกเอาไปแปะหน้ากล่องของฝากเยอะๆ แสดงว่าเป็นจุดขาย) จริงๆ แล้วอันที่ดังมากและทำให้เราอยากมาคือ White Cyclone ซึ่งปัจจุบันกำลังปิดปรับปรุงเพื่อสร้างเป็นรถไฟเหาะแบบใหม่ก็เลยอดเล่น ฮืออออ T___T

↑ ซากรางไวท์ไซโคลนที่กำลังโดนแปลงโฉมใหม่ ถ้ามันสร้างเสร็จต้องอยากมาเล่นแน่เลย แงงงง

ตอนเราเข้าสวนสนุกพนักงานบอกว่าวันนี้สตีลดราก้อนปิดเพราะลมแรงเกินไป เค้าเลยให้ตั๋วมาใบนึงเป็นการชดเชย สำหรับมาใหม่คราวหน้าแล้วสามารถใช้ตั๋วใบนี้แซงคิวได้เลย

ตอนได้ตั๋วมาก็ประทับใจนะที่มีการชดเชย แต่คิดว่าคงไม่ได้ใช้เพราะไม่ได้อยู่ใกล้ระดับที่จะมาได้บ่อยๆ ณ จุดนั้นเลยเสียดายมากที่สตีลดราก้อนปิด T_T

เราเริ่มจากเล่นรถไฟเหาะแบบเบาๆ ก่อนแล้วค่อยไปเล่นอันไฮไลท์ กลัวเริ่มมาแล้วเล่นอันไฮไลท์เลยจะเอ็กซ์ตรีมเกินไป (ทั้งๆ ที่เวลาไปฟูจิคิวจะตาลีตาเหลือกไปต่อคิวเอ้จาไน่กะเป็นอย่างแรกแบบไม่มีการวอร์มอัพใดๆ 555555555) แต่เอาเข้าจริงแล้วหลังจากเล่นรถไฟเหาะเกือบทุกอันเท่าที่มันเปิดเนี่ย เราว่ารถไฟเหาะที่นี่ยังสู้ที่ฟูจิคิวไม่ได้ในแง่ความเสียวไส้นะ ของฟูจิคิวเล่นแล้วท้องไส้ปั่นป่วนกว่าเยอะ

รถไฟเหาะที่ประทับใจมากอย่างไม่น่าเชื่อคือ Ultra Twister (อันที่รางสีเหลืองๆ ในรูป) ตอนไปยืนดูคนอื่นเล่นรู้สึกช็อกมากที่มันแล่นถอยหลังไปเข้าแท่น แล้วก็หมุน 90 องศาให้คนนั่งแหงนหน้าขึ้นฟ้า ก่อนจะพุ่งฟ้าววววววว to Infinity and beyond! เห็นแล้วผงะนิดนึงแต่ก็ไปลองของ และแล้วจึงค้นพบว่าถึงรางมันจะดูไม่ค่อยมีอะไร แต่ประสบการณ์ตอนนั่งก็โคตรมันส์ ชอบมาก สอนให้รู้ว่าอย่าตัดสินรถไฟเหาะจากความเฟี้ยวฟ้าวของราง

ส่วนอันที่ผิดหวังนิดหน่อยคืออาราชิ (รางสีเขียวๆ) ตอนไปยืนดูรู้สึกไม่กล้าเล่นเพราะหวั่นใจกับการที่ที่นั่งมันเป็นแบบห้อยขาแล้วยังพลิกไปพลิกมาได้ด้วย เห็นแล้วถึงกับขอเวลาเพื่อนไปทำใจก่อนแล้วค่อยมาเล่น แต่พอลองเล่นจริงๆ กลับพบว่าไม่เสียวเลยยยยยย ไม่มีโมเมนต์หวาดเสียวใดๆ ส่วนนึงคงเพราะที่นั่งมันพลิกไปมานี่แหละ บางจุดคือเกือบหวาดเสียวละ แต่ที่นั่งพลิกปุ๊บ จบเลย …ทว่าถึงจะบ่นอย่างนี้ก็เล่นไปตั้งสองรอบ จะได้รู้สึกว่าใช้ตั๋วรวมเครื่องเล่นคุ้มๆ หน่อย 555555555

และช่วงประมาณสี่โมงซึ่งเป็นหนึ่งชั่วโมงก่อนสวนสนุกปิดก็มีเสียงประกาศดังมาว่าสตีลดราก้อนที่ปิดเพราะลมแรงเปิดให้เล่นแล้ว ได้ยินดังนั้นก็รีบพุ่งไปต่อคิวทันที ตั้งแต่เข้าสวนสนุกมา นี่เป็นเครื่องเล่นชนิดเดียวที่เกิดการต่อคิวเกินสิบนาที เพราะทุกคนในสวนสนุกเฝ้ารอเวลานี้มานาน

จุดขายของสตีลดราก้อนคือเป็นรถไฟเหาะที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ยาวกว่าฟูจิยามะที่ฟูจิคิวอีก! ใช้เวลานั่งทั้งหมดสี่นาทีถ้วน ยาวสาแก่ใจยิ่งนัก จุดที่เสียวไส้ที่สุดคือตอนที่มันค่อยๆ ไต่ขึ้นไปถึงจุดที่สูงที่สุด มันจะเกิดความรู้สึกแบบ คะ… แค่นี้ยังสูงไม่พออีกเหรอออออ?? แต่ตอนที่มันเริ่มเร่งความเร็วทิ้งตัวลงมาก็จะไม่เสียวแล้ว 5555555555 ถึงอย่างนั้นตอนเล่นก็สนุกนะแม้จะไม่น่ากลัวเท่าที่คิด! ถ้ามันเปิดมาตั้งแต่เช้ารับรองได้นั่งเกินสามรอบแน่ๆ

นอกจากรถไฟเหาะแล้วที่นี่ยังมีเครื่องเล่นทั่วๆ ไปที่สวนสนุกพึงมีอยู่มากมาย ทั้งชิงช้าสวรรค์ เรือไวกิ้ง เรือถีบ โกคาร์ต บ้านผีสิง ฯลฯ

ในบรรดาเครื่องเล่นพื้นฐานเหล่านี้ มีเครื่องเล่นนึงที่เราชอบมากคือรถไฟ รถไฟธรรมด๊าธรรมดานี่แหละ พอขึ้นไปนั่งแล้วมันก็จะแล่นเอื่อยๆ ไปตามรางอย่างเชื่องช้า มีพนักงานบรรยายให้ฟังนิดหน่อย เป็นเครื่องเล่นที่ไม่มีอะไรหวือหวาเลยสักนิด

แต่! สาเหตุที่ชื่นชอบรถไฟนี่มากเป็นเพราะตอนเดินขึ้นไปนั่ง บนรถไฟกำลังเปิดเพลง 君の知らない物語 ของ supercell จ้าาาาาา ตอนได้ยินเสียงเพลงถึงกับหันมองหน้าเพื่อนแล้วร้องเฮ้ย!! เพราะร้องเพลงนี้แทบทุกครั้งเวลาไปคาราโอเกะ ตอนอยู่บนรถไฟเลยนั่งชมวิวไปร้องเพลงไป 555555555555 แล้วพอเพลงนี้จบ เพลงที่ขึ้นมาต่อก็คือเพลง God knows จากฮารุฮิ เป็นเพลงที่ชอบร้องตอนไปคาราโอเกะอีกเช่นกัน หลังจากนั้นเรากับเพื่อนจึงขนานนามรถไฟนี้ว่า รถไฟโอตาคุ…… ไม่รู้เพลงที่เปิดเป็นรสนิยมของพนักงานหรืออย่างไร รู้แต่ลงจากรถไฟแล้วอยากไปคาราโอเกะมาก

และในส่วนของอาหารการกินก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะในสปาแลนด์มีของกินขายอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ราคาก็ไม่ได้แพงกระอักเลือดเหมือนพวกดิสนีย์หรือยูนิเวอร์แซล มีทั้งร้านอาหารในร่มและกลางแจ้ง ของคาวของหวานครบครันเท่าที่ต้องการ

โซนนั่งกินอาหารกลางแจ้งแต่ละโซนล้วนเงียบเชียบ เป็นสวนสนุกที่ไม่รู้ว่ายังดำเนินกิจการมาจนถึงทุกวันนี้ได้ยังไง แต่ที่คนน้อยขนาดนี้คงเพราะเป็นวันธรรมดาหน้าหนาวด้วยแหละมั้ง หน้าร้อนคงคนเยอะกว่านี้เพราะมันมีโซนสวนน้ำที่เปิดเฉพาะหน้าร้อนด้วย

ตอนแรกที่รู้ว่าสวนสนุกปิดห้าโมงรู้สึกเซ็งมากเพราะมันฟังดูเร้วเร็ว แต่พอเล่นจริงๆ สักบ่ายสองบ่ายสามก็เริ่มไม่มีอะไรทำละ เพราะเครื่องเล่นทุกอย่างไม่ต้องต่อคิวเลย ถ้าไม่โอ้เอ้ก็จะเล่นได้เป็นสิบๆ อย่าง ขนาดเราโอ้เอ้แวะนั่งกินโน่นนี่อยู่เรื่อยๆ ยังเล่นได้คุ้มมากกกกก บางอย่างที่ไม่คิดจะเล่นก็เล่นๆ ไปเพราะมีตั๋วรวมเครื่องเล่นอยู่แล้ว เดินวนไปวนมาเจออะไรน่าสนใจก็แวะเล่นหมด

โดยสรุปแล้วถึงจะรู้สึกว่าเลเวลรถไฟเหาะยังสู้ฟูจิคิวไม่ได้ แต่เราก็ชอบที่นี่มากกกกกกกกกกก ทั้งในแง่ความโล่งเดินสบาย เล่นได้ทุกอย่างเท่าที่ต้องการ และในแง่ที่มีเครื่องเล่นหลากหลายให้เลือกสรร ติดอย่างเดียวตรงที่อยู่ไกลไปหน่อยเลยไม่ได้มีโอกาสมาเยือนบ่อยๆ

เอาไว้สักวันจะกลับมาเล่นไวท์ไซโคลนโฉมใหม่ให้ได้!

Gakuen K Wonderful School Days: Munakata Reisi

เล่นกักคุเอ็น K จบแล้วววววว!

รูทที่ตั้งใจเก็บไว้ปิดท้ายคือมุนาคาตะ เรย์ชิ รุ่นพี่สุดขี้แกล้ง ผู้เป็นทั้งประธานชมรม ประธานนักเรียน และหม่าม้าของชมรมสีน้ำเงิน (หือ?)

เนื้อเรื่องรูทนี้ก็ยังคงเรื่อยๆ เอื่อยๆ ไม่ค่อยมีอะไร เน้นอี๋อ๋อกะผู้ชายไปวันๆ เหมือนเดิม 55555555 เล่นแล้วไม่ได้รู้สึกว่า น่ารักกกก! หรือ สนุก!!! อะไรขนาดนั้น แต่ก็เอนจอยกับนิสัยชอบทำอะไรคาดไม่ถึงของมุนาคาตะอยู่เหมือนกัน บางทีก็มีประโยคที่ฟังแล้วชวนเขินนิดๆ จั๊กจี้หน่อยๆ และที่สำคัญคือประธานหน้าดีจังเลยค่ะ ชอบ (สรุปคือชอบที่หน้าตา)

**SPOILER ALERT**

 

ช่วงแรกๆ ของรูทมุนาคาตะจะเหมือนรูทฟุชิมิเลย นางเอกต้องไปขอเข้าชมรมและผ่านการทดสอบของมุนาคาตะก่อน พอเล่นหมากรุกกันแล้วมุนาคาตะถึงจะยอมให้นางเอกเข้าชมรมสีน้ำเงิน

พอเข้าชมรมสีน้ำเงินได้แล้ว มุนาคาตะก็สั่งให้นางเอกเข้าเป็นสมาชิกฝึกหัดของกรรมการนักเรียน เพราะพลังพิเศษของนางเอกยังไม่เข้าที่เข้าทาง มุนาคาตะเลยให้นางเอกมาทำงานใกล้ๆ ตัว จะได้คอยจับตามองได้ตลอดเวลา (แหมะะะ ทำเป็นอ้าง! คิดว่าเนียนเหรอ!)

เข้าชมรมปุ๊บ มุนาคาตะก็เรียกนางเอกไปดื่มชาที่ตัวเองชง ว่าแล้วก็ชงให้อย่างมีพิธีรีตรองสุดๆ

นางเอกไม่เคยดื่มชาญี่ปุ่นแบบจริงจังขนาดนี้เลยทำตัวไม่ถูก ทั้งเด๋อด๋าไม่รู้ว่าต้องหมุนถ้วยชาไปด้านไหน ไม่รู้ว่าต้องกินขนมเพื่อลดความขมของชา แถมยังนั่งเกร็งจนเป็นเหน็บ พอจะลุกก็เกิดอาการซวนเซจนมุนาคาตะเข้ามาช่วยประคอง ซึ่งมุนาคาตะถามว่าจะให้อยู่อย่างนี้จนกว่าจะหายชามั้ย (อืม โอเค้ 5555555555)

อย่างที่บอกไปแล้วว่ามุนาคาตะเป็นคนขี้แกล้ง พอใกล้ถึงช่วงสอบครั้งแรก มุนาคาตะแกล้งหลอกนางเอกว่าคนในชมรมนี้ต้องได้คะแนนเฉลี่ย 90 คะแนนขึ้นไป ใครได้ไม่ถึงก็ออกไปจากชมรมซะ นางเอกฟังแล้วเชื่อสนิท ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างแข็งขัน แต่สุดท้ายคะแนนเฉลี่ยออกมา 88 คะแนน นางเอกเลยไปอ้อนวอนกับมุนาคาตะว่า ถึงจะคะแนนไม่ถึงแต่ฉันก็ไม่อยากออกจากชมรมนี้เลยค่ะ มุนาคาตะก็ตอบแบบชิลๆ ว่า อ๋อ ชมรมเราไม่มีกฎแบบนั้นหรอกนะ ฉันแค่จะทดสอบความมุ่งมั่นที่เธอมีต่อชมรมเฉยๆ ตั้งใจสอบก็ดีแล้ว นางเอกเลยดีใจที่ได้อยู่ชมรมนี้ต่อ (นางเอกจิตใจดีมาก เป็นเราเจอแบบนี้ต้องมีวางมวยกันบ้าง)

ถึงแม้ว่าชมรมสีน้ำเงินจะดูเป็นชมรมซีเรียสจริงจัง เป็นกรรมการนักเรียน กรรมการรักษาระเบียบต่างๆ แต่ความจริงแล้วกิจกรรมในชมรมบางทีก็ติ๊งต๊อง… อย่างเช่นกิจกรรมต่อจิ๊กซอว์ มีอยู่วันนึงมุนาคาตะเอาจิ๊กซอว์มาให้สมาชิกชมรมเล่นกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่จิ๊กซอว์ธรรมดา แต่เป็นจิ๊กซอว์สีขาวล้วนทั้งหมดหนึ่งหมื่นชิ้น (เป็นกิจกรรมที่ไม่ว่างจริงทำไม่ได้นะเนี่ย ไหนฟุชิมิชอบบอกว่างานยุ่ง…..) สมาชิกชมรมแต่ละคนท่าทางไม่เอนจอยเลย แต่นางเอกกลับตั้งใจต่อจิ๊กซอว์จนมืดค่ำ สุดท้ายนางเอกก็ต่อสำเร็จตอนที่สมาชิกคนอื่นๆ แว้บกลับบ้านไปหมดแล้ว มุนาคาตะเลยชื่นชมว่ามีสมาธิดีมาก เธออาจจะมีพรสวรรค์ในการต่อจิ๊กซอว์นะเนี่ย (อ๋อ ต่อหน้าปู้จายก็งี้แหละค่ะ ฮิๆๆๆๆ)

พอใกล้ๆ ถึงช่วงจัดงานกีฬา ชมรมสีน้ำเงินก็รับหน้าที่เตรียมงาน ระหว่างเตรียมงานอยู่ รุ่นพี่อากิยามะก็มาถามว่าชมรมสนุกมั้ย ชินกับโรงเรียนนี้รึยัง นางเอกก็บอกว่า สนุกมากค่ะแต่ยังไม่สบายใจเรื่องพลังพิเศษของตัวเองเลย อากิยามะเลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอก สมาชิกชมรมสีน้ำเงินจะปกป้องเธอเอง (พูดจาหล่อเชียว! จีบก็ไม่ได้ซะหน่อย!) เพราะประธานสั่งไว้ นางเอกเลยชวนเมาท์ว่ารุ่นพี่มุนาคาตะเนี่ยสุดยอดเลยนะคะ งานยุ่งจะตายยังมาใส่ใจฉันอีก (อวดทำไมยะ!) แถมยังดูคูลๆ ไม่เหมือนอยู่ม.ปลายเลย อากิยามะเลยเฉลยความจริงอันน่าตกใจว่า มุนาคาตะเคยไปเรียนเมืองนอกสองปี!! สรุปว่าประธานเป็นเด็กโข่งนั่นเอง อายุจริงๆ เลยยี่สิบละ คาดว่าเกมใส่ตรงนี้มาเพื่อให้มุนาคาตะอายุเท่ามิโคโตะมั้ง เพราะมิโคโตะก็ซ้ำชั้นสองปี

วันงานกีฬา พวกชมรมพิเศษแข่ง 騎馬戦 กัน (อารมณ์คล้ายๆ ขี่ม้าส่งเมือง??? ที่ขี่คอแล้วแย่งผ้าคาดหัวกัน) พอสิ้นเสียงประกาศเริ่มเกมปุ๊บ

มุนาคาตะโผล่มาพร้อมม้าขาวจ้าาา กลัวไม่เด่นเหรอคะประธานนนนนน

ยาตะโวยวายว่า ทำไมขี่ม้าออกมาเล่า!! แบบนั้นมันเท่สุดๆ เลยไม่ใช่รึไง!!! คามาโมโตะเลยกระซิบว่า ยาตะซังครับ ต้องพูดว่า แบบนั้นมันผิดกฎต่างหากล่ะ ส่วนทาทาระบอกว่า ฉันก็อยากขี่ม้าบ้างเหมือนกัน (แออออออ หนูก็อยากเห็นโทสึกะเซมปัยขี่ม้าขาวค่ะะะ) พอยาตะตั้งสติได้ก็โวยว่านี่มันผิดกฎ แต่มุนาคาตะบอกว่าไม่มีปัญหา เพราะกฎบอกให้ขี่ม้าไปแย่งผ้าโพกหัว (กฎไม่ได้หมายถึงม้าแบบนี้มั้ยยยยยย) ฟุชิมิเลยหันไปยิ้มเยาะสะใจใส่ยาตะ สุดท้ายมิโคโตะบอกว่า น่าสนุกนี่ แล้วเกิดอยากเอาจริงขึ้นมา การแข่งขันเลยเริ่มต้นขึ้น …เป็นงานกีฬาที่ดูวุ่นวายมาก 5555555 แต่สุดท้ายทีมน้ำเงินกับทีมแดงก็เสมอกัน

เข้าหน้าร้อนแล้วก็ได้เวลาเปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนเป็นแบบหน้าร้อน! วันแรกที่เปลี่ยนเครื่องแบบ นางเอกตื่นเต้นเพราะไม่เคยใส่ชุดนี้ แบบว่าเพิ่งย้ายโรงเรียนมา พอเจอมุนาคาตะที่ระเบียง มุนาคาตะก็ทักว่าผูกริบบิ้นเบี้ยวนะ ก่อนจะเข้ามาแก้ให้ในระยะประชิด (แหมะะะะะะะะ คิดว่าเนียนเหรอ!!!!)

แก้ริบบิ้นให้เรียบร้อยแล้วมุนาคาตะก็ชมว่าชุดนี้เหมาะมาก เอาจริงๆ มุนาคาตะเนี่ยชมนางเอกบ่อยมาก เป็นขั้วตรงข้ามของฟุชิมิที่ด่านางเอกตลอดเวลา 5555555 แต่เวลามุนาคาตะชมจะไม่ค่อยรู้สึกเขินเท่าไหร่เพราะให้อารมณ์เหมือนแม่ชมลูก แบบ ชุดนี้เหมาะจ้ะลูก ตั้งใจทำข้อสอบได้ดีมากจ้ะลูก ต่อจิ๊กซอว์เก่งจังเลยลูก อะไรแบบนั้นมากกว่า….

แต่แล้ววันหนึ่งภาพลักษณ์ของคุณแม่(?)ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อนางเอกกำลังกลับบ้านหลังเลิกเรียน และบังเอิญเจอมุนาคาตะกำลังสูบบุหรี่อยู่ในโรงเรียน

นางเอกเห็นแล้วก็ตกใจว่า เอ๊ะ รุ่นพี่สูบบุหรี่?? นี่มันในโรงเรียนนะ?? ก่อนหน้านี้ตอนตรวจระเบียบวินัยรุ่นพี่เฮี้ยบจะตาย ทำไมมาทำเรื่องไม่ดีไม่งามแบบนี้ในโรงเรียนซะเอง! ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด มุนาคาตะก็ทักว่า เห็นเข้าแล้วสินะ (ประธานเล่นมาสูบบุหรี่ซะหน้าตึกขนาดนี้ เค้าเห็นกันทั้งโรงเรียนแล้วค่าาาา) นางเอกบอกว่าอายุรุ่นพี่สูบบุหรี่ได้แล้วก็จริง แต่มันไม่ดีต่ออิมเมจประธานนักเรียนนะคะ มุนาคาตะเลยตอบว่า คนที่เห็นมีแค่เธอคนเดียว ถ้าเธอเงียบไว้ก็ไม่มีปัญหา (ประธานค๊ะะะะ ดูพูดจา! อย่าให้หนูต้องเรียกฟุชิมิมาเทศนา!)

นางเอกยืนกรานว่ามันไม่ดีจริงๆ นะ เลิกบุหรี่เถอะค่ะ มุนาคาตะจึงถามกลับอย่างจริงจังว่า ทำไมล่ะ? ถ้าสูบในที่ที่ถูกต้องและรักษามารยาท มันก็เป็นอิสระที่จะสูบไม่ใช่เหรอ นางเอกเลยตอบว่า มันไม่มีต่อภาพลักษณ์และสุขภาพนะคะ มุนาคาตะเลยเริ่มคล้อยตามว่า นั่นสิ ถ้าใครรู้เข้าคงไม่ดีจริงๆ ที่จริงฉันก็ไม่ได้สูบบ่อยหรอกนะ ไม่นึกเลยว่าเธอจะมาเห็น (ถ้าพี่ไม่อยากให้ใครเห็นก็ไปสูบหลังห้องน้ำหรือที่ไหนก็ได้ที่มันหลบซ่อนกว่านี้มั้ยคะ????) แล้วมุนาคาตะก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ (อิ๊ เหม็นบุหรี่!) และขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับของเราสองคน …อีเวนท์นี้เป็นอีเวนท์ที่ทำให้รู้สึกว่ามุนาคาตะนี่เจ้าเล่ห์เหมือนกันนะ /หรี่ตา

ต่อมาไม่นาน มุนาคาตะก็เอาจิ๊กซอว์มาให้สมาชิกชมรมต่อเล่นกันอีก แล้วนางเอกก็เป็นคนเดียวที่ต่อจนเสร็จอีกนั่นแหละ คราวนี้มุนาคาตะบอกว่าไว้จะให้รางวัลละกัน ซึ่งรางวัลก็คือไปชมดอกไม้ไฟที่สวนสนุกยามค่ำคืนสองต่อสอง (แหมะะะ อยากไปเดทก็ชวนตรงๆ เลยเดะะ ทำเป็นอ้างว่าให้รางวงรางวัล โถ่วววว)

พอถึงสวนสนุก มุนาคาตะก็ชวนนางเอกไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ พอขึ้นไปก็ประจวบเหมาะกับเวลาจุดดอกไม้ไฟพอดี ทั้งสองจึงได้ชมดอกไม้ไฟอย่างสุดแสนโรแมนติกกกกก (ทำไมทำการบ้านมาดีมาก ดูตั้งอกตั้งใจพาสาวมาเดท)

ระหว่างนั้นเกิดเหตุการณ์ชิงช้าสวรรค์ปิดซ่อมเร่งด่วนเล็กน้อย ทั้งสองคนที่ติดอยู่บนนั้นก็ชมดอกไม้ไฟพลางคุยกันไปเรื่อยเปื่อย สักพักมุนาคาตะก็บอกว่า จริงสิ ลืมบอกไปเลยว่าเธอเหมาะกับชุดยูคาตะมาก (เกลียดการแอ๊บทำเป็นเพิ่งนึกได้ จริงๆ เล็งหาจังหวะหยอดมานานแล้วล่ะสิ ไม่เนียนนนนน)

หลังจากนั้นทางสวนสนุกก็ส่งตั๋วสองใบมาขอโทษเรื่องชิงช้าสวรรค์ นางเอกโทรไปชวนมุนาคาตะ มุนาคาตะเลยชวนไปเดี๋ยวนั้นเลย อีกยี่สิบนาทีเจอกันหน้าหอ นางเอกก็ว่าง่าย ไปก็ไป แป๊บเดียวก็มาโผล่ที่สวนสนุกกันอีกรอบ คราวนี้ไม่ได้มาเดทสุดโรแมนติก แต่มาเล่นอย่างจริงจัง คือมุนาคาตะชอบเล่นรถไฟเหาะมากเลยลากนางเอกไปขึ้นรถไฟเหาะรัวๆ เป็นสิบรอบจนนางเอกเหนื่อย แต่พอไปนั่งพัก นางเอกก็ทำร่าเริงบอกว่า ได้เห็นรุ่นพี่สนุกสนานแบบนี้เหมือนเป็นกำไรเลยค่ะ! เพราะได้เห็นด้านใหม่ๆ ของรุ่นพี่ที่ไม่เคยเห็นที่โรงเรียนไงคะ! (ยัยโคโนฮานะ! เมื่อกี้หล่อนยังบ่นอุบอิบในใจอยู่เลยว่าทำไมรุ่นพี่ถึงชอบรถไฟเหาะขนาดนี้ ชั้นรู้ชั้นเห็น!) ว่าแล้วนางเอกก็เป็นฝ่ายชวนมุนาคาตะไปขึ้นรถไฟเหาะอีกรอบ มุนาคาตะจึงชื่นชมว่าเธอช่างเป็นคนกล้าหาญดีมาก (ประธานคะ อย่าหลงกล!)

พอปิดเทอมหน้าร้อนก็มีอีเวนท์เข้าค่าย รูทนี้ชมรมสีน้ำเงินไปใช้ชีวิตแบบเซอร์ไววัลกันที่เกาะร้าง ต้องหาวัตถุดิบมาทำอาหารเอง จับปลาล่าสัตว์หาผลไม้เอง จุดไฟเอง นางเอกรับหน้าที่จุดไฟ ส่วนหนุ่มๆ แยกย้ายกันไปหาอาหาร พอตกค่ำฟุชิมิก็กลับมาคนแรกพร้อมกับแบกหมูป่ามาตัวนึงและผลไม้จำนวนมหาศาล (รูทตัวเองทำเป็นแอบอู้ พอรูทประธานดันขยันขึ้นมาเฉยเลยนะคนเนี้ย) อากิยามะก็ไปงมหาปลามาหอบใหญ่ ส่วนมุนาคาตะไปตกปลามาเท่ากับจำนวนคนในชมรม (คนอื่นดูจริงจังมาก ล่าหมูงี้ ดำน้ำหาปลางี้ ส่วนประธานนั่งตกปลาชิลๆ 555555555555)

ตกดึกวันเข้าค่าย นางเอกเผลอตื่นมากลางดึกเลยลุกไปเดินเล่นริมทะเล สักพักมุนาคาตะก็ตามมา

ระหว่างยืนรับลมทะเลด้วยกัน มุนาคาตะก็ถามขึ้นมาว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า? นางเอกเลยปรับทุกข์ว่า ฉันกลัวว่าพลังพิเศษของตัวเองจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก (เพราะนางเอกย้ายโรงเรียนมาด้วยเหตุผลนี้) แล้วสมาชิกชมรมทุกคนจะซวยไปด้วย มุนาคาตะบอกว่า ถ้าเธอไม่ตั้งใจทำร้ายพวกเราก็ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพลังของเธอทำงานได้ยังไง จะคิดวิธีรับมือก็ไม่ได้ กลุ้มใจไปก็เปล่าประโยชน์ แถมชมรมเราก็มีพลังพิเศษกันหมด พลังของเธอคลุ้มคลั่งขึ้นมาก็ไม่มีปัญหา

นางเอกได้คุยกับมุนาคาตะแล้วก็สบายใจ คิดในใจว่าดีจังที่ได้ปรึกษารุ่นพี่ ถ้าช่วงเวลานี้หยุดอยู่อย่างนี้ก็ดีสิ ทันทีที่คิดแบบนั้นปุ๊บ คลื่นในทะเลก็หยุดชะงักไปแวบหนึ่ง มุนาคาตะเลยถามว่าเมื่อกี้คิดอะไร ลองคิดอีกทีได้มั้ย นางเอกเลยคิดอีกรอบ แล้วคลื่นก็หยุดชะงักไปอีกจริงๆ มุนาคาตะเลยบอกว่าพอจะจับทิศทางพลังของเธอได้แล้ว การเข้าค่ายครั้งนี้มีประโยชน์จริงๆ (ถามสมาชิกคนอื่นรึยังว่ามีประโยชน์มั้ย ฟุชิมิไล่จับหมูแล้วได้ประโยชน์อะไรแก่ชีวิตบ้าง)

หลังจากนั้นพอใกล้ๆ เปิดเทอม นางเอกนึกได้ว่ายังทำการบ้านปิดเทอมไม่เสร็จเลยหอบไปทำที่ห้องชมรม พอมุนาคาตะมาเห็นก็ถามว่าช่วยสอนให้มั้ย? นางเอกก็ปฏิเสธสวยๆ ว่า ไม่ค่ะ ฉันจะลองพยายามเองก่อน มุนาคาตะเลยบอกว่างั้นก็พยายามเข้าล่ะ แล้วก้มหน้าก้มตาต่อจิ๊กซอว์ที่ซื้อมาใหม่เงียบๆ ปล่อยให้นางเอกปวดหัวกับการบ้านเลขต่อไป นางเอกคิดไปคิดมาจนเผลอหลับ ตื่นมาอีกทีตอนมืดค่ำ การบ้านก็ยังไม่เสร็จ ทว่าบนโต๊ะกลับมีโน้ตที่มุนาคาตะเขียนไว้เป็นคำใบ้สำหรับแก้โจทย์เลข นางเอกจึงอาศัยคำใบ้นั้นทำการบ้านจนเสร็จในที่สุด (ตอนแรกรู้สึกว่ามุนาคาตะใจดีจัง แต่คิดอีกทีจริงๆ แล้วโน้ตนั่นอาจจะแฝงความเยาะหยันว่า เห็นมั้ยล่ะ พอฉันไม่สอนเธอก็ไม่รอด! ก็ได้นะ 555555555)

และเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงก็ได้เวลาเปิดเทอม! ขำรูปคั่นฤดู ประธานแกบ้าต่อจิ๊กซอว์มากจริง 5555555 หมากรุกตอนแรกสุดนั่นทำเป็นเท่เฉยๆ สินะ งานอดิเรกที่แท้จริงคือสิ่งนี้

เปิดเทอมวันแรก นางเอกนอนไม่พอเลยหาวทั้งวัน หาวไปหาวมา บังเอิญโดนมุนาคาตะเห็นตอนกำลังอ้าปากหาวพอดี มุนาคาตะเลยเข้ามาทักทายและบอกว่าผูกริบบิ้นเบี้ยวอีกแล้วก่อนจะช่วยแก้ให้ (แหนะะะะะะ บอกแล้วไงว่ามุกนี้ไม่เนียน!!)

ฉากนี้เพื่อนนางเอกมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีเลยแซวยกใหญ่ นางเอกก็ปฏิเสธพัลวันว่าไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรจริงจริ๊งงงงง

ต่อมาก็เป็นอีเวนท์วันเกิดเซริจัง เซริจังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมสีน้ำเงิน สมาชิกชมรมเลยจัดเซอร์ไพรส์ปาร์ตี้และให้ของขวัญเป็นเซ็ตขนมถั่วกวน เพราะเซริจังชอบกินถั่วกวนมากจนผิดมนุษย์มนา

มอบของขวัญกันเสร็จแล้วมุนาคาตะก็บอกว่าเตรียมเค้กกับชากุหลาบเอาไว้ด้วย ว่าแล้วชมรมสีน้ำเงินก็พักดื่มชากัน เซริจังรับชากุหลาบไปแล้วก็ตักซุนดะ (ถั่วแระกวน?? ที่สีเขียวๆ ของดีเมืองเซนได) ใส่ในชา ก่อนจะตักถั่วแดงโปะเค้กจนมิด จนมุนาคาตะและฟุชิมิต่างมองด้วยสายตาสะพรึงกลัว…

ฉากนี้เซริจังน่ารักมาก ดูแฮปปี้กับสารพัดถั่วกวนสุดๆ ทำเอาอยากกินไปด้วยเลยเนี่ย แต่ไม่เอาแบบตักใส่น้ำชานะ 55555555 เซริจังมีการบอกเกรงอกเกรงใจที่ตัวเองกินอยู่คนเดียวด้วย แต่มุนาคาตะบอกว่าไม่เป็นไรครับ ตามสบายเลย เซริจังเลยดื่มด่ำกับชาและขนมต่อไป ผู้กล้าเพียงคนเดียวที่ลองชิมชากุหลาบและเค้กหน้าถั่วแดงสูตรพิเศษของเซริจังก็คือนางเอก และด้วยความเป็นนางเอกจึงกินแล้วพบว่ามันก็อร่อยดีนี่นา สุดท้ายทั้งมุนาคาตะและฟุชิมิเลยยกส่วนของตัวเองให้นางเอกด้วยเพราะทุกคนในชมรมนี้ล้วนยี้ถั่วกวนเหล่านี้มาก (โดยเฉพาะมุนาคาตะที่มีฉากยี้ถั่วแดงบ่อยมาก ก่อนหน้านี้คงโดนยัดเยียดให้กินมาเยอะ สงสาร 5555555555) พอนางเอกรับมากินด้วยความเต็มใจ มุนาคาตะจึงชื่นชมว่า เธอช่างเป็นคนสำคัญของชมรมเราจริงๆ (ก็คือเป็นคนคอยกินสารพัดถั่วกวนของเซริจัง หน้าที่สำคัญม๊าก…….)

หลังจากนั้นก็เป็นช่วงอีเวนท์ประจำฤดูใบไม้ร่วง อีเวนท์งานโรงเรียนนั่นเอง! รูทนี้มุนาคาตะแต่งตั้งนางเอกให้รับหน้าที่ผู้ช่วยประธานนักเรียน (ประธานค๊ะะะะ! นี่มันใช้อำนาจในทางมิชอบ!) ตอนแรกนางเอกเล่นตัวไม่กล้ารับตำแหน่งเพราะเป็นหน้าที่สำคัญเกินไป กลัวจะเป็นตัวถ่วง มุนาคาตะเลยบอกว่า เธอไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสักหน่อย แทนที่จะยอมแพ้เพราะคิดว่าทำไม่ได้ ทำไมไม่พยายามเพื่อให้ตัวเองทำได้ขึ้นมาล่ะ นางเอกเลยยอมรับตำแหน่งในที่สุด

ทว่าเมื่อถึงวันก่อนวันงานหนึ่งวัน ฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจ ฝนเริ่มตกปรอยๆ แถมยังมีข่าวว่าจะมีพายุเข้า นางเอกเลยนึกได้ว่า เอ๊ะ พลังของเราอาจจะใช้ได้ก็ได้นะ! ว่าแล้วก็ออกไปเพ่งกระแสจิต โอมมม ฝนจงหยุด!!! แล้วก็ แว้บบบบบ เกิดแสงสว่างวาบ นางเอกหมดสติไปท่ามกลางสายฝน

นางเอกฟื้นขึ้นมาอีกทีในห้องประธานชมรมสีน้ำเงินโดยมีมุนาคาตะเฝ้าอยู่ข้างๆ

มุนาคาตะบอกว่างานโรงเรียนจบลงไปแล้ว นางเอกสลบไปตลอดช่วงงานโรงเรียน แต่พลังของนางเอกก็ช่วยไล่พายุสำเร็จ งานโรงเรียนจึงผ่านไปด้วยดี มุนาคาตะบอกว่าพลังของนางเอกคงเป็นพลังยับยั้ง แล้วก็ขอบคุณนางเอกที่ช่วยให้งานโรงเรียนราบรื่น แล้วมุนาคาตะก็คอยดูแลอยู่ข้างๆ จนนางเอกอาการดีขึ้น …ฉากนี้รู้สึกว่าถ้ามุนาคาตะดุกว่านี้หน่อยคงใจเต้นแรงกว่านี้ 555555555 นี่ไม่ดุเลยยยยย มีดุนิดเดียวตอนนางเอกจะลุกแล้วมุนาคาตะบอกว่าถ้าฝืนตัวเองจนล้มพับไปอีกจะเป็นไง แต่ไม่ยักดุเรื่องที่ใช้พลังจนสลบไป เป็นคนใจดี๊ใจดีคนนึง

หลายวันต่อมา นางเอกเจอมุนาคาตะอ่านหนังสืออยู่ในห้องประธานชมรมก็เลยชวนคุยว่าอ่านหนังสือเหรอคะ อ่านอะไรเอ่ย? ปรากฎว่ามุนาคาตะกำลังอ่านนิยายรักจ้าาา ประธานอ้างว่าปกติไม่อ่านหรอกนะ แต่นานๆ ทีก็อยากลองอ่านอะไรที่ไม่เคยอ่านดูบ้าง แล้วก็ถามนางเอกว่าปกติอ่านนิยายรักบ้างมั้ย หลงใหลในนิยายรักรึเปล่า อยากทดลองมีความรักดูจริงๆ มั้ย (หืมมมมมมมม?) มุนาคาตะบอกว่า อยากทดลองว่าความรักจริงๆ มันจะไปได้สวยเหมือนในนิยายรึเปล่า ฉันถูกใจเธอนะ เพราะงั้นเธอนี่แหละเหมาะดี ฉันอยากลองทำให้เธอตกหลุมรักเหมือนในนิยายรักดู จงคบกับฉันซะ

โอ๊ย หมั่นไส้ คิดว่าหน้าตาดีแล้วจะมาสั่งกันแบบนี้ได้เหรออออออออ (ได้!!!!!!!!!!)

ฝ่ายนางเอกก็งงๆ ว่า คบนี่หมายถึงคบเป็นแฟนเหรอคะ? ง่ายๆ แบบนี้ก็ได้เหรอคะ?? ตกลงก็ได้ค่ะ (เล่นตัวมากเดี๋ยวประธานเปลี่ยนใจ แฮ่ๆๆๆๆ) และแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงพัฒนามาเป็นการทดลองเป็นแฟนด้วยเหตุนี้

ส่วนอีเวนท์ทัศนศึกษารูทนี้ไม่มีไรมาก นางเอกซื้อของขวัญวันเกิดให้มุนาคาตะเพราะวันทัศนศึกษาตรงกับวันเกิดพอดี มุนาคาตะเลยบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ได้ของขวัญจากซายะคุงครั้งแรก ท่าทางจะเป็นวันที่ลืมไม่ลงอีกวันนึง (เป็นคนให้ความสำคัญกับอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย ประธานในห้วงรักก็น่าเอ็นดูดีนะ 55555555)

ตัดชั้บมาที่หน้าหนาว มุนาคาตะยุ่งอยู่กับงานของประธานนักเรียนจนไม่ค่อยได้เจอนางเอก จนวันนึงนางเอกบังเอิญเจอมุนาคาตะหลังเลิกเรียน มุนาคาตะก็ขอเวลานางเอกสิบนาที พาไปที่ห้องโสต จับนางเอกนั่ง แล้วตัวเองก็นอนพิงหน้าตาเฉยยยยยย แหมมมมมมมม

ดูเป็นอีเวนท์ที่สมเป็นโอโตเมะเกมดีนะ ชอบ 5555555555

จากนั้นพอถึงวันคริสต์มาสอีฟ มุนาคาตะยุ่งอยู่กับการจัดงานคริสต์มาสของโรงเรียนจนไม่มีเวลาแม้แต่จะคุยกับนางเอก พอตกกลางคืน นางเอกที่อยู่ที่หอก็ได้ยินเสียงหน้าต่างดังแกรกกรากๆ ปรากฏว่านั่นคือเสียงมุนาคาตะปีนระเบียงบุกมาหาถึงห้องนั่นเอง (ประธานค๊ะะะะะะ นี่มันกลางดึก!!!! ที่หอพักหญิง!!!!!!)

มุนาคาตะเข้ามาในห้องแล้วก็ทักว่าเมอร์รี่คริสต์มาส ฉันมาใช้เวลาคริสต์มาสกับเธอไงล่ะ ซื้อเค้กมาด้วยนะ ทั้งสองเลยจิบชากินเค้กด้วยกัน พอนางเอกทักว่ารุ่นพี่ทำแบบนี้ไม่ผิดกฎของโรงเรียนเหรอคะ? มุนาคาตะก็ตอบว่า ไม่เป็นไรหรอก แค่มาหาแฟนนี่นา ถ้าเธอไม่บอกใครก็ไม่มีปัญหา (อ้างแบบนี้ก็ผิดอยู่ดีมั้ยยยยย ฟุชิมิมาสั่งสอนเร็ว!!!) หลังจากนั้นก็มีการแลกของขวัญกันเล็กน้อย จบอีเวนท์คริสต์มาสอย่างเรียบง่าย

เราชอบอีเวนท์ปีใหม่มากกว่าคริสต์มาสอีก เพราะมีทาทาระ!!! (เอ๊ะ?) วันปีใหม่นางเอกไปขอพรที่ศาลเจ้ากับมุนาคาตะเสร็จแล้วก็กลับมาที่โรงเรียนเพราะชมรมสีน้ำเงินจะทำโมจิด้วยกัน แต่พอไปถึงลานหน้าอาคารเรียนดันเจอชมรมสีแดงมาแย่งที่ทำโมจิอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองชมรมเกิดการฮึ่มฮั่มใส่กันเล็กน้อย ไปๆ มาๆ กลายเป็นแข่งกันทำโมจิเฉยเลย ขำการที่ฟุชิมิกับยาตะแข่งกันจริงจังมาก 555555555

วิธีการตัดสินคือฝั่งไหนทำโมจิได้อร่อยกว่าเป็นฝ่ายชนะ แต่สุดท้ายไม่มีบอกนะว่าใครชนะ

ตัดชั้บมาอีกทีวันวาเลนไทน์ นางเอกทำช็อกโกแลตเอง ตั้งใจว่าจะเอาไปให้มุนาคาตะตอนเลิกเรียน แต่พอไปถึงโรงเรียนตอนเช้าปุ๊บก็มีเสียงมุนาคาตะประกาศผ่านลำโพงให้นางเอกรีบไปห้องประธานนักเรียน พอเจอหน้ากันมุนาคาตะก็สั่งว่าจงไปหาของที่จะทำให้ฉันพอใจมาซะ (ตรงนี้จะมีชอยส์ขึ้นมาให้เลือกว่าช็อกโกแลตหรือจิ๊กซอว์ 55555555555555) นางเอกเลยรีบวิ่งหน้าตั้งไปหยิบช็อกโกแลตที่แช่ไว้ในตู้เย็นมาให้ ฝ่ายมุนาคาตะพอได้ช็อกโกแลตแล้วก็แกะกินเดี๋ยวนั้นเลย (อะไรจะตั้งตารอวาเลนไทน์ขนาดนี้คะประธาน โอ๊ย น่าเอ็นดู)

นางเอกถามว่าทำไมต้องเรียกฉันมาแต่เช้าด้วยล่ะคะ มุนาคาตะบอกว่าถ้าไม่รับช็อกโกแลตของเธอเป็นคนแรกก็ไม่มีความหมายสิ เพราะช็อกโกแลตของแฟนพิเศษกว่าช็อกโกแลตคนอื่น (งั้นก็ไม่ต้องรับช็อกโกแลตของคนอื่นเซ่!!!!!!!!!!!)

หลังจากนั้นก็เป็นฉากจบละ

เบสท์เอนด์ → วันก่อนไวท์เดย์หนึ่งวันตรงกับพิธีจบการศึกษาของชั้นปีสามพอดี เสร็จพิธีแล้วนางเอกก็ไปที่ห้องประธานนักเรียน มุนาคาตะเลยให้คุกกี้เป็นของขวัญไวท์เดย์ ตามด้วยให้เข็มกลัดประจำชั้นปีเป็นของที่ระลึกจบการศึกษา มุนาคาตะบอกว่าปกติเขาให้กระดุมเม็ดที่สองกัน แต่ชุดนี้มันไม่มี เอาเข็มกลัดไปแทนแล้วกัน เท่านี้การเล่นเป็นแฟนกันของเราก็จบแล้ว นางเอกฟังแล้วก็ตกใจว่า เอ๊ะ แปลว่าเราจะเลิกกันเหรอคะ?? มุนาคาตะเลยบอกว่า ไม่ใช่ จะเลิกเล่นเป็นแฟนมาเป็นแฟนกันจริงๆ ต่างหาก ทั้งสองจึงกลายเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น มุนาคาตะที่ย้ายออกจากหอพักของโรงเรียนยังชวนนางเอกย้ายไปอยู่ด้วยกันอีกด้วย (ประธานทำไมใจเร็วด่วนได้ปานนี้คะ!!!!?????) 

นางเอกยังไม่ทันหายงง พี่แกก็ยื่นกุญแจบ้านให้หน้าตาเฉย แถมมีการบอกว่าแอบจัดการกับทางโรงเรียนเอาไว้แล้ว (ใช้อำนาจในทางมิชอบอีกละะะ ฟุชิมิมัวทำอะไรอยู่!!!) พอนางเอกบอกว่าค่าเช่าบ้านจะทำยังไง ฉันต้องทำงานพิเศษมั้ย มุนาคาตะก็บอกว่าไม่เป็นไร ฉันจ่ายเอง (ป๋ามากข่าาาาาาาาาา /แพ็คกระเป๋าพร้อมย้าย) แต่นางเอกไม่ตอบตกลงซะที มุนาคาตะเลยทำหน้าจ๋อยถามว่าไม่อยากมาอยู่ด้วยกันเหรอ ไปๆ มาๆ นางเอกเลยยอมตกลงจนได้

หลังจากย้ายมาอยู่ด้วยกันพักใหญ่ จู่ๆ มุนาคาตะก็ถามขึ้นมาหน้าตาเฉยอีกว่าเราจะจัดงานแต่งที่ไหนดี (เป็นคนที่ชอบพูดเรื่องน่าตกใจขึ้นมากะทันหันบ่อยมาก แล้วไม่เคยปรึกษาใดๆ เลยด้วยนะ คิดเองตัดสินเองตลอด……) นางเอกตกใจตอบว่าแต่ฉันยังเป็นนักศึกษามหาลัยอยู่เลยนะคะ มุนาคาตะเลยบอกว่า แต่เธอรับแหวนแต่งงานไปแล้วนะ ทะเบียนสมรสก็จดแล้วด้วย นางเอกเลยบ่นอุบอิบว่าตอนให้แหวนไม่เห็นบอกกันเลยว่าเป็นแหวนแต่งงาน ทะเบียนสมรสก็เอามาให้เซ็นง่ายๆ อย่างกับเซ็นรับพัสดุ แต่สุดท้ายนางเอกก็ยอมเลือกมาที่นึง มุนาคาตะเลยบอกว่าไว้วันหยุดคราวหน้าลองไปดูสถานที่กัน

เกมเวอร์ชั่น PSP จะจบแค่นี้ แต่เวอร์ชั่นวีต้ามีฉากพิเศษเพิ่มมา เป็นช่วงที่นางเอกยังเรียนมหาลัย แต่มุนาคาตะทำงานแล้ว ตอนแรกไม่ค่อยมีอะไร กินข้าวพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย พอถึงวันหยุดออกไปช็อปปิ้งด้วยกันก็ไปเจอเด็กหลงคนนึง ทั้งสองคนช่วยพาไปที่ป้อมตำรวจ พอกลับมาบ้านมุนาคาตะก็ถามนางเอกว่า อยากมีลูกมั้ย? (พรวดดดดดดดด) นางเอกตอบว่าสักวันก็อยากมีนะคะ มุนาคาตะเลยบอกว่าลูกต้องน่ารักเหมือนเธอแน่ๆ แต่ก่อนหน้านั้นยังเหลือเรื่องที่ควรทำอยู่อีกอย่าง เดี๋ยวพอถึงเวลาเธอก็จะรู้เอง

อยู่มาวันนึงมุนาคาตะก็ชวนนางเอกออกจากบ้านทั้งๆ ที่ไม่ได้นัดกันว่าจะไปไหน ปรากฏว่ามุนาคาตะพามาขึ้นรถม้าซึ่งมีฟุชิมิเป็นสารถี ฟุชิมิเดาะลิ้นชิชะแต่ก็ช่วยขับรถม้าพาทั้งสองคนไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งก็คืออออ สถานที่แต่งงานนั่นเอง เซอร์พร้ายยยยสสสสส์

นางเอกบอกว่า แม้แต่พิธีแต่งงานยังจะเซอร์ไพรส์กันอีกเหรอคะ มุนาคาตะเลยอ้างว่าก่อนหน้านี้เคยบอกใบ้แล้วนะ ตอนที่บอกว่าก่อนมีลูกต้องทำอะไรอีกอย่างนึงไง นางเอกเลยบ่นๆ ว่าน่าจะปรึกษากันก่อน แต่พอมุนาคาตะแสดงอาการรู้สึกผิดเล็กน้อย (เล็กน้อยมากแบบดูไม่น่ารู้สึกผิดจริง น่าจะแค่เล่นละครพอเป็นมารยาท….) นางเอกเลยบอกว่าไม่ต้องแคนเซิลงานแต่งหรอกค่ะ ฉันชอบเรย์ชิซังที่คอยแกล้งให้ตกใจแบบนี้ ให้ฉันเดินเคียงข้างตลอดไปเลยนะคะ จบบบบ แฮปปี้เอนดิ้ง

ความตลกคือฟุชิมิเป็นพิธีกรในงานแต่ง แล้วเสียงเนือยนายไร้จิตวิญญาณเหมือนอยากกลับบ้านเร็วๆ สงสาร 55555555555

นอร์มอลเอนด์ → ในวันจบการศึกษาของปีสาม นางเอกมาที่ห้องชมรมตอนเช้า เจอมุนาคาตะก็เลยแสดงความยินดีที่เรียนจบ พอมุนาคาตะออกไป นางเอกก็งีบหลับ มุนาคาตะกลับมาเจอนางเอกหลับอยู่เลยพูดกับนางเอกว่า สุดท้ายก็ไปไม่สวยเหมือนในนิยาย เพราะฉันทำให้เธอตกหลุมรักไม่ได้ ฉันชอบช่วงเวลาที่ใช้กับเธอในฐานะแฟน ฉันอาจจะจริงจังกว่าที่ตัวเองคิดก็ได้ บลาๆๆๆ (ประธานพูดยืดยาวน้ำท่วมทุ่งจนนางเอกน่าจะตื่นตั้งนานละ…..) แล้วมุนาคาตะก็ปิดท้ายว่า ถึงจากนี้เราจะแยกกันไปคนละทาง ฉันก็ภาวนาขอให้เธอมีความสุขนะ ลาก่อน ซายะคุง

โดยสรุปแล้วมุนาคาตะเป็นคนที่หน้าตาดี (เล่นมาทั้งรูทได้ข้อสรุปแค่นี้) แม้หลายๆ ครั้งจะชอบทำอะไรไม่ปรึกษาก็ยังรู้สึกว่า ยอมๆ ให้อภัยไปเถอะเพราะพี่เค้าหล่อ 5555555555555 แต่ชอบตรงที่ถึงจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกที่แท้จริงในใจออกมาก็ยังมีหลายๆ จุดที่สัมผัสได้ว่า เออ พี่เค้าก็ดูชอบนางเอกอยู่นะ (ไม่เหมือนฟุชิมิที่ไม่รู้ตกลงไปชอบนางเอกเข้าตอนไหน ทุกวันนี้ก็ยังงงอยู่….) 

หลังจากเล่นจบครบทุกรูทแล้ว ยังไงรูททาทาระก็ชนะขาดลอยอยู่ดีในแง่ของความเป็นโอโตเมะเกม จะว่าเป็นความลำเอียงส่วนบุคคลก็ไม่เชิงเพราะเราเริ่มเกมนี้มาแบบไม่รู้จักตัวละครเลยสักตัว ถ้าจะลำเอียงเข้าข้างใครสักคนก็คงเป็นฟุชิมิมากกว่าเพราะซื้อเกมนี้มาด้วยความอยากเล่นเกมอะไรก็ได้ที่มีมิยาโนะ มาโมรุ ส่วนทาทาระนี่ตอนแรกนอกสายตามากกกกก ไปๆ มาๆ มาแรงแซงทั้งโรงเรียนไปเลย น่ารักเหลือเกิน ฮว้ากกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

เดี๋ยวหลังจากนี้จะไปตามดูอนิเมะต่อบ้างละ!

 

ป.ล. เห็นออฟฟิเชียลเขียนชื่อมุนาคาตะว่า Reisi เลยเขียนตาม แต่ไม่ชินยังไงไม่รู้ ไม่ชอบโรมาจิระบบคุนเรย์ชิกิแบบนี้เลย แง 5555555555

FlyingDog 10th Anniversary Festival – INU Fest! –

เมื่อต้นเดือนไปงานอินุเฟส คอนเสิร์ตครบรอบสิบปีของค่าย FlyingDog มาแหละ!

เห็นข่าวไลฟ์นี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนเห็นไลน์อัพศิลปินที่ประกาศมารอบแรกก็ยังเฉยๆ แต่พอประกาศเพิ่มว่ามีคาจิอุระซังกับ FictionJunction YUUKA เท่านั้นแหละ โอเค ได้ สมัคร!

แต่ด้วยความที่ไลน์อัพศิลปินงานนี้เทพมาก คนดังวงการอนิเมะทั้งนั้น แต่ละคนมีแฟนๆ ผู้ซื่อสัตย์ติดตามอยู่ไม่ใช่น้อย ตอนสมัครแย่งชิงตั๋วเราเลยกดไปแบบไม่คาดหวังอะไรเลยเพราะอัตราการแข่งขันน่าจะสูงลิบลิ่ว ตอนนั้นกะว่าถ้าเปิดสมัครหลายรอบก็จะสมัครไปเรื่อยๆ ถ้าได้ก็ไปดู ไม่ได้ก็ทำใจ ซึ่งปรากฏว่า…. ได้ตั๋วมาตั้งแต่รอบแรกที่สมัคร!!! กรี๊ดดดดดด นานๆ ทีจะมีดวงอีเวนท์บ้าง ในที่สุด!!!!!

งานนี้จัดที่ 武蔵野の森総合スポーツプラザ (Musashino Forest Sports Plaza) ซึ่งดูในรูปแล้วตอนแรกเราเข้าใจว่าเป็นโรงยิมเล็กๆ แต่พอเข้าไปสถานที่จริงแล้วใหญ่กว่าที่คิดไว้ประมาณสองเท่าได้…

เรานั่งชินคังเซนจากโอซาก้าแล้วตรงดิ่งไปที่สถานีโทบิตะคิวเลย ช่วงก่อนไปงานยุ่งมากเลยไปแบบไม่ได้เตรียมตัวใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้ฟังเพลงบิ๊วตัวเองด้วยซ้ำ พอถึงวันจริงก็หยิบเพนไลท์ใส่กระเป๋าไปอันนึง จบ ถ่านสำหรับเปลี่ยนก็ไปหาตามคอนบินิแถวๆ นั้นเอา

ความเศร้าคือระหว่างนั่งชินคังเซนก็ได้ข่าวว่าคันโนะ โยโกะซังแคนเซิลงานนี้กะทันหันเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ ม่ายยยยยยยยย (;___;) งานนี้ตั้งตารอดูคันโนะซังมากๆๆๆ เพราะไม่เคยเจอเลยสักครั้ง คราวนี้เกือบได้เจอแล้วก็วืดอีกอยู่ดี เสียใจจจจจจ แต่ปัญหาสุขภาพแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้แหละ (T__T)

พอไปถึงสถานีโทบิตะคิวก็เจอคนที่คาดว่าจะไปร่วมงานเดียวกันเต็มไปหมด และส่วนใหญ่ในนั้นเป็นแฟนมาครอส (สังเกตได้จากการใส่เสื้อวัลคิวเร่บ้าง ติดกู๊ดส์วัลคิวเร่ไว้ที่กระเป๋าบ้าง เอาจริงๆ คือส่วนใหญ่เป็นแฟนวัลคิวเร่ 5555555) ทีนี้ก็ไม่ต้องกลัวหลงทางละ เดินตามฝูงชนไปเรื่อยๆ ก็ถึงหน้าฮอลล์โดยสวัสดิภาพ เย้!

ในส่วนของที่นั่งคราวนี้ ได้ที่นั่งอารีน่าแหละ! เป็นบล็อกหน้าสุดของครึ่งหลังอารีน่า ที่นั่งเราอยู่ริมสุดของบล็อกเลยด้วย ตอนแรกก็ลุ้นว่าจะมีใครขึ้นรถเลื่อนผ่านมามั้ยน้า แล้วสุดท้ายก็ไม่มี 55555555 /นั้มตา

ความที่ที่นั่งอยู่ริมๆ และเป็นแถวหน้าๆ พอเข้าไปในฮอลล์ก็เลยหาที่นั่งของตัวเองเจออย่างง่ายดาย ตั้งรกรากเสร็จก็สังเกตการณ์รอบด้าน ผู้ชมส่วนใหญ่ในงานเป็นผู้ชาย แต่ก็มีสาวๆ มาเยอะเกินคาดเหมือนกัน คนที่นั่งหน้าเราเป็นสาวน้อยผมเกลียวในชุดโลลิต้า (ดูจากปฏิกิริยาแล้วน่าจะเป็นแฟนอาลีโปรเพราะตอนถึงช่วงอาลีโปรเค้าดูโบกเพนไลท์คึกคักกว่าเดิมเยอะมาก) ส่วนลุงข้างๆ เป็นแฟนมาครอส พี่แว่นแถวหน้าเป็นแฟนมาอายะซัง ทุกคนดูมีการแสดงออกที่ชัดเจนว่าเป็นแฟนศิลปินคนไหน ในขณะที่เราไปแบบไม่มีการแสดงตัวใดๆ ว่าติ่งใคร เพราะงานนี้มีศิลปินที่เราชอบมาเยอะเกินไป (แต่ถ้าถามว่ารักใครมากที่สุดก็จะตอบแบบไม่คิดว่าคาจิอุระ ยูกิ)

ช่วงระหว่างรองานเริ่ม บนจอจะฉายฉาก Opening ของอนิเมะเก่าๆ ซึ่ง Victor Entertainment ที่เป็นบริษัทแม่ของฟลายอิ้งด็อกทำเพลงให้ เราแทบไม่รู้จักเลยสักเรื่องเลยจำไม่ได้แล้วว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จำได้แต่มีเรื่องトップをねらえ! ที่อันโนะกำกับโผล่มาด้วย (แต่ไม่เคยดูหรอกนะเพราะเกิดไม่ทัน 55555555) ช่วงรับชม Opening เก่าๆ นี่คนดูกลุ่มที่เกิดทันก็เริ่มจะมันส์กันไปล่วงหน้าละ พอเจอเรื่องไหนที่คนชอบเยอะๆ ก็จะมีคนส่งเสียงฮือฮากันเป็นหมู่คณะ

และพอสี่โมงงานก็เริ่ม! ตอนแรกบนจอจะฉายให้ดูว่าวันนี้มีศิลปินคนไหนมาบ้าง หลังจากนั้นก็มีพรีเซนเตอร์ (ที่ไม่ได้แปลว่าพรีเซนเตอร์โฆษณา แต่หมายถึงคนที่ออกมาพูดพรีเซนต์) คนแรกออกมาพูดเปิดงาน ได้แก่ ทานากะ โคเฮซัง นักแต่งเพลงรุ่นเดอะของวงการอนิเมะ ทานากะซังพูดอะไรบ้างก็จำไม่ได้อีกนั่นแหละ…. แต่เขาเล่าเรื่องตัวเองเยอะอยู่ ประมาณว่าความหลังของตัวเองกับวิกเตอร์และฟลายอิ้งด็อก ซึ่งเขาพูดตลกอยู่นะ เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะๆ

พอพูดจบแล้วทานากะซังก็บอกว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ วันนี้ขอเล่นดนตรีสักเพลงนึงแล้วกัน ก่อนจะเดินไปนั่งที่เปียโน และเอนโด มาซากิซังก็โผล่มาร้องเพลง 勇者王誕生! (Yuusha Ou Tanjou!) จากเรื่อง 勇者王ガオガイガー (King of Braves GaoGaiGar) …….เริ่มเพลงแรกมาก็ไม่รู้จักแล้ว แง 55555555555555555

เอนโด มาซากิซังเป็นซีเครทเกสท์ที่ไม่มีอยู่ในไลน์อัพศิลปิน คนที่ชอบก็น่าจะตื่นเต้นตกใจกันมากโขอยู่ แต่เราเฉยๆ…. แต่เพลงเขามันส์ระเบิดระเบ้อมาก คนดูก็คอลกันอย่างพร้อมเพรียง เราเลยมันส์ไปด้วยได้ไม่ยากเท่าไหร่

ศิลปินคนต่อมาคือ May’n มาร้องสามเพลงได้แก่

Chase the world
射手座☆午後九時Don’t be late (Iteza☆Gogo Kuji Don’t be late)
ダイアモンド クレバス (Diamond Crevasse)

ในสามเพลงเป็นเพลงมาครอสที่เราชอบมากๆๆๆๆ ไปแล้วสองเพลง (ถึงจะเคยฟังในไลฟ์วัลคิวเร่มาแล้วก็เถอะ) เนี่ย แค่นี้ก็คุ้มแล้วที่ถ่อมาจากโอซาก้า ฮือออออ

ตอนก่อนร้อง Diamond Crevasse เจ้เมนพูดเกี่ยวกับเพลงนี้ซึ้งมาก ประมาณว่าเป็นเพลงสำคัญมากที่ทำให้ได้พบเจอกับผู้คนมากมายและทำให้ศิลปินที่ชื่อ May’n ถือกำเนิดขึ้นมา ชอบมากที่พูดเชื่อมโยงกับเนื้อเพลงด้วย คือตอนนั้นถึงจะไม่บอกชื่อเพลงก็รู้เลยว่าเป็นเพลงนี้แน่ๆ ตอนอินโทรขึ้นมาเลยขนลุกไปหมด ฮืออออ ดีใจจังที่ได้ฟังเพลงนี้ ตอนแสงสปอตไลท์ส่องค้างอยู่ที่เจ้เมนกลางเวทีนี่เกือบเห็นภาพหลอนเป็นเชอริลยืนอยู่ตรงนั้น (;____;) ขอบคุณนะนางฟ้ากาแล็กซี่♥

แต่ตอนเจ้เมนบอกว่าขอบคุณแล้วลงไปจากเวทีแอบตกใจอยู่ ไม่นึกว่าจะร้องแค่สามเพลง นึกว่าอย่างน้อยก็น่าจะร้องกันสักคนละสี่เพลงขึ้นไปซะอีก

ต่อจากนั้น Nano ก็ออกมาร้องสองเพลง

SAVIOR OF SONG
No pain, No game

เราไม่เคยฟังเพลงนาโนะมาก่อนเลย แต่เพลงที่เค้าเล่นเป็นเพลงแนวมันส์ๆ ทั้งสองเพลง เลยมันส์ตามไปด้วยไม่ยาก (ค้นพบว่าถ้าเป็นเพลงแนวมันส์ๆ ต่อให้ไม่เคยฟังมาก่อนก็คล้อยตามง่าย ในขณะที่เพลงช้าๆ เนี่ย ถ้าไม่อินมาก่อนจะไม่ค่อยเคลิ้มตามเท่าไหร่)

นาโนะบอกว่าวันนี้คงมีคนที่ไม่เคยฟังเพลงนาโนะมาก่อนอยู่ด้วย (ระ เราเอง….) ถ้าไลฟ์วันนี้ทำให้ได้มารู้จักกับนาโนะมากขึ้นก็ดี อะไรประมาณนี้แหละ แต่จริงๆ ศิลปินหลายคนก็พูดแบบนี้ คืองานมันจับฉ่ายหลายแนวมากจนถ้าไม่ใช่แฟนค่ายจริงๆ ไม่น่ามีคนที่ตามศิลปินในงานนี้ครบทุกคนอยู่แล้ว

ถัดมาก็ถึงคิวคาจิอุระซังที่รอคอย อ๊ากกกกกกกกก แค่ภาพบนจอบอกว่าต่อไปเป็นคาจิอุระซังก็จะร้องไห้แล้ว ไม่เจอมานานมาก เวลามีไลฟ์ของคาจิอุระซังทีไรก็จังหวะคลาดกันตลอดเลย (T__T)

ช่วงคาจิอุระซัง&FictionJunction YUUKA มีสามเพลง

salva nos
暁の車 (Akatsuki no Kuruma)
nowhere

งานนี้มีคาโอริจังกับไคดะ ยูริโกะซังมาร้องเพลงแรกกับเป็นคอรัสให้ยูกะจังด้วย ตอนเห็นสองคนนี้ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะเห็นจากทวิตเตอร์คาโอริจังแล้วว่าจะมา เลยเดาว่าถ้าคาโอริจังมา ไคดะซังก็น่าจะมาด้วย แต่การที่คาซาฮาระ ยูริซังมาร้อง salva nos นี่เราเซอร์ไพรส์มากกกกกกกกกก ไม่นึกว่าจะมา คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ฮืออออออ เสียดายนิดเดียวคืออยากให้มีเพลงของคาจิอุระซังอีกสักเพลง แง

ส่วนช่วง FictionJunction YUUKA ที่มีอยู่สองเพลงนั้นก็คุ้มสุดคุ้ม ตอนยูกะจังเดินออกมานี่มันตื้นตันไปหมด ยูกะจังงงงงงงงง (T____T) เรารัก FictionJunction YUUKA มากเพราะเป็นวงที่ทำให้รู้จักกับคาจิอุระซังและติดตามมาจนถึงทุกวันนี้ (ถึงทุกวันนี้จะตามน้อยลงจากเมื่อก่อนก็เถอะ…) แต่ที่ผ่านมากลับไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังเพลงวงนี้แบบสดๆ เท่าไหร่ พอได้ฟังอีกครั้งเลยดีใจมาก ประทับใจมาก แถมเพลงที่เลือกมาก็เป็นเพลงที่ชอบมากๆๆๆ ด้วย แม้จะเคยฟังสดมาแล้วก็ปลาบปลื้มอยู่ดี โฮฮฮฮฮฮฮ

อีกสิ่งนึงที่ประทับใจมากคือกาลเวลาทำอะไรยูกะจังไม่ได้เลย ยังคงเหมือนกับเมื่อตอนรู้จักแรกๆ ทั้งรูปร่างหน้าตา อากัปกิริยาต่างๆ  ยามร้องเพลง และสไตล์ชุดที่ใส่ขึ้นเวที

ส่วนนักดนตรีที่มาเล่นให้คือแบนด์เมมเบอร์ขาประจำของคาจิอุระซัง แต่มากันไม่ครบ ขาดคนโนะซังไม่ได้มาเล่นไวโอลินให้ นอกนั้นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้นเลย

ช่วงทอล์กสั้นๆ เราจำไม่ได้เลยว่าคาจิอุระซังพูดอะไรบ้าง แง 555555 จำได้แต่ที่พูดว่า งานชื่ออินุเฟส (=เทศกาลหมา) แต่วันที่เป็นวันเนี้ยงเนี้ยง (วันที่ 2 เดือน 2) นะ ฮือ ทำไมน่ารักอย่างนี้คะ!!!! เอ็นดู (〃ω〃)

พอจบช่วงนี้ก็มีพรีเซนเตอร์คนที่สองโผล่มาพูดคุย ซึ่งเขาก็คือ คาวาโมริ โชจิ!!!! เฮ้ยกรี๊ดดดดดดดด!!! คาวาโมริซัง!!!!!!!!!

คาวาโมริซังคนนี้คือคนเขียนบทและผู้กำกับมาครอส เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดมาครอสนั่นเอง! นอกจากมาครอสแล้วผลงานเด่นของคาวาโมริซังยังมีอควอเรียนด้วย งานนี้มีทั้งสาวๆ มาครอสและ bless4 ที่ร้องเพลงอควอเรียนมารวมตัวกัน เชิญคาวาโมริซังมาพูดนี่แหละเหมาะสุดๆ ละ (และเราว่าในฮอลล์น่าจะมีแฟนมาครอสอยู่เกินครึ่งอะ 5555555555)

คาวาโมริซังมาพูดเกี่ยวกับงานของตัวเองกับค่ายนี้ที่ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่สมัย Victor Entertainment ยังไม่แยกค่ายฟลายอิ้งด็อกออกมา เล่าเท้าความไปตั้งแต่สมัยทำมาครอสภาคแรกเลยว่า ยุค 80s เป็นยุคไอดอลรุ่งเรืองของญี่ปุ่นแท้ๆ แต่ไม่ยักมีคนทำอนิเมะเกี่ยวกับไอดอล แกก็เลยเกิดไอเดียเอาไอดอลมารวมกับสงครามอวกาศ ออกมาเป็นมาครอสภาคแรกในที่สุด นอกจากนั้นก็มีพูดถึงคันโนะซังที่ไม่มาในวันนี้ คาวาโมริซังบอกว่าพอเห็นคันโนะซังเป็นหวัดก็เลยอุ่นใจว่าคันโนะซังก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเรานี่เอง

หลังจากนั้นอาราอิ อาคิโนะก็ออกมาร้องสองเพลง

Voices
キミヘムカウヒカリ (Kimi e Mukau Hikari)

ในสองเพลงนี้เราเคยฟังแค่เพลงแรก เป็นเพลงจากมาครอสพลัส (ซึ่งเป็นภาคที่เราไม่ได้ดู แป่ว) แต่เราว่าแบบไลฟ์เสียงหวานๆ นุ่มๆ กว่าปกตินะ แล้วเพลงนี้เน้นเสียงร้องเพลงมากกว่าดนตรีด้วย (คุ้นๆ ว่าท่อนแรกสุดเป็นอะแคปเปล่าด้วยมั้ง?) ฟังเสียงหวานๆ ใสๆ แล้วเคลิ้ม (〃-〃)

ถัดมาเป็น ALI PROJECT อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อาลีโปรมาร้องสองเพลง ได้แก่

亡國覚醒カタルシス (Boukoku Kakusei Catharsis)
勇侠青春謳 (Yuukyou Seishunka)

สมัยติ่งโค้ดเกียสหนักๆ ตามฟังเพลงอาลีโปรอยู่ช่วงนึง ก็เลยเคยฟังเพลงแรกที่มาจาก .hack//Roots ด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูตัวอนิเมะ แต่ถ้าเทียบระดับความอินกับเพลงแล้ว เพลงหลังอินกว่าเยอะมากกกกกกกกกก เสด็จลู่ววววววววววววว แค่ตอนอินโทรขึ้นมาก็กรี๊ดในใจไปสิบล้านเดซิเบล (กรี๊ดออกเสียงไม่ได้เพราะยังไม่หายเจ็บคอจากหวัด เศร้า T T) 

ชอบไลฟ์ของอาลีโปรอย่างนึงคือเป็นเวทีที่ดูแล้วสนุกมาก ทั้งคอสตูมอันเวอร์วังอลังการ ทั้งคนร้องและแดนเซอร์ที่ดู mysterious หน่อยๆ และการที่ทุกคนเต้นไปคนละทิศทาง 5555555555 ถึงวันนี้จะมีแต่ศิลปินอนิซองทั้งนั้น และหลายๆ คน หลายๆ วงก็ดูมีบรรยากาศเป็นเฉพาะตัว แต่อาลีโปรนี่คือเฉพาะตัวจนเหมือนหลุดมาจากอีกมิตินึงเพื่อมาแสดงคอนเสิร์ตให้ดูแล้ววาร์ปจากไป ประทับใจมาก

อาริกะซามะพูดฝากโค้ดเกียสมูฟวี่ด้วย แต่แอบมีการนึกชื่อภาคไม่ออกนิดนึง อาริกะซามะเลยพูดว่า ฟุค… ฟุค… ฟุคคัตสึโนะลูลูช ตอนอาริกะซามะทำท่านึกไม่ออกนี่สัมผัสได้ว่าคนดูลุ้นกันมาก 555555555

ศิลปินรายต่อมาคือนากาจิมะ เมงุมิ

星間飛行 (Seikan Hikou)
サタデー・ナイト・クエスチョン (Saturday Night Question)

มั่นใจตั้งแต่เห็นชื่อมาเมงุแล้วว่ายังไงก็ต้องมีเซคังฮิโค แล้วก็มีจริงๆ! เพลงนี้แบบไลฟ์สนุกเวลาร้อง คิระ! พร้อมกันทุกคนนี่แหละ (เวลาไปเกะก็ชอบเลือกเพลงนี้เพราะอยากร้องตรง คิระ! เนี่ย 555555555) และมาเมงุเวลาร้องเพลงนี้โคตรรรรน่ารักเลย ฮือๆๆๆๆๆ

แต่สิ่งที่พีคสุดในช่วงของมาเมงุก็คือออออออ การที่เจ้เมนโผล่มา!!! และทั้งสองคนก็ร้องเพลง ライオン (Lion) ด้วยกัน โอ๊ยกรี๊ดดดดดดดดดดดดด

จริงๆ แอบคาดหวังไว้แหละว่าอาจจะมีเพลงที่สองคนนี้ร้องด้วยกัน และถ้ามีก็คงจะเป็นเพลงนี้ แต่พอได้ฟังจริงๆ ในจุดนั้นแล้วปลาบปลื้มมาก ฮือออออออออ สิบกว่าปีผ่านมาหลังจากมาครอสฟรอนเทียร์ฉาย ในที่สุดก็ได้เห็นเชอริลกับรันกะบนเวทีเดียวกันด้วยตาของตัวเองจริงๆ ซะที ขอบคุณนะคะะะะะ (;_______;) พอจบเพลงนี้เจ้เมนกับมาเมงุโผเข้ากอดกันแล้วเดินจับมือกันเข้าไปหลังเวทีด้วย น่ารักกกกกกกกกก

เสียดายอย่างเดียว ถ้ามีคันโนะซังมาเล่นเปียโนให้ด้วยจะเพอร์เฟคต์มาก….

จบช่วงนี้ก็เป็นช่วงพักครึ่งชั่วโมง ระหว่างพักมีดีเจมาเปิดเพลงอนิเมะให้ฟังด้วย หลายๆ คนลุกออกไปทำโน่นนี่ ส่วนหลายๆ คนที่อยู่กับที่ก็ลุกขึ้นมาเต้นกันมันส์มาก มองไปชั้นบนๆ เห็นมีคนเต้น オタ芸 ด้วย เป็นช่วงพักที่หลายๆ คนดูจะใช้พลังงานเยอะยิ่งกว่าช่วงไลฟ์ 555555555555

ช่วงพักนี่เราพยายามแกะถ่านเพนไลท์ออกมาเปลี่ยนเพราะมันดับไปตั้งแต่ช่วงคาจิอุระซัง จริงๆ เปลี่ยนไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มแล้วแหละ แต่ทำยังไงก็ดึงถ่านก้อนในสุดออกมาไม่ได้ เลยเปลี่ยนแค่สองก้อน พอมีช่วงพักเลยพยายามดึงถ่านก้อนในสุดออกมา แต่แกะยังไงก็แกะไม่ออก เลยหันไปขอความช่วยเหลือลุงข้างๆ ปรากฏว่าลุงหยิบไปเคาะกับมือเบาๆ หนึ่งที ถ่านกระเด็นออกมาอย่างง่ายดาย!!!!! ประทับใจมาก นี่สินะมือโปร!!!!!

ส่วนครึ่งหลังเปิดด้วยซีเครทเกสท์ วง FIRE BOMBER โผล่มาร้องเพลง PLANET DANCE ขนาดซีเครทเกสท์ก็ยังเป็นมาครอส 555555555 อย่างที่บอกว่างานนี้แฟนมาครอสมากันเยอะมาก ถ้าใครตามทุกภาคนี่ถือว่าคุ้มสุดคุ้มละ เพลงมาครอสเยอะแยะไปหมด

ต่อมาเป็น AKINO with bless4 อ๊ากกกกกกกกก คิดถึงวงนี้ เคยไปดูไลฟ์วงนี้ครั้งนึงเมื่อหลายปีมาแล้ว เป็นวงที่ไลฟ์สนุกมากๆๆๆๆ มาเจออีกทีในงานนี้ก็ยังสนุกอยู่ ทั้งร้องทั้งเต้นกันเต็มที่ มีการเอาธงมาโบกๆ เพิ่มความอีปิค ทอล์กก็ตลก เล่นมุกเยอะแยะ เป็นสี่พี่น้องที่น่ารักน่าเอ็นดู และอากิโนะก็ยังพลังเสียงสุดยอดเหมือนเดิม

วงนี้มาร้องสองเพลงคือ

海色 (Umi Iro)
創聖のアクエリオン (Sousei no Aquarion)

ตอนทอล์กก่อนขึ้นเพลงหลัง อากิโนะเอาคำว่า หนึ่งหมื่นสองพันปี มาแทรกในทอล์กด้วย แต่จำไม่ได้ว่าพูดว่าอะไร รู้แต่ตอนพูดขึ้นมาว่า หนึ่งหมื่นสองพันปี ขึ้นมา คนดูร้อง โอ๊ะะะะ กันดังมาก พูดถึงวงนี้ก็ต้องเพลงนี้แหละเนอะ (แต่จริงๆ เราชอบเพลงคิมิโนะชินวะของภาค EVOL มากกว่านะ 5555555)

ว่าแต่… เรารู้สึกว่าเมื่อก่อน bless4 พูดภาษาญี่ปุ่นชัดกว่านี้ปะ หรือการพูดไม่ชัดมันเป็นคาแรกเตอร์ 55555555

หลังจากนั้นก็ถึงคิวของอิชิคาวะ จิอากิ ที่เฝ้ารอคอย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก จี้จังเป็นศิลปินอนิซองที่เราชอบมากกกกกกกกกกกมาตั้งแต่ยุคที่เริ่มฟังอนิซองอย่างจริงจัง แต่กลับไม่เคยมีโอกาสฟังแบบไลฟ์เลย ในที่สุดดด ในที่สุดดดดดดดดด

จี้จังมาร้องเพลงของตัวเองสองเพลง

不完全燃焼 (Fukanzen Nenshou)
アンインストール (Uninstall)

เราชอบทั้งสองเพลงเลย!!!! แต่เพลงที่ไฮป์หนักกว่าหน่อยคืออันอินสตอลล์ เพราะเราชอบเรื่องโบคุราโนะ! ตอนจี้จังบอกว่าเพลงต่อไปคือเพลงอันอินสตอลล์เราดีใจมากเพราะไม่แน่ใจว่าจะได้ฟังเพลงนี้รึเปล่า พอได้ฟังก็สุดจะปลาบปลื้ม (;_____;)

และ และ และะะะ สิ่งที่พีคกว่านั้นคือหลังจากร้องอันอินสตอลล์จบ เวทีก็มืดลงครู่ใหญ่ สักพักก็ดูเหมือนมีเงาดำๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นเปียโนเลื่อนมากลางๆ เวที ผู้ชายข้างหลังเราพูดขึ้นมาว่า มาแล้วๆๆๆๆๆ ตอนนั้นขนาดยังไม่ทันเห็นว่าเป็นอะไรก็จะร้องไห้แล้ว และะะ และะะ และะะะะ และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ See-Saw IS BACK!!!!!!!!!!!!!!!

เอาจริงๆ เราเลิกคาดหวังไปนานมากแล้วว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เห็น See-Saw กลับมาเล่นไลฟ์ด้วยกันอีก ถึงคาจิอุระซังจะเอาเพลงของ See-Saw ไปเล่นในไลฟ์ตัวเองบ้างแต่อย่างมากก็ให้สาวๆ คนอื่นร้อง cover ไม่เคยเรียกจี้จังไปร้องเลย และวันนี้ภาพในฝันที่เคยตัดใจไปแล้วมันก็เกิดขึ้นตรงหน้าจริงๆ ยิ่งตอนร้องเพลงจบแล้วจี้จังแนะนำคาจิอุระซังว่า See-Saw คาจิอุระ ยูกิ ส่วนคาจิอุระซังก็แนะนำจี้จังว่า See-Saw อิชิคาวะ จิอากิ เรานี่แบบ โอ้ยยยยยยยยยยย อยากจะทรุดลงไปกองที่พื้น ไม่นึกไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าจะมีวันนี้

ที่สำคัญ เพลงที่ร้องคือเพลง あんなに一緒だったのに (Anna ni Issho Datta no ni) ซึ่งเป็นเพลงแรกของคาจิอุระซังที่ได้ฟังในชีวิตนี้ (แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักคาจิอุระซัง เพิ่งมารู้จักจาก FictionJunction YUUKA แล้วค่อยมาค้นพบว่า เอ๊า เค้าคือคนที่เล่นเปียโนใน pv ของ See-Saw หรอกเหรอ!?) คือถ้าสมมติถามว่าถ้ามีโอกาสฟังเพลงของ See-Saw แบบสดๆ แค่เพลงเดียวจะอยากฟังเพลงไหนก็คงตอบเพลงนี้ แล้วก็ได้ฟังสมใจอยากจริงๆ T_____T และก็ได้ฟังแค่เพลงเดียวด้วย 555555555 แต่แค่กลับมาอยู่บนเวทีเดียวกันอีกแบบนี้ก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว มีวันนี้แล้วก็ต้องมีวันหน้า!!! เชื่อว่า See-Saw จะไม่กลับมาแค่นี้แน่นอน!!!!

จบช่วงงานเลี้ยงรุ่น(?) See-Saw อันแสนน่าประทับใจแล้วก็ถึงคิวพรีเซนเตอร์รายที่สาม ได้แก่ ยามาเดระ โคอิจิ!!!! เฮ้ยยยยย ยามาเดระซังงงงงงงง คนนี้เซอร์ไพรส์มากจริง ตื่นเต้นตกใจมากเพราะช่วงที่ไปดูไลฟ์นี่กำลังอินคิงด้อมฮาร์ท แล้วยามาเดระซังพากย์ตัวละครดิสนีย์ประมาณล้านแปดตัว (ถึงภาคล่าสุดจะพากย์แค่โดนัลด์ตัวเดียวก็เถอะ) ช่วงนี้ก็เลยเคารพนับถือยามาเดระซังมาก จู่ๆ มาเจอแบบนี้เลยตั้งตัวไม่ค่อยทัน 55555555

ยามาเดระซังทอล์กตลกมาก มีการพากย์เสียงตัวละครให้ฟังนิดหน่อยด้วย ตอนท้ายๆ พอบอกว่าวันนี้อยากร้องเพลงให้ทุกคนฟังเพลงนึง คนดูก็ฮือฮามาก แล้วเค้าก็ร้องเพลง Tank! จาก Cowboy Bebop แบบสั้นๆ แต่ไม่ได้ร้องตามปกตินะ ร้องด้วยเสียงหมาให้สมเป็นอินุเฟส…. เสียงหมาในที่นี้คือหมาจริงๆ แบบ โฮ่งๆ….. แอดวานซ์สมเป็นยามาเดระซังผู้พากย์ได้ล้านแปดเสียง กราบ

ศิลปินรายต่อมาเป็นซีเครทที่ยามาเดระซังบอกว่ากลับมารวมตัวกันเพื่อวันนี้เท่านั้น! นั่นก็คือวง Trident ซึ่ง…… เราไม่รู้จัก………. แต่คนรอบข้างดูตื่นเต้นฮือฮากันเยอะมาก วงนี้ออกมาร้องเพลง Blue Field เพลงเดียว

และหลังจากนั้นก็ถึงคิวห้าสาว Walküre กรี๊ดดดดดดดดดดดดด (≧д≦)(≧д≦)

ขำที่วัลคิวเร่ออกมาปุ๊บ เพนไลท์ในฮอลล์หลากสีสันขึ้นมาทันที 55555555 ก่อนหน้านี้แนวทางในการเปิดเพนไลท์ค่อนข้างไปทางเดียวกัน เพิ่งเริ่มมีหลากสีหน่อยก็ตอน Trident โผล่มา แล้วพอต่อด้วยวัลคิวเร่ก็ยิ่ง colorful สุดๆ ลุงข้างๆ เรามีการควักเพนไลท์ขึ้นมาเพิ่มอีกอันด้วย โอ้ นี่สินะ โปร! แถวข้างหน้าเรามีคนเอาเพนไลท์สี่อันมาทำเป็นรูปตัว W ด้วยนะ!

สาวๆ วัลคิวเร่มาร้องสามเพลง

いけないボーダーライン (Ikenai Borderline)
一度だけの恋なら (Ichido Dake no Koi Nara)
ワルキューレがとまらない (Walküre ga Tomaranai)

ถึงจะแค่สามเพลงแต่ก็มันส์มากกกกก ดุเดือดเลือดพล่าน เป็นสามเพลงที่สุดเข้มข้น รู้สึกว่าสาวๆ เลเวลอัพมากกว่าไลฟ์คราวก่อนอีก ท่าเต้นดูมีลูกเล่นมากขึ้น มีการเล่นหูเล่นตากับคนดูเยอะขึ้น โดยเฉพาะนาโอะโบ!!! ยัยเด็กซุกซน!!! ชอบวิ่งไปแกล้งคนนั้นคนนี้ทั่วเวที บางทีก็ทำหน้าซนๆ ใส่คนดู โอ๊ยยยยยย ทำไมน่ารักงี้ ทำเราเป็นลมไปล้านรอบ แต่จริงๆ ทุกคนก็น่ารักกันหมดเลย แงงงงงงง

ทางด้านเสียงร้อง จุนนะจังก็ยังคงทรงพลังมากกกกกกกกก ทรงพลังเกินไปจนคนอื่นดูดรอปไปเลย ไม่ใช่ว่าคนอื่นร้องไม่ดีนะ แต่จุนนะร้องดีเกินไป….. คือพอถึงท่อนจุนนะปุ๊บ เสียงจะดังแบบโดดขึ้นมาเลย แต่เพราะอย่างนี้เลยเห็นคนที่ไม่เคยฟังไลฟ์ของวัลคิวเร่ทวีตว่าประทับใจน้องชุดม่วงกันเยอะมาก เห็นแล้วก็ปลื้มใจ มาฟังเพลงสาวๆ วัลคิวเร่กันเถอะค่ะ /กวักมือ

ช่วงทอล์กของวัลคิวเร่จะนานหน่อยเพราะมีกันห้าคน แต่ละคนก็จะพูดถึงค่ายฟลายอิ้งด็อก+ฝากฝังวัลคิวเร่ แล้วโนโซมิรุก็ประกาศว่าจะเดบิวท์เป็นศิลปินเดี่ยวกับค่ายนี้ด้วย โอเมเดโต้ววววว! (แต่เราไม่ได้ตามงานเดี่ยวใครเลยเนี่ย ตามฟังแต่เพลงวงนี่แหละ)

เสียดายพอได้ฟังวัลคิวเร่แค่สามเพลงแล้วมันรู้สึกไม่สาแก่ใจยังไงไม่รู้ แทนที่จะรู้สึกได้รับการเติมเต็มสารวัลคิวเร่(?) กลับกลายเป็นลงแดงอยากไปดูไลฟ์สาวๆ มากกว่าเดิมอีก แงงงงง ไว้เจอกันอีกนะคะสาวๆ♥

และศิลปินที่ปิดท้ายงานในวันนี้ก็คือ ซากาโมโตะ มาอายะซัง! มาอายะซังมาร้องสามเพลง

逆光 (Gyakkou)
Be mine
プラチナ (Platinum)

จริงๆ เพลงของมาอายะซังที่เราชอบสุดคือเพลง Loop แต่ไม่ได้คาดหวังหรอกว่าจะได้ฟัง แล้วก็ไม่ได้ฟังจริงด้วย ดีแล้วที่ไม่คาดหวัง 555555555 แต่สามเพลงที่เลือกมาร้องก็สุดไพเราะ มาอายะซังร้องอะไรก็ไพเราะเสนาะหูหมดแหละ! (เนอะๆ /หันไปถามสึสึเคน)

ขำตอนร้องเพลงแรกจบแล้วมาอายะซังหันไปหยิบน้ำ แต่บทเวทีมันมืด มาอายะซังมองไม่เห็น พอไฟเปิดอีกทีมาอายะซังก็เลยบอกว่า เผลอดื่มน้ำของคนอื่นเข้าซะแล้ว ตึงงงง 555555555

ช่วงทอล์กมาอายะซังเล่าเกี่ยวกับความหลังของตัวเองกับค่ายนี้นิดหน่อย ประมาณว่าอยู่กับค่ายนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยม ตอนอัดเสียงเพลงแรกใส่ชุดนักเรียนไปอัดด้วยซ้ำ

ตอนก่อนร้องเพลงสุดท้ายมาอายะซังบอกว่า ขอพูดอะไรอย่างนึงนะ คันโนะ โยโกะ! (พูดด้วยสีหน้าขัดใจ) แล้วมาอายะซังก็เล่าว่าจริงๆ เพลงสุดท้ายเนี่ย เดิมทีแล้วคันโนะซังต้องออกมาเล่นดนตรีให้ แล้วคันโนะซังเป็นคนที่ชอบใส่ลูกเล่นให้คนดูมีส่วนร่วม เพลงสุดท้ายเลยมีการอะเรนจ์ใหม่เพิ่มช่วงที่จะชวนคนดูมาร้องเพลงด้วยกันเข้าไปด้วย แต่ในเมื่อคันโนะซังไม่มา มาอายะซังก็เลยต้องรับหน้าที่เล่นกับคนดูตามลำพัง

ท่อนเล่นกับคนดูที่มาอายะซังบอกคือท่อน みつけたいなあ かなえたいなあ มาอายะซังเปลี่ยนเนื้อเพลงเป็น 菅野よう子〜 ふざけんな〜 菅野よう子〜 お大事にね〜 (=คันโนะ โยโกะ อย่ามาล้อเล่นนะ คันโนะ โยโกะ หายไวๆ นะ) แล้วให้คนดูร้องตาม ตล๊กกกกกกก อะไรคือการให้คนดูช่วยกันร้องเพลงบ่นคันโนะ โยโกะ 555555 ไม่ใช่มาอายะซังทำไม่ได้นะ 555555555555 แต่มาอายะซังน่ารักกกก ไม่นึกว่าจะเป็นคนตลกขนาดนี้

พอจบช่วงของมาอายะซังก็จบงาน ไม่มีอังกอร์ ไม่มีศิลปินออกมารวมกันโค้งให้คนดู จบมาอายะซังแล้วจบเลย รู้สึกจบเหมือนไม่จบยังไงไม่รู้ คือศิลปินไม่ต้องมารวมตัวกันทุกคนก็ได้ แต่นึกว่าจะมีอังกอร์สักหน่อย นี่ไม่มีเลยรู้สึกเคว้งๆ

สิ่งที่มาแทนอังกอร์คือ VTR ประกาศว่าจะจัดงานอินุเฟสครั้งที่ 2 นะ จบ

จริงๆ ตอนดูมีอะไรอยากกรี๊ดเยอะแยะมาก แต่มาเขียนช้าไปหน่อยเลยจำดีเทลไม่ค่อยได้แล้ว ฮือ เอาเป็นว่าโดยสรุปแล้วเป็นไลฟ์ที่สนุกและคุ้มค่ามากกกกกกกกก หลายๆ เพลงเป็นเพลงที่คาดหวังไว้ว่าจะอยากฟังแล้วก็ได้ฟังสมใจ เป็นไลฟ์ที่ทำให้รู้สึกว่าบทเพลงเนี่ยเป็นสิ่งที่วิเศษจริงๆ ขอบคุณนะคะ♥

KINGDOM HEARTS III

เล่น Kingdom Hearts 3 จบแล้ว! เมาท์กับเพื่อนไปเยอะมากแต่อยากเขียน 感想 เก็บไว้อ่านเองด้วย ขอกรี๊ดหน่อย (จริงๆ คือแค่อยากกรี๊ดนั่นแหละ)

 

**EXTREME SPOILER ALERT**

 

 

เกริ่นก่อนว่าเราเล่น KH สองภาคแรกตั้งกะสิบปีก่อนโน้น ส่วนภาคยิบย่อยไม่ค่อยได้ตามเท่าไหร่ เพราะมันไปลงเครื่องที่เราไม่มี สมัยเด็กๆ ยังหาเงินเองไม่ได้ จะตามซื่้อเครื่องเกมทุกเรื่องมาเล่นเกมนี้ก็เกินตัวไปหน่อย ภาคที่ได้เล่นเองจริงๆ เลยมีแค่ภาคหลักสองภาคกับ Birth by Sleep เท่านั้นเอง

เพราะเหตุนี้แม้จะอยากเล่นภาคสามมากกกก แต่ตอนดูเทรลเลอร์ก็มีอะไรงงๆ เต็มไปหมด คือเกมนี้เป็นเกมที่ถ้าอยากเล่นให้อินกับเนื้อเรื่องต้องทำการบ้านหัวแบะ เพราะเนื้อเรื่องทุกภาคสำคัญหมด ต่อให้เป็นภาคย่อยก็สำคัญ ข้ามไปแค่ภาคเดียวก็งงแล้ว ดังนั้นเลยตระหนักว่า ไม่ได้การ ต้องทบทวนเนื้อเรื่องที่ลืมไปแล้วกับติดตามเนื้อเรื่องภาคที่ไม่เคยเล่นหน่อยละะะ

ตอนแรกเราอยากซื้อแผ่นแบบรวมหลายๆ ภาคมาเล่นเพื่อเป็นการทบทวน แต่ดันไม่มี PS3 หรือ PS4 ทีนี้มีอยู่วันนึงขณะกำลังไถทวิตเตอร์ก็เห็นคนญี่ปุ่นรีทวีตจิคเคียวฉะ (หรือที่คนไทยเรียกกันว่าเกมแคสเตอร์) คนนึงในนิโกะมา เป็นคลิปเล่นเกมภาค Birth by Sleep เลยลองกดเข้าไปดู ปรากฏว่าเขาเล่นไว้หลายภาคมาก แล้วพากย์ตลกมากด้วย ชอบมาก เลยไล่ดูตั้งแต่ภาคแรกสุดเลย เป็นอันว่าได้ทบทวนเนื้อเรื่องผ่านทางคลิปของรันตัน (ジャック・オ・蘭たん) ในนิโกะมาเรียบร้อย! พร้อมเล่นภาค 3 แล้ว! (คลิปรันตันตลกมากจริง ปกติไม่ชอบดูคลิปเล่นเกมใดๆ เลย แต่ดูของรันตันแล้วติดงอมแงมจนตามไปดูเกมอื่นด้วย)

สิ่งที่คาดหวังก่อนเล่นภาคนี้คือ ขอให้ร็อกซัสกลับมา (เป็นสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอดตั้งแต่เล่นภาคสองจบ) ขอให้เทร่าซัง เวน และอควอได้กลับมาเจอกันอีก และ ริคุห้ามตาย!!!!!!!! ตอนก่อนเล่นก็กลัวไปต่างๆ นานาว่าภาคนี้มันจะมีอะไรหดหู่มาทำร้ายจิตใจกันอีกมั้ย หลังจากชีช้ำกับภาค 2-Birth by Sleep-358/2 Days มาติดๆ กัน ได้แต่หวังว่าภาคนี้จะเป็นภาคที่โนมุระคืนความสุขให้ทุกๆ คนในเรื่องซะที

มาเข้าเรื่องเกมดีกว่า ออกตัวก่อนว่าไม่ใช่การรีวิวเกมเด้อค่ะ เป็นบันทึกความรู้สึก+กรีดร้องผู้ชายล้วนๆ 55555555

พูดแบบนี้อาจจะฟังดูเวอร์ แต่ KH เป็นซีรีส์เกมที่ทำให้เราร้องไห้ได้มากสุดในบรรดาเกมทั้งหมดที่เคยเล่นมาในชีวิตเลย และภาคนี้ก็ทำเราร้องไห้ตั้งแต่ไตเติลเกมก่อนเข้าฉากเมนูด้วยซ้ำ บ้าไปแล้ว……. (เราเนี่ยบ้า 5555555 อินอะไรขนาดนั้นไม่รู้) ไตเติลภาคนี้เอาฉากในภาคก่อนๆ มาเรียบเรียงใหม่พร้อมบรรเลงเพลง 誓い เวอร์ชั่นออร์เคสตร้าประกอบ แค่เห็นร็อกซัสก็น้ำตาไหลพรากแล้ว เราอินกับเรื่องราวของร็อกซัสมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (แต่เมนริคุ ผ่าม!!!!!) และตอนดูไตเติลมันรู้สึกตื้นตันด้วยว่าในที่สุดก็จะได้เล่นแล้วววว เรื่องราวจากทุกภาคที่ผ่านมาทั้งหมดกำลังจะสิ้นสุดในภาคนี้แล้ววววว คือทั้งตื้นตัน ตื่นเต้น เศร้า ความรู้สึกมันปนกันไปหมด นี่แค่ไตเติลนะ ยังไม่ทันเข้าฉาก Opening เลย……

ฉาก Opening ก็อารมณ์คล้ายๆ กันคือทวนภาคเก่าๆ แบบเร่งรีบ แต่ตรงนี้จะเป็นซีจีใหม่หมดเลย ไม่ได้เอาภาคเก่ามาตัดแปะแบบไตเติล อารมณ์ตอนดูฉากเปิดก็ ร็อกซัสสสส ร็อกซัสสสสสส จนเริ่มคิดว่า เอ๊ะ หรือจริงๆ เราโอชิร็อกซัสนะ?? จนกระทั่งเห็นหน้าริคุก็ เฮ้ออออออออ หล่อออออออ รักกกกกกก♥ สรุปว่าโดนริคุจิกหัวกลับไปหาเหมือนเดิม 5555555555

ตอนเริ่มเกมมา เนื้อเรื่องจะต่อจากภาค Dream Drop Distance ซึ่งเป็นภาคที่เรายังไม่ได้ทบทวนมาเพราะรันตันยังไม่ได้เล่น….. ตอนแรกก็จะงงๆ หน่อยว่าริคุเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ? ทำไมเซอานอร์ทร่างตาแก่กลับมาแล้ว? จูซังคิคังที่แท้จริงคืออะไร? มีใครบ้าง? แอ็กเซลเป็นผู้ใช้คีย์เบลดได้ยังไง? ทำไมแอ็กเซลเดินทางไปกับไคริ? ฯลฯ แต่ในเรื่องมันก็พอมีอธิบายไว้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น เล่นไปสักพักก็หายงงไปเอง

เนื้อเรื่องหลักๆ ในภาคนี้คือทีมมิกกี้+ริคุ กับทีมโซระ+โดนัลด์+กู๊ฟฟี่ออกเดินทางตามหาเทร่า เวน อควอที่หายสาบสูญไปเพื่อมารวมพลังสู้กับเซอานอร์ท บวกกับโซระต้องออกเดินทางตามหาพลังของตัวเองที่หายไปด้วย ตอนแรกสุดเลยพุ่งไปโอลิมปัสก่อนเพื่อไปถามเฮอร์คิวลิสว่าจะเอาพลังกลับคืนมาได้ยังไง (เพราะเฮอร์คเคยพลังหายไปแล้วเอากลับคืนมาได้ในภาคสอง) เวลาไปโลกดิสนีย์แต่ละโลกก็จะเจอพวกจูซังคิคังแต่ละคนมาคอยป่วนด้วย

พูดถึงแต่ละดาวไปตามลำดับที่เราไปละกัน

 

Olympus (Hercules)

★ ขาประจำคิงด้อมฮาร์ท มาทั้งภาคหลักภาคย่อยต่างๆ แต่ภาคนี้เป็นภาคที่ดาวนี้อลังการมากที่สุดเลยก็ว่าได้ มีทั้งฉากเมือง ฉากภูเขา ฉากสวรรค์ อลังการไปหมด แมปกว้างใหญ่ไพศาลมากกกกกก

★ ด้วยความที่เป็นดาวแรกเลยตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งอย่าง แมปกว้างใหญ่ก็ตื่นเต้น ฉากภูเขาสวยงามก็ตกใจ ไหนจะ NPC เยอะแยะเต็มเมืองไปหมด และเป็นฟูลวอยซ์!!!! แม้แต่ตัวประกอบไก่กาอย่างป้าข้างทางก็ยังมีเสียงพูด!!!!

★ ตื่นเต้นกับฟรีรันนิ่งด้วย ภาคนี้โซระวิ่งได้อย่างอิสระมาก ไต่กำแพงไต่ภูเขา ห้อยโหนโจนทะยานเป็นว่าเล่น อย่างกับ Assassin’s Creed ตอนแรกๆ สนุกกับฟรีรันนิ่งมาก ไต่มันทุกกำแพงที่ไต่ได้

★ ฉากต่อสู้ภาคนี้ก็ใส่ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มขึ้น อย่างเช่นเวลาโซระโดนไฟลวกก็จะร้องว่า ร้อน! แล้วกระโดดดึ๋งดั๋งไปมา น่ารักมากกกกกกกกกกกก ตอนแรกๆ เอ็นดูมาก แต่พอหลังๆ เวลากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดแล้วโซระเอาแต่กระโดดโหยงเหยงก็เครียดเหมือนกัน เลิกกระโดดแล้วมาสู้ต่อไวๆ สิลูก

★ แมปโลกนี้มีหลากหลายบรรยากาศดี เป็นแมปที่ชอบมากเป็นอันดับต้นๆ ในภาคนี้เลย

★ แต่เริ่มมาโลกแรกก็ต้องไปตีกับไตตันเลย โหดไปหมายยยยย

★ ท่านฮาเดสก็ยังน่ารักเหมือนเดิม เป็นตัวร้ายที่คอเมดี้มาก ชอบ

★ เสียดายโลกโอลิมปัสภาคนี้ไม่มีตัวละครจากไฟนอลเลย จริงๆ คือทั้งเกมนั่นแหละไม่มีตัวละครจากไฟนอลเลยยกเว้นม็อก แต่ก็แค่เสียดายนิดหน่อยนะ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นจุดด้อยอะไร เพราะไม่ได้คาดหวังกะส่วนนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

★ เสียดายที่ไม่มีโคลอสเซียมด้วย!

 

Twilight Town

★ ทไวไลท์ทาวน์ภาคนี้เลเวลอัพขึ้นเยอะมาก เมืองสวยขึ้นมากกกกก ภาคสองนี่อย่างกับเมืองร้าง 555555 แต่ภาคนี้เมืองมีชีวิตชีวาสุดๆ

★ เรารักสามสหายทไวไลท์ทาวน์มาก ภาคนี้สามคนนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม ชอบที่นิสัยดีมากๆๆๆๆ ชอบตั้งแต่ตอนเป็นเพื่อนกับร็อกซัสแล้ว มาภาคนี้สามคนนี้ได้บทสำคัญที่มีผลกะเนื้อเรื่องนิดนึงด้วย ดีใจ

★ ชอบตอนที่โซระบอกว่ามาตามหาร็อกซัส แล้วทั้งสามคนบอกว่าชื่อคุ้นๆ ทั้งที่เพิ่งเคยได้ยิน พอพวกโซระอธิบายว่าพวกนายสามคนในทไวไลท์ทาวน์อีกแห่งนึงในดาต้าเวิร์ลด์เคยเป็นเพื่อนกับร็อกซัส น้องไฮเน่ก็บอกว่างั้นจะช่วยตามหา เพราะอยากเป็นเพื่อนกับร็อกซัสที่โลกนี้ด้วยเหมือนกัน ฉากนี้คือบับบบบบบบ ฮือออออออออออ T______T ดีจังที่ร็อกซัสได้เจอเพื่อนดีๆ แบบนี้ ฮือๆๆๆๆๆๆ

★ ภาคนี้น้องไฮเน่โมเอะขึ้นเยอะมาก ตอนภาคสองดูเป็นเด็กผู้ชายเท่ๆ แต่ภาคนี้แบ๊วมาเลย 5555555

★ ประทับใจฉากน้องไฮเน่กระโดดเตะแอนเซม จิตใจกล้าหาญมากลูกกกกก

★ ว่าแต่ไซเฟอร์หายไปหนายยยยยยยยยยย (ไหนบอกไม่คาดหวัง)

★ ในทไวไลท์ทาวน์เราจะได้โจทย์เพิ่มมาว่าให้ตามหาสัญลักษณ์นำโชคที่เป็นรูปมิกกี้ เวลาเจอต้องใช้กล้องถ่ายรูปเก็บไว้ ถ้าเก็บครบตามโควต้าที่กำหนดจะได้ไอเท็มมาใช้+ฉากจบลับ ซึ่งอีสัญลักษณ์มิกกี้นี่หลังๆ ชักจะแอดวานซ์ขึ้นเรื่อยๆ หายากหาเย็นเกิ๊น

★ เราชอบฟังค์ชั่นถ่ายรูปมาก เวลาหันกล้องไปหาตัวละครอื่นๆ ตัวละครนั้นจะมีรีแอคชั่นด้วย บางคนโพสท่า บางคนก็งงๆ ว่าอีเด็กนี่ทำอะไรของมัน สนุกมาก พาโซระตระเวนถ่ายรูปกับเซเลบดิสนีย์ทั่วราชอาณาจักร

★ นอกจากนั้นทไวไลท์ทาวน์ภาคนี้ยังมีร้านอาหารให้เข้าไปทำอาหารเล่นด้วย! เวลาเราไปตามสถานที่ต่างๆ ก็จะต้องวิ่งหาส่วนผสมมาใช้สำหรับปรุงอาหาร วิธีปรุงอาหารก็มีหลากหลาย ก็คือเป็นมินิเกมให้เล่นสนุกๆ อย่างนึงนั่นแหละ พอทำอาหารเสร็จก็เอามากินเพื่อเพิ่มสเตตัสชั่วคราวได้ด้วย

★ ขำเวลามีวัตถุดิบอยู่ใกล้ๆ กู๊ฟฟี่จะพูดขึ้นมาก่อนเลยว่า กลิ่นหอมจัง แถวนี้น่าจะมีวัตถุดิบนะ จมูกไวสมเป็นหมา

★ บอกเลยว่าเล่นมาทั้งเกม สิ่งที่ยากที่สุดคือตอกไข่ให้ได้ excellent ตอกยากบรรลัย ทำพังไปหลายรอบ ส่วนผสมหายหมด จะโหลดเซฟก็ขี้เกียจเลยช่างมัน 55555555

 

Kingdom of Corona (Tangled)

★ เป็นโลกนึงที่ตั้งตารอมากๆๆๆ เพราะชอบบรรยากาศในหนัง เลยคิดว่าโลกนี้น่าจะสวยงาม

★ ตอนแรกๆ ก็ตื่นตาตื่นใจสมการรอคอย รายละเอียดต้นไม้ใบหญ้าอลังการไปหมด แต่พอวิ่งไปสักพักเริ่มเหนื่อยล้ากับแมปนี้ วิ่งเท่าไหร่ก็เจอแต่ป่า ป่า ป่า ภูเขา ภูเขา ภูเขา ซ้ำซากไปหมด

★ ยิ่งตอนเจอฉากหนองน้ำมืดๆ คือท้อแท้ใจมาก เพราะหาหีบเก็บแผนที่ไม่เจอซะที วิ่งหลงไปหลงมา ทางออกอยู่ไหนไม่รู้ แล้วศัตรูก็เกิดบ่อยจั๊งงงง สู้จนรำคาญ ตอนเจอทางออกนี่แทบจุดพลุ

★ สิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจคือราพันเซลน่ารักกกกกกกกก ประทับใจในความกล้าบู๊กล้าลุย

★ ลืมเซลฟี่กับราพันเซลก่อนตัดผม แง

★ ถึงจะบ่นเรื่องแมปแต่เราชอบฉากเมืองนะ สวยยยยย

★ แต่ยังงงๆ กับมินิเกมรำวงอยู่ ไม่ค่อยเข้าใจว่าต้องเล่นยังไงถึงจะได้คะแนนเยอะๆ

★ เนื้อเรื่องโลกนี้เหมือนในหนังนั่นแหละ ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ เพราะอย่างนี้เลยผิดหวังกับเนื้อเรื่องโลกนี้นิดนึง เพราะเราชอบเวลา KH เอาเนื้อเรื่องมาดัดแปลงนิดหน่อยมากกว่า อันนี้คือเนื้อเรื่องเดิมเกือบเป๊ะ แล้วยัดพวกโซระไปคอยคุ้มกันให้เฉยๆ กับสู้บอสตอนจบ แค่นั้น

★ เกลียดบอสใหญ่ด่านนี้มาก เป็นบอสใหญ่ที่เกลียดที่สุดในภาคนี้เลย แมปสู้บอสมันกว้างมาก แล้วท่าบอสก็โกงจั๊ง เหนื่อยยยยยย

 

Toy Box (Toy Story)

★ เราดูทอยสตอรี่มาทุกภาค แต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้เลย ตอนแรกคิดว่าคงไม่ค่อยอินกับดาวนี้เท่าไหร่ ปรากฏว่าชอบมากซะงั้น ชอบแมปดาวนี้มากที่สุดเลยด้วย

★ แมปดาวนี้หลักๆ แล้วจะมีแถวบ้านแอนดี้กับร้านของเล่น พวกโซระมาอยู่ดาวนี้แล้วโดนย่อส่วนกลายเป็นของเล่นจนตัวเหลือเท่าพวกวู้ดดี้ ร้านของเล่นธรรมดาๆ เลยกลายเป็นอาณาจักรของเล่นอันกว้างใหญ่ วิ่งเข้าโซนนั้นออกโซนนี้สนุกสนาน

★ ดาวนี้เราสามารถขึ้นไปขับหุ่นยนต์ที่เป็นศัตรูได้ด้วย! ชอบที่แต่ละดาวก็จะมีลูกเล่นโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นของตัวเอง มีอะไรใหม่ๆ ให้ทำตลอดเลย สนุก! (แต่เวลาหุ่นยนต์ยกพวกมากันเยอะๆ ก็เหนื่อยใจเหมือนกัน)

★ ความตลกของดาวนี้คือเกม Verum Rex ซึ่งเป็นเกมชื่อดังในดาวนี้ พระเอกหน้าตาและคอสตูมคล้ายๆ ริคุ แต่ชื่อโยโซระ ตอนมาถึงดาวนี้จะเปิดฉากด้วยคัตซีนโฆษณาเกมนี้ ซึ่งดูยังไงก็ล้อ FF15 ชัดๆ (ชัดตั้งแต่พระเอกชื่อโยโซระแล้ว ล้อน็อกติสเห็นๆ) บางทีนี่อาจจะเป็น FF15 ในแบบที่โนมุระอยากให้เป็นก็ได้ พอไม่ได้ทำเองก็เอามายัดใส่เกมลูกรักอย่าง KH แทนไรงี้

★ ความตลกอีกอย่างคือโยโซระโผล่มาในฉากจบลับด้วย!! ตอนแรกที่เห็นฉากเกม Verum Rex อันสุดอลังการก็สงสัยนะว่าตั้งใจทำคัตซีนเกินไปมั้ย!? แค่เกมที่อยู่ในเกมอีกทีเนี่ยนะ??? จนกระทั่งโยโซระโผล่มาในฉากจบลับถึงตระหนักว่า Verum Rex ไม่ใช่เกมใช้แล้วทิ้งที่ทำมาเพื่อภาคนี้อย่างเดียว แต่ดูเหมือนจะยังมีอะไรต่อไปอีก มิน่าถึงได้ตั้งใจซะขนาดนั้น

★ ยัง ยังมีความตลกอีก มีการเนียนโฆษณาดิสสิเดียด้วย แบบนี้ก็ได้เหรอ

★ จะโฆษณาดิสสิเดียทั้งทียังไม่แม้แต่จะเอาฟิกเกอร์ตัวละครในไฟนอลมาวางเลยอะ โนมุระมีปัญหาอะไรกับไฟนอลแฟนตาซีปะ 5555555

★ วู้ดดี้น่ารักกกกกกกกกกกก

★ บัซก็น่ารักกกกกกกก นิสัยบัซดูเผินๆ เหมือนน่ารำคาญที่เอาแต่มึนตึงไม่ยอมเชื่อใจพวกโซระ แต่เราว่านิสัยบัซกับวู้ดดี้พออยู่ด้วยกันแล้วมันลงตัวดีนะ วู้ดดี้ก็เชื่อใจคนอื่นง่ายเกิ๊น ต้องมีคนแบบบัซคอยยั้งๆ ไว้บ้างถึงจะพอดีกัน

★ วู้ดดี้กับบัซบ้ากล้องมาก 55555555 หันกล้องไปหาปุ๊บรีบเก๊กทันที น่ารัก!!!!

★ รองบอส(?)ที่เป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงโคตตตตรรรรรรหลอน ฉากก็มืดๆ หลอนๆ ด้วย

★ แต่ด่านสู้บอสใหญ่น่ารักงุงิมาก ของเล่นน่ารักสดใสเต็มฉากเลย

★ ชอบคีย์เบลดที่ได้จากโลกนี้ เวลาฟันจะมีเอฟเฟกต์เป็นรูปดาวนายอำเภอบนหน้าอกวู้ดดี้กระจายออกมา เก๋!

★ คีย์เบลดภาคนี้ลูกเล่นเยอะมากกกกกกกก เอาจริงๆ ชอบคีย์เบลดทุกอันเลย เปลี่ยนเพลินมาก ชอบการที่สามารถพกไปสู้ได้สามอันพร้อมกัน เอาไว้สับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาด้วย เหมาะสำหรับคนรักพี่เสียดายน้องอย่างเรา อันนั้นก็ชอบ อันนี้ก็ใช่ พกไปให้หมดดดด

 

Monstropolis (Monsters, Inc.)

★ โลกนี้โดนัลด์กับกู๊ฟฟี่แปลงร่างน่าเกลียดมาก ฮือ กลัวโดนัลด์มาก คือเราเป็นคนกลัวอะไรที่ไม่ได้มีสองตา แบบอะไรที่มีตาเดียวหรือสามตาขึ้นไปจะแหยงๆ หมด แล้วโลกนี้มีทั้งโดนัลด์ทั้งไมค์ที่มีตาเดียว บรื๋อ

★ แต่น้องบูนั่ลลั๊กกกกกกกกกกกกกกกก

★ โลกนี้มีพวกอันเวิร์สโผล่มาด้วย ชอบที่ภาคนี้มีศัตรูทุกแบบเลย ทั้งฮาร์ทเลส โนบอดี้ อันเวิร์ส เป็นภาคที่รวมทุกอย่างเอาไว้ด้วยกันจริงๆ

★ เวลาไปแต่ละโลกมันจะมีท่าที่ใช้ร่วมกับตัวละครในโลกนั้นๆ อยู่ ชอบท่าของโลกนี้ที่ใช้กับแซลลี่&ไมค์ เป็นท่าทำหน้าตลกๆ ร้องแฮ่ ติ๊งต๊องดี 555555555

★ แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เคยดูนานแล้วจำอะไรไม่ได้เลย ไม่อินมาตั้งแต่ตอนดูหนังแล้วด้วย พอมาเจอในเกมก็เลยเฉยๆ

★ เวลาไปตีแทงค์กักเก็บพลังงานแล้วมีเสียงเด็กหัวเราะดังนี่โคตรหลอน….

★ ขำฉากแซลลี่จับวานิทัสโยนเข้าประตู คือวานิทัสอุตส่าห์เก๊กเท่มาตลอด หมดท่าเลย น่าสงสาร 555555555555 แต่เราชอบเสียงอิริโนะคุงตอนพากย์วานิทัสนะ หล่อเข้ม!!

 

100 Acre Wood (Winnie the Pooh)

★ โลกนี้เล็กจิ๋วมากเมื่อเทียบกับโลกอื่น โลกอื่นเค้ากว้างใหญ่ วิ่งกันลิ้นห้อย แต่โลกหมีพูห์มีแค่ฉากหน้าบ้านแรบบิทฉากเดียว

★ เป็นโลกที่มีไว้เล่นมินิเกมเฉยๆ ซึ่งมินิเกมก็คล้ายๆ กันไปหมดทุกอัน ไม่หลากหลายเท่าไหร่ อยากให้ทำออกมาหลากหลายกว่านี้หน่อย

★ แต่ชอบภาพกับสีโลกนี้มากกกกก น่ารัก ให้อารมณ์เหมือนหนังสือนิทานดี

★ เนื้อเรื่องโลกนี้สั้นมาก เทียบกะสองภาคก่อนแล้ว สองภาคก่อนทำเนื้อเรื่องโลกนี้ซึ้งกว่าเยอะเลย

 

Arendelle (Frozen)

★ เป็นอีกโลกที่ค่อนข้างตั้งตารอ แม้จะไม่ได้ชอบโฟรเซ่นมากมายอะไร แต่เราร้องเพลงอาริโนะมามะ (Let it go เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ได้ทั้งเพลงโดยไม่ต้องดูเนื้อเลยนะ! ถือว่ามีความอินกับเพลงในระดับนึง!

★ ในเทรลเลอร์มีฉากเอลซ่าร้องเพลง แต่ในเรื่องเรานึกว่าจะไม่มี เพราะที่ผ่านๆ มานอกจากโลกลิตเติ้ลเมอร์เมดที่ใส่เพลงมาเป็นมินิเกมแล้วก็ไม่เห็นเคยใส่ฉากร้องเพลงมาเป็นคัตซีนให้ดูเฉยๆ เลยนี่นา

★ แต่โลกนี้มี!! ฉากเอลซ่าร้องเพลง!! อาริโนะมามะ!!!!! แบบเต็มๆ เหมือนในหนัง!!!!!!!!

★ ซึ่งพวกโซระจะได้ไปเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์เอลซ่าร้องเพลงและสร้างปราสาทด้วย

★ ตอนเพลงขึ้นมาระดับความตื่นเต้นพุ่งปรี๊ด↑↑↑↑↑ปรอทแตก

★ นอกจากเพลงนี้ยังมีฉากร้องเพลง Do you want to build a snowman? แบบสั้นๆ ด้วย นี่มันโลกลูกรักเหรอ หรูหราไปหมด

★ แต่เนื้อเรื่องโลกนี้ก็เหมือนโลกราพันเซล คือเหมือนในหนังเกือบเป๊ะ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ พวกโซระไม่มีความสำคัญใดๆ บทบาทสำคัญสุดคือหาชิ้นส่วนโอลาฟที่กระเด็นไปคนละทิศทางมาประกอบกันใหม่

★ เผลอๆ ถ้าไม่เคยดูมาก่อนอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เพราะเนื้อเรื่องตัดไปตัดมาฉึบฉับมาก

★ สิ่งที่เราเสียดายสุดคือฉากแผนที่ มีแต่ฉากหิมะล้วนๆ วิ่งไปวิ่งมาอยู่บนภูเขาหิมะ มีวงกตหิมะที่เจ๊ลักซีนสร้างให้วิ่งเล่นด้วยอีกนิดนึง แต่ไม่มีฉากในปราสาทเอลซ่า ไม่มีฉากเมืองเอเรนเดลล์ แมปโลกนี้เลยดูจำเจยิ่งกว่าโลกราพันเซลอีก

★ แต่ถึงหันไปทางไหนก็เจอแต่หิมะ ฉากก็สวยงามอยู่ดี ดีเทลต้นไม้งามละเอียดยิบมากกกก

★ สิ่งที่รู้สึกไปไม่ค่อยสุดอีกอย่างในโลกนี้คือความสัมพันธ์ของพวกโซระกับตัวละครหลัก ปกติเวลาโซระไปโลกไหนก็จะกลายเป็นเพื่อนกับตัวละครหลักโลกนั้น เมคเฟรนด์ไปทั่ว แต่โลกนี้จบลงโดยไม่ค่อยรู้สึกว่าพวกโซระกับพวกแอนนากลายเป็นเพื่อนซี้กัน เหมือนโลกโฟรเซ่นมันมีสตอรี่ที่อยู่ได้ด้วยตัวของมันเองแล้วพวกโซระเป็นแค่ bystander เฉยๆ

★ ตลกฉากที่เอลซ่าเจอพวกโซระครั้งแรกแล้วเผลอใช้พลังน้ำแข็งใส่ เอลซ่าบอกว่าพวกเธอคงกลัวสินะ …เห็นแล้วได้แต่คิดในใจว่าเวทมนตร์โดนัลด์โหดกว่านี้อีกจ้ะเอลซ่า พลังเธอน่ะจิ๊บๆ 555555555555

★ เสียดายเอลซ่าไม่เข้าตี้ด้วย เอลซ่าดูน่าจะเทพและบู๊มันส์อยู่นะ

★ อีมินิเกมสไลด์ไปตามทางหิมะยากจั๊ง ชนต้นไม้รัวๆ ถ้าอยากทำอัลติม่าเวพ่อนให้โซระต้องเล่นมินิเกมนี้เพื่อเก็บไอเท็มด้วย แต่ไปเล่นมาสองสามรอบแล้วท้อแท้มาก ลาก่อน

 

The Caribbean (Pirates of the Caribbean)

★ โลกนี้เป็นโลกที่เราตั้งตารอมากที่สุดในภาคนี้เลย ถึงจะเคยโผล่มาในภาคสองแล้วก็เถอะ

★ ตอนขับกุมิชิปไปเจอโลกไพเรทกรี๊ดหนักมาก ฟืดฟาดดดด ในที่สุดดดดดดดดดดด

★ โลกนี้โซระน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆ (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) เป็นลม สำลักความคิวท์ตายไปร้อยรอบ น่ารักไปหมดทุกอิริยาบถ ทุกท่วงท่า ฮรืออออ กัปตันโซระะะะะะ /ยื่นใบสมัครเป็นลูกเรือ

★ แล้วตอนไปโลกนี้ดันถือคีย์เบลดที่ได้จากโลกหมีพูห์ไป หน้าตาสุดกุ๊กกิ๊ก

★ ดูสายตากู๊ฟฟี่สิ ขอโทษละกันที่เลือกคีย์เบลดไม่เข้ากับบรรยากาศ 55555555555555

★ โดนัลด์กับกู๊ฟฟี่โลกนี้เก็บดีเทลมาดีมาก แม้จะหน้าตาไม่เข้ากับความเรียลของโจรสลัดรอบตัวเลย แต่ก็ดูมีความพยายามทำตัวให้เข้ากับบรรยากาศในระดับนึง

★ เนื้อเรื่องโลกนี้อิงภาค At World’s End ก็เลยมีเดวี่โจนส์ด้วย ตัวละครโปรดเราเอง!

★ เดวี่โจนส์เป็นลาสท์บอสด้วยนะ แฮปปี้มาก ต่อสู้อย่างมีความสุข พี่หมึกกกกกก

★ น้องคราเค่นก็มาาาา เสียดายเพลงประกอบไม่เอาเพลง The Kraken มาใช้ ไม่งั้นฉากต่อสู้คง epic มากกกกกก

★ เสียดายไม่มีฉากวิลกับลิซซี่แต่งงาน เป็นฉากที่เราชอบมากๆๆ ในหนังภาคนี้ แต่มันก็ไม่สำคัญอะไรกับเนื้อเรื่องหลักแหละ ตัดๆ ไปก็ไม่เป็นไร

★ โลกนี้แมปกว้างมาก เพราะเป็นแมปทะเล เราสามารถขับเรือไปสำรวจทะเลและเกาะแก่งต่างๆ ได้อย่างอิสระเสรี แต่ละเกาะก็ใช่ว่าจะเล็กๆ ไหนจะดำน้ำสำรวจได้อีกต่างหาก เป็นโลกที่มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด

★ ระหว่างขับเรือจะมีเรือศัตรูออกมาให้ยิงสู้ มีเรือผีสุดทรงพลังเป็นบอสลับ โอ้ววว นี่มัน Assassin’s Creed Black Flag ชัดๆ ถ้ามีฉากลงเรือเล็กไปจับปลาด้วยนี่ใช่เลย 55555555

★ ตอนแรกโซระจะได้เรือชื่อลีไวอาธันมาขับเล่น พออัพเลเวลเรือจนเต็มจะได้ขับแบล็กเพิร์ลด้วย

★ เพิร์ลก็ดีนะ แต่อยากขับดัทช์แมนมากกว่า แง (เรื่องมากอีก)

★ โซระดูสนุกสนานกับการขับเรือสุดๆ บางทีก็อารมณ์ดีจนร้องเพลงโย้โฮๆ ขึ้นมาเฉยๆ เห็นโซระแฮปปี้เราก็ดีใจ พาขับเรือวนไปมาอยู่เนิ่นนาน 5555555 นึกถึงภาคแรกที่โซระ ริคุ ไคริช่วยกันต่อเรือจะได้ล่องออกไปผจญภัย โซระคงใฝ่ฝันถึงอะไรแบบนี้มานานแล้ว พอมาโลกนี้เลยคึกมาก น่ารักจังงงงง

★ จริงๆ แล้วเราตระเวนขับเรืออยู่หลายชั่วโมงเพราะมันเป็นวิธีอัพเลเวลที่สะดวกรวดเร็ว ตอนแรกขับไม่คล่องก็จะงงๆ หน่อย แต่พอขับคล่องยิงคล่องแล้วสบายบรื๋อ ยิงตู้มๆๆ แป๊บเดียวเลเวลอัพปรู๊ดปร๊าด ไม่ต้องถือคีย์เบลดไปฟาดมอนสเตอร์ให้เหนื่อย ยิงเรือวนไปแบบชิลๆ

★ ฉากเมืองสวยมากกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกก พาโซระเซลฟี่ทุกมุมเมือง อยู่โลกนี้นานมากเพราะมัวแต่ซิ่งเรือกับถ่ายรูป 55555555555

★ ตลกที่พวก NPC ทหารดูใจดีกับโซระมาก ทั้งๆ ที่ใส่หมวกโจรสลัดหราขนาดนั้น สงสัยเอ็นดูเห็นเป็นเด็กน้อย ความจริงจมเรือทิ้งเกือบหมดทะเลแคริบเบียนแล้วแจ้ 

★ เป็นโลกที่ชอบที่สุดในภาคนี้เลย สมการรอคอยมากกกกกกกก

★ คีย์เบลดที่ได้จากโลกนี้ก็ดีมาก เทพมาก เป็นอันที่เราใช้นานสุดในเกมเลยทั้งๆ ที่ได้มาตอนท้ายๆ แล้วนะ

 

San Fransokyo (Big Hero 6)

★ ในบรรดาโลกที่มีในภาคนี้ บิ๊กฮีโร่ 6 เป็นเรื่องเดียวที่เราไม่เคยดู

★ เพราะงั้นเลยไม่อินกับโลกนี้เลย เพราะไม่รู้จักตัวละครมาก่อนนอกจากเบย์แม็กซ์กับฮิโระ

★ ตอนแรกรำคาญแมปนี้ด้วย เพราะตึกสูงเยอะมาก แล้วต้องปีนป่ายไปมาตลอด แต่พอได้ Glide มาแล้วสนุกกับการบินไปบินมาระหว่างดาดฟ้าตึกมาก กลายเป็นชอบไปเลย

★ เบย์แม็กซ์น่ารักจังงงงงง ชอบเวลาสู้ๆ อยู่แล้วร้อง อ๊าาโตะ! ขึ้นมา คิวววววท์

★ ถึงจะบอกไม่อิน แต่โลกนี้มีฉากเรียกน้ำตาเราหนึ่งฉาก คือฉากที่พวกโซระกับพวกฮิโระไปนั่งกินไอติมบนสะพานดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน

★ แล้วภาพก็เปลี่ยนจากโซระเป็นร็อกซัสกับสามสหายทไวไลท์ทาวน์ โอ๊ยยยยยยย น้ำตาทะลักยิ่งกว่าเขื่อนแตก เนี่ย ร็อกซัสโผล่มาทีไรเรียกน้ำตาตลอด อินมากบอกเลย (;______;)

★ อีกอย่างที่ชอบคือโลกนี้มีริคุตัวปลอมโผล่มา!!! เราชอบริคุหมดทุกรูปแบบไม่ว่าจะตัวจริงหรือปลอม จะนิสัยเด็กเปรตหรือคนดี ผมสั้นผมยาว ชอบหมด พอริคุปลอมโผล่มาเลยหวีดหนักมากกกกกก

★ ขำที่ตอนแรกโซระนึกว่าเป็นริคุจริง แล้วโดนัลด์กับกู๊ฟฟี่มาช่วยเบรคว่านั่นไม่ใช่ริคุหรอก คือโซระไม่คิดจะเชื่อใจเพื่อนหน่อยเหรออออ ริคุตัวจริงร้องไห้แล้วมั้ย (แต่ก็เข้าใจโซระแหละ เพื่อนเคยมีประวัติไม่ดีมาก่อนอะนะ จะระแวงบ้างก็ไม่แปลก 55555555555)

★ ตอนท้ายมีเบย์แม็กซ์โผล่มาอีกตัว เป็นตัวร้ายเพราะโดนริคุปลอมฝังชิปเข้าไป แต่สุดท้ายพลังพระเอกก็เอาชนะได้ เบย์แม็กซ์ตัวร้ายซึ่งเป็นเบย์แม็กซ์ตัวแรกเลยกลับมาเป็นเบย์แม็กซ์ฝ่ายดี ตอนจบโลกนี้เลยมีเบย์แม็กซ์อยู่กับฮิโระสองตัว

★ ประเด็นคือชอบตอนที่โซระตะแง้วๆ ขอพาเบย์แม็กซ์ไปด้วยตัวนึงแต่ฮิโระไม่ยอมยกให้ โคตรรรรน่ารัก (≧ω≦)

★ อีกฉากน่ารักคือตอนเพิ่งมาถึงโลกนี้ใหม่ๆ โซระตื่นตาตื่นใจกับมหานครอันสุดเจริญเลยหยิบมือถือขึ้นมาเพราะอยากทักไปอวดริคุ แง้งงงงง เด็กน้อยยยยย (≧ω≦)(≧ω≦)

พอจบซานฟรานที่เป็นโลกดิสนีย์โลกสุดท้ายแล้วก็เข้าเนื้อเรื่องหลักยาวๆ เลย จริงๆ ก่อนหน้านี้เวลาจบแต่ละโลกจะมีคัตซีนเนื้อเรื่องหลักคั่นตลอด แต่เนื้อเรื่องมันจะกระดึ๊บไปแค่ทีละนิดละหน่อย พอจบซานฟรานปุ๊บถึงยิงเนื้อเรื่องหลักยาวๆ นั่งดูคัตซีนกันตาแฉะ และสู้กันมือหงิกเช่นกัน

จากนี้ไปมาพูดถึงเนื้อเรื่องหลักกันบ้าง! อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าภาคนี้เป็นเรื่องของการรวบรวมพรรคพวกไปสู้กับเซอานอร์ท เรื่องราวที่แทรกมาเวลาจบแต่ละโลกเลยเป็นเรื่องของการตามหาเทร่า เวน อควอ สลับกับเรื่องของฝั่งจูซังคิคัง แต่เรื่องมันเพิ่งมาเดินแบบพรวดพราดจริงๆ ก็หลังจบโลกเบย์แม็กซ์นี่แหละ ซึ่งพอเนื้อเรื่องมันเดินแบบจริงจังปุ๊บ โอ๊ยยยยยย ฉากซึ้งมารัวๆ ร้องไห้น้ำตาหมดไปหลายโอ่ง ฮืออออออออออ

★ คนแรกที่ไปช่วยกลับมาได้คืออควอ ริคุกับมิกกี้ถ่อไปถึงโลกมืดเพื่อช่วยอควอด้วยกัน แต่ลำพังแค่สองคนยังช่วยไม่ได้ (พวกไม่มีพลังพระเอกก็เงี้ย โถ่) ริคุสู้กับฮาร์ทเลสจนหอบแฮ่กๆ แล้วเรียกชื่อโซระ ทันใดนั้นโซระก็พุ่งลงมาจากฟ้าพร้อมแสงสว่างเจิดจ้า โอ้พระเจ้า โชเน็นมากเว่อ 55555555555

★ แล้วทั้งสองคนก็รวมพลังกันปราบฮาร์ทเลสและช่วยอควอกลับมาโลกสว่างได้สำเร็จ!! โอวววว พลังมิตรภาพ!!

★ เคยนึกว่าตัวเองไม่ค่อยอินกับอควอเท่าไหร่ เพราะมีตัวละครที่เราอินกว่าอยู่เยอะแยะมากมาย (เช่น ร็อกซัส ชิออน เทร่าซัง เวน) แต่พอเห็นฉากที่อควอกลับมาเดสทินี่ไอส์แลนด์ฝั่งโลกสว่างแล้วเห็นโซระกับริคุเป็นเวนกับเทร่าซังเท่านั้นแหละ โอ๊ยยยยยย พรากกกกกกกกกก T____T

★ ดีใจด้วยนะอควอที่กลับมาได้ เวลคั่มแบ็คคคคคคคคคค ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะ

★ พอช่วยอควอได้แล้ว อควอก็พาไปหาเวนต่อ นี่ก็ฉากซึ้งอีกฉาก เราว่าคนที่อินกับ Birth by Sleep กับ 358/2 Days แบบหนักๆ จะอินกับภาคนี้มาก ดีนะเราอินกับทั้งสองภาค รู้สึกเล่นภาคนี้แล้วคุ้มมาก อินไปหมดทุกฉาก 555555555

★ นุ้งเวนตอนกลับมาช่วยอควอจากวานิทัสเท่มั่กกกกกกกกกกก ปกติเราว่าเวนคือร็อกซัสเวอร์ชั่นที่แบ๊วกว่า สดใสกว่า แต่ฉากนี้เท่มากจริงงงง ฮือๆๆๆ

แล้วไม่ทันไรน้องก็กลับมาแบ๊วอีก แงงงงงง น่ายักกกกกกกกกกก เวลคั่มแบคคคคคคคคค

★ ช่วยเวนได้แล้วก็ยกทีมกันกลับไปหาท่านเยนซิดพร้อมหน้าพร้อมตา

★ ชอบตอนแอ็กเซลเจอเวน แอ็กเซลเคยเจอเวนครั้งแรกใน Birth by Sleep คือรู้จักเวนมาก่อนร็อกซัสนั่นแหละ พอเจอร็อกซัสใน 358/2 Days ยังบอกเลยว่าตกใจเพราะหน้าเหมือนเพื่อนเก่าคนนึงมาก พอมาภาคนี้แอ็กเซลกลับมาเจอเวนอีกก็ตกใจอีกเพราะมีคนหน้าเหมือนร็อกซัสโผล่มาแถมเป็นเพื่อนเก่าคนที่ว่าด้วย 

★ ตอนแอ็กเซลมองหน้าเวนแล้วทำเป็นพูดโน่นนี่กลบเกลื่อนความเขินน่ารักมาก นุ้งเวนก็ยิ้มให้อย่างเป็นธรรมชาติมั่กๆ แถมจำแอ็กเซลได้ด้วย แอ็กเซลตอนรู้ว่าเวนจำตัวเองได้ก็ดีใจอีก เรือแอ็กเซลxเวนตุสต้องมาแล้วมั้ย (รวมโมเมนต์จากทุกภาคทั้งหมดที่ผ่านมามีอยู่สองฉากถ้วน)

★ ขำหน้าไคริ มองแบบ อะไรของเค้านะ 555555555555555555

★ ช่วงก่อนไปสู้ลาสท์บอส ต่างทีมต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน 

★ ชอบตอนแอ็กเซลไปนั่งกินไอติมคิดถึงร็อกซัส โคตรเศร้า อะไรที่เกี่ยวกับร็อกซัสเราเศร้าหมด T____T

★ ฉากนี้มันเศร้าตรงที่แอ็กเซลนึกถึงร็อกซัสคนเดียวและจำชิออนไม่ได้ด้วย ฮืออออออ ทำไมทีม 358/2 Days มันเศร้าอย่างนี้นะ (;______;)

★ ส่วนแก๊งโซระ ริคุ ไคริก็กลับไปชิลๆ ที่เดสทินี่ไอส์แลนด์ 

★ ชอบตอนริคุคุยกับจิตใจ(?)ของริคุปลอมที่สิงอยู่ในร่างตัวเอง ริคุปลอมหล่อมากกกกกกกกกก ไม่ได้หมายถึงหน้าตานะ คือหน้าตาก็หล่อแหละ (ก็ริคุอะ เคยไม่หล่อด้วยเหรอ /ไม่นับตอนอยู่ร่างแอนเซม) แต่ใจเนี่ย หล่อมากกกกกกกกกก 

★ ริคุปลอมอธิบายว่าตัวเองซึ่งเป็นเรพลิก้าเป็นผลงานที่ล้มเหลว ร่างกายสลายไปแล้ว จิตใจเลยหลงวนเวียนอยู่ในความมืด แต่ตอนที่กำลังจะหลอมรวมไปกับความมืด ริคุตัวจริงก็โผล่มา ริคุตัวจริงเลยแซวว่า “หรือนายรู้สึกถึงพรหมลิขิต?” ซึ่งริคุปลอมตอบว่า “คงงั้น ถ้าจะหลอมละลายไปล่ะก็ ขอเลือกนายดีกว่าความมืด”

★ นี่มันอะไร เต๊าะกันเองเหรอ ริคุไหวมั้ยยยยยยยย หรือจริงๆ แล้วริคุเป็นพวกหลงตัวเอง พอเจอตัวเองอีกร่างนึงเลยหลงรักกันเองงี้ 555555555555

★ เราว่าริคุตัวจริงภาคนี้สาวน้อยมาก อยู่กับมิกกี้แล้วดูเป็นนุ้งริคุ พอมาอยู่กับร่างปลอมของตัวเองก็ยังดูสาวน้อยอีก แต่อย่างที่บอก จะริคุแบบไหนก็ชอบหมด!!!

★ พอทุกคนพร้อมแล้วก็มุ่งหน้าไปบู๊ที่สุสานคีย์เบลดกันต่อ

★ มีฉากนึงที่เพื่อนๆ โดนฮาร์ทเลสซัดหายไปทีละคนจนเหลือแค่โซระกับริคุ โซระบอกว่าเหลือแค่ตัวคนเดียวแบบนี้ฉันสู้ไม่ได้หรอก! แล้วก็ร้องไห้ เราแบบ เฮ้ ริคุยังอยู่…….. ฉากนี้รู้สึกงงๆ กับโซระนิดนึงเพราะปกติโซระเป็นเด็กที่พลังบวกล้นปรี่ เจอแบบนี้ไม่น่าท้อง่ายๆ ทั้งที่ริคุก็ยังอยู่อีกคน เหมือนจู่ๆ ก็ท้อแท้ใจเพราะโนมุระสั่งมา

★ ขณะที่โซระมัวแต่ร้องไห้อยู่ ริคุก็เดินไปเอาคีย์เบลดกันฮาร์ทเลสให้แบบหล่อๆ ฮือออออออ ทำไมหล่ออย่างงี้!!! รัก!!!!!! แต่ฉากนี้ในเทรลเลอร์ชวนขนลุกมากกว่าเยอะเลยเพราะมีเพลงประกอบ พอเป็นฉากในเกมจริงๆ แล้วไม่มีเพลงใดๆ เลยดูไม่ดึงดราม่าเท่าในเทรลเลอร์

★ สุดท้ายโซระก็โดนซัดปางตายเหมือนกัน แต่ก็เอาชีวิตรอดกลับมาได้ แล้วต้องไปวิ่งตามหาหัวใจของเพื่อนๆ คืนมาอีก พอตามกลับคืนมาได้ก็รีเซ็ทฉากด่านสุดท้ายใหม่อีกที กลายเป็นทุกคนกลับมาอยู่กันพร้อมหน้า

★ อีตอนไปตามหาหัวใจมาให้ทีละคนนี่สู้จนเหนื่อย สู้จนรู้สึกว่าพอเถิดโซระ ปล่อยเพื่อนๆ ไปตามทางของเขาก็ได้ ไม่ต้องช่วยแล้ว (ถ้าพูดด้วยภาษาคิงด้อมฮาร์ทก็คือคนเล่นกำลังจะโดนความมืดกลืนกิน)

★ พอกลับมากันครบทุกคนอีกรอบแล้ว คราวนี้จะมีฉากสุดอลัง เป็นฉากคีย์เบลดโบราณในสุสานเหาะมาช่วยพวกโซระ อลังการไปอี๊ก ตอนแรกก็ขนลุก สักพักกดสามเหลี่ยมจนมือหงิกก็เริ่มหงุดหงิดว่าเมื่อไหร่จะจบฉากนี้ซะที 55555555 ฉากนี้ใครเล่นเกมที่ลงมือถือมาน่าจะอินมาก แต่เราไม่ได้เล่น เลยขนลุกนิดหน่อย จบ ไม่ได้อินอะไรขนาดนั้น

★ หลังจากนั้นก็ไปบู๊กับจูซังคิคัง ฉากนี้จะมีทางแยกให้เลือกว่าจะวิ่งไปช่วยใครก่อน แน่นอนว่าพุ่งไปหาริคุเป็นคนแรก ริคุจ๋าพี่มาแร้วววววว

★ ในฉากนี้เราต้องสู้กับริคุปลอมด้วย เป็นฉากที่เรายังงงๆ อยู่ คือริคุปลอมโผล่มาแล้วตอนแรกริคุตัวจริงเข้าใจว่านั่นคือตัวเองสมัยจูนิเบียวสมัยยังโดนแอนเซมครอบงำอยู่ แต่สุดท้ายพอชนะแล้วริคุปลอมที่อยู่ในร่างริคุเหาะออกมาบอกว่านั่นคือตัวริคุปลอมเองต่างหาก ไม่ใช่ริคุหรอก แล้วริคุปลอมในร่างริคุก็ช่วยกำจัดริคุปลอมที่อยู่ตรงหน้าให้สลายร่างไปด้วยกัน

★ แม้จะงงๆ กับริคุปลอมเบอร์ 1 และริคุปลอมเบอร์ 2 แต่เราชอบบทสนทนาของริคุปลอมกับริคุจริงฉากนี้มาก ริคุปลอมทำท่าจะสลายร่างไป ริคุจริงเลยโวยวายว่า นายไม่ได้คิดจะฟื้นกลับมารึไง! (คือริคุจริงไม่อยากให้ริคุปลอมหายไป) ริคุปลอมตอบว่า ฉันน่ะพอแล้ว มีนายอยู่ทั้งคน นายมีคนที่ต้องช่วยอยู่ใช่มั้ยล่ะ ฝากด้วยนะ

★ โอ้ยยยยยยยยยย ริคุก็คือริคุ จะจริงจะปลอมก็คือริคุ ตอนพูดว่า 頼んだぞ นึกถึงตอนจบภาคแรกเลย T__T

★ คนที่ต้องช่วยในที่นี้ริคุปลอมหมายถึงนามิเนะ นี่ก็อินมาก เราไม่ได้ชิปริคุนามิเนะเลยนะ ไม่เคยนึกถึงความเป็นไปได้ของคู่นี้ด้วย (เพราะริคุดูงมงายอยู่กับโซระแบบมืดบอดมาก) แต่ริคุปลอมกับนามิเนะนี่ก็ชอบอยู่ (แม้จะชอบร็อกซัสนามิเนะมากกว่า) ภาค Chain of Memories เราชอบมากตอนที่ริคุปลอมรู้ตัวว่าความรู้สึกที่มีให้นามิเนะมันเป็นของปลอมที่โดนฝังหัวมาอีกที แต่ยังไงก็ยังอยากปกป้องนามิเนะอยู่ดี แล้วความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่กับริคุปลอมมาจนถึงตอนนี้ มันเป็นเรื่องน่าประทับใจมากนะ!!!!! ริคุปลอม นายหล่อมาก!!!!!!!!!

★ ชอบมากที่ริคุปลอมสละตัวเองเพื่อยกร่าง replica ให้นามิเนะ ทั้งๆ ที่ตัวเองจะยึดร่างนั้นมาใช้เองก็ได้ แต่ไม่ทำ แถมยังบอกว่าเฝ้ารอเวลาที่จะได้ร่างมาตลอด (เพื่อช่วยนามิเนะ) เนี่ย ความรู้สึกที่ริคุปลอมมีให้นามิเนะมันเลอค่ามากนะ คือริคุปลอมนี่มีชีวิตอยู่เพื่อนามิเนะเท่านั้นเลยจริงๆ ความรู้สึกที่ยึดเหนี่ยวริคุปลอมไม่ให้สลายไปก่อนหน้านี้ก็คือความอยากช่วยนามิเนะอะะะะะ ฮือๆๆๆๆ

★ ริคุจริงก็หล่อ ฮือๆๆๆๆ รักกกกกก♥♥♥

★ ภาคนี้เหมือนไปฟิตกล้ามมาเพิ่มด้วยปะเนี่ย /ปาดน้ำลายมุมปาก

★ ขอสารภาพว่าตอนแรกที่เห็นทรงผมริคุภาคนี้เราไม่ปลื้มอย่างแรง เพราะชอบทรงแบบภาคสองมากๆๆ แบบนั้นหล่อมาก แต่พอเห็นคนญี่ปุ่นบอกว่า ริคุหัดใช้แว็กซ์ผมแล้ว ก็รู้สึกโมเอะขึ้นมาทันที ตอนนี้ชอบทรงนี้แล้ว ใจง่ายมาก 555555555

★ ช่วยริคุเสร็จก็ไปช่วยมิกกี้ต่อ ตรงนี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ

★ หลังจากนั้นก็จะไปเจอทางให้เลือกอีกว่าจะไปช่วยทีมไคริ&แอ็กเซล หรือเวน&อควอก่อน แน่นอนว่าพุ่งไปหาแอ็กเซลก่อนโดยไม่ยั้งคิดใดๆ ร็อกซัสสสสสสสสสสสส

★ คู่ต่อสู้ของทีมไคริ&แอ็กเซลคือไซคส์กับสมาชิกองค์กรสวมฮู้ดปริศนาคนหนึ่ง แค่วิ่งไปเจอสมาชิกปริศนาคนนี้ก็เฮ้ย เฮ้ยยยย หรือว่าาาาาา

★ และสมาชิกปริศนาคนนั้นก็คือชิออนจริงๆ กรี๊ดดดดดดด ชิออนนนนนน เวลคั่มแบคคคคคคคค T____T

★ ฉากที่โซระไปรับคีย์เบลดชิออนแล้วเป็นเสียงร็อกซัสเรียกชื่อชิออนคือแบบบบ ขนลุกไปหมด ฮือ ฮืออออออ ฮือออออออออออ

★ และตอนที่เซมนาสกำลังจะกำจัดชิออนทิ้งเพราะเป็นแค่ตุ๊กตาไร้ประโยชน์ จู่ๆ ก็มีแสงสว่างพุ่งออกมาจากร่างของโซระ

 

และ

 

และะะ

 

 

และะะะะะะะ

 

 

และร็อกซัสก็กลับมา!!!!!!!!!!!!!

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ROXAS IS BACK!!!!!!!

ขอบคุณค่ะโนมุระะะะะะะะ T______T ฉากนี้แหละ ฉากนี้ที่รอคอยมาสิบกว่าปี ในที่สุดดดดดดดดดด ร็อกซัสสสสสสส โอคาเอริ!!!!!!!! ขอบคุณที่กลับมานะ ฮือออออออออ

★ เพลงประกอบฉากนี้เป็นเพลง The Other Promise ด้วย เพลงนี้แค่ฟังเฉยๆ ก็ร้องไห้ได้แล้ว มาเจอประกอบฉากร็อกซัสกลับมาก็คือมองไม่เห็นจออีกเลย น้ำตาบังมิด หาทิชชู่จ้าละหวั่น

★ ดีใจที่เห็นทีม 358/2 Days กลับมาเจอกันพร้อมหน้าแบบนี้ ตอนแรกเราไม่คาดหวังว่าชิออนจะกลับมาเลยนะ เป็นคนที่ความหวังริบหรี่สุดเพราะสลายไปกระทั่งระดับความทรงจำ แบบไม่มีใครจดจำชิออนได้ แต่พอกลับมาเจอแอ็กเซลปุ๊บ แอ็กเซลนึกออกทันที ร็อกซัสก็จำได้ราวกับไม่เคยลืมมาก่อน ตรงนี้ยังไม่เก็ทว่าทำไมถึงจำได้ ไม่เก็ทด้วยซ้ำว่ากลับมาได้ยังไง แต่มันก็ซึ้งดี จะมองข้ามเหตุและผลก็ได้

★ ว่าแต่ริคุจำชิออนได้มั้ย อยากให้จำได้อะะะะ

★ ร็อกซัสเท่มากๆๆๆๆๆ ปลาบปลื้ม เสียดายนิดนึงที่ไม่มีฉากให้บังคับร็อกซัส แต่แค่กลับมาก็ดีใจจะแย่แล้ว

★ แล้วไคริก็โดนเซมนาสจับตัวไป โซระเลยได้จับมือกับร็อกซัสและชิออนต่อสู้กับไซคส์ โอยยยยย ร็อกซัสสสส ร็อกซัสสสสสสส เวลคั่มแบคคคคคค (ยังตื้นตันอยู่)

★ ไซคส์กับแอ็กเซลนี่ยังไงๆ นะ….. เข้าใจนะว่าเป็นเพื่อนกันมานาน แต่การที่พี่ไซคส์บอกว่าเห็นแอ็กเซลไปสนิทกับคนอื่นเลยงอนนี่คืออะไรค๊ะะะะะะะะะ

★ แอ็กเซลหล่อจัง ใครชอบแอ็กเซลนี่โคตรชนะ บทหล่อทุกภาค อยู่ฝั่งตัวร้ายก็หล่อ อยู่ฝั่งคนดีก็หล่อ เรายังใจสั่นหวั่นไหวไปหลายรอบ

★ แต่ในจูซังคิคังถ้าไม่นับร็อกซัส เราชอบเดมิกซ์สุดเลย บทโคตรน้อย เศร้า แล้วออกมาตลกโปกฮาล้วนๆ ไม่มีบทเท่ๆ แบบภาคสองเลย (ภาคสองก็มีบทเท่อยู่ประมาณสามวินาที)

★ ถึงจะไม่มีบทเท่ๆ และแอร์ไทม์น้อย ภาคนี้เดมิกซ์ก็นั่ลลั๊กกกกกก ชอบตอนเรียกมาลูเชียว่า มารุจัง โอ้ยยยยย สุดคิวท์! อยากรู้ว่าเรียกคนอื่นในองค์กรว่าอะไรบ้าง ถ้าเรียกเซมนาสว่าเซมุจังคงตลกพิลึก 55555555 

★ หลังจากนั้นโซระก็ลุยเดี่ยวไปช่วยเวนกับอควอต่อ ปล่อยให้ทีม 358/2 ร้องไห้รักกัน ชอบฉากนี้มากๆๆๆๆ ดีใจกับแอ็กเซลมากที่ในที่สุดร็อกซัสก็กลับมาซะที เราว่าสตอรี่ของแอ็กเซลกับร็อกซัสนี่มันเศร้ามาตั้งแต่ภาคสองละ เศร้าไปหมดทุกฉาก โดยเฉพาะฉากอำลากันบนหอคอยยังตรึงตาตรึงใจ ชอบที่แอ็กเซลขี้แยเกินคาดด้วย ร้องไห้บ่อยมากเว่อ ประเด็นคือเราก็ร้องไห้ตามเกือบทุกฉาก บ้าบอ 555555555

★ คู่ต่อสู้ของเวน&อควอคือวานิทัสกับเทร่าที่ยังโดนครอบงำอยู่ 

★ แน่นอนว่าสุดท้ายพระเอกของเราก็กำจัดวานิทัสและช่วยเทร่ากลับมาได้ในที่สุด เทร่าซังงงงงงงงงงงงงงง เวลคั่มแบคคคคคคคคค

★ ฉากนี้เวนตุสนางเอ๊กนางเอก เวลาอยู่กับเทร่า เวนจะมีความนางเอ๊กนางเอกตลอดเลย ตั้งแต่ Birth by Sleep ละ มาภาคนี้เทร่าก็กลับมาได้เพราะได้ยินเสียงเวน เฮลโหล ขอที่ยืนให้อควอด้วย อย่าเพิ่งสร้างโลกของเราสองคนขึ้นมาตรงนี้สิ 555555555

★ เอาจริงๆ ฉากที่แต่ละคนกลับมานี่ทำดีทุกฉาก ซึ้งมากทุกฉาก ชอบมากๆๆๆๆๆๆ ทุกฉากเลย แต่ถ้าถามว่าชอบฉากไหนสุดก็จะตอบโดยไม่เสียเวลาคิดว่าร็อกซัส!!!!

★ หลังจากนั้นก็ได้เวลาไปลุยกับร่างแยกทั้งหลายของเซอานอร์ท ฉากนี้ได้มิกกี้กับริคุมาช่วยสู้อีกแรง เสียดายที่ไม่มีท่าที่ใช้ร่วมกับริคุเลย เศร้า กลัวทำเอฟเฟกต์มาไม่คุ้มเพราะมีฉากสู้ด้วยกันไม่กี่ฉากเหรออออ

★ ตอนทยอยสู้กับจูซังคิคังก็เหมือนกัน อุตส่าห์ได้บู๊ร่วมกับพรรคพวกมากมายทั้งที ถ้ามีท่าที่ใช้ร่วมกับแต่ละคนแบบเท่ๆ คงฟินตัวแตก แต่ไม่มีเลย ใช้ท่าเดิมๆ ในคีย์เบลดวนไป

★ ฉากสู้กับร่างแยกเซอานอร์ทไม่มีไรมาก พอสู้ชนะร่างใดร่างนึง ร่างนั้นก็จะพูดส่งท้ายแบบหล่อๆ แล้วสลายร่างไป

★ จริงๆ เราชอบหน้าเซมนาสมากเลยนะ เป็นหน้าแบบที่รู้สึกว่าหล่อเลยแหละ แต่พอคนพากย์เป็นวากาโมโตะซังปุ๊บ ดูให้หล่อไม่ได้แล้ว ขำอย่างเดียว นี่พยายามหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองขำทุกฉากที่เซมนาสออก แต่ไม่ได้จริงๆ ขำพรืดทุกครั้ง

★ กำจัดร่างแยกเสร็จก็เหลือเซอานอร์ทร่างตาแก่ร่างเดียวละ ตอนแรกมิกกี้จะไปกับริคุและอควอ แต่โซระอาสาไปเองเพราะเมื่อกี้เซอานอร์ทเพิ่งใช้ดาบจ้วงไคริสลายร่างไป ในฐานะพระเอกก็ต้องไปชำระแค้นแทน เอ้ย ไปช่วยสาวน้อยผู้เป็นที่รักซะหน่อย

★ ตอนโซระเดินออกไปคนเดียวแล้วโดนัลด์กับกู๊ฟฟี่เดินมาข้างๆ คือแบบบบบบ ฮือออออออ ไม่คิดว่าจะซึ้งกะสองคนนี้ด้วย ซึ้งไปหมดทุกอย่างแล้ว ณ จุดนี้

★ ฉากนี้ชอบตอนเวนกับร็อกซัสมาเจอกันด้วย นุ้งเวนมองร็อกซัสแบบงงๆ ร็อกซัสก็จ้องนุ้งเวนตาไม่กะพริบ อยากเห็นฉากที่สองคนนี้คุยกันจังเลย

★ ตอนไปถึงด่านสุดท้าย เจอรองบอสตบตายเลยหัวซุกหัวซุนไปอัพเลเวลเพิ่มก่อน ขอบคุณที่ยังเปิดโอกาสให้แวะไปเก็บเลเวลโลกอื่นได้แม้ว่าตามเนื้อเรื่องแล้วจะอยู่ในสถานการณ์วิกฤติสุดๆ

★ ปรากฏว่าอัพเลเวลมาเยอะไป กลับมาสู้อีกทีรองบอสกระจอกมากจ้า 555555 บอสใหญ่ก็สู้แป๊บเดียวจบละ ตอนสู้เสร็จแล้วเป็นคัตซีนยาวๆ ยังระแวงอยู่เลยว่า ห๊ะ?? เอ๊ะ?? มีแค่นี้เหรอ?? มาสเตอร์เซอานอร์ทจะไม่กลายร่างเป็นอะไรตัวใหญ่ยักษ์อลังการหน่อยเหรอ??? ฉากลาสท์บอสท้ายภาคสองยังอลังกว่าตั้งเยอะนะ???? (ชอบฉากลาสท์บอสภาคสองมากเพราะช่วยกันสู้กับริคุ ฮือๆๆๆ สุดหล่อออออ)

★ แล้วมันก็มีแค่นั้นจริงๆ 555555555555 แต่ถ้ากัดฟันสู้ด้วยเลเวลน้อยๆ แบบตอนแรกที่ไปถึงด่านนี้ก็อาจจะตึงมืออยู่เหมือนกัน

★ พอสู้ชนะแล้วคนอื่นๆ ก็วาร์ปมาหา เอราคุสที่แอบซ่อนอยู่ในร่างเทร่าโผล่มาเกลี้ยกล่อมเซอานอร์ท จนสุดท้ายเซอานอร์ทเลยยอมแพ้ไปแบบง่ายๆ ง่ายมากจริง ง่ายจนรู้สึกว่าทำไมยอมแพ้ง่ายขนาดนี้……

★ เราไม่ค่อยชอบมาสเตอร์เอราคุสเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยถนอมน้ำใจเด็กๆ เลย ยังเคืองตอนที่จู่ๆ ก็จะฆ่าเวนทิ้งโดยไม่อธิบายเหตุผลใดๆ อยู่ แต่คราวนี้เอราคุสโผล่มาขอโทษเวนที่ทำให้กลัวเมื่อตอนนั้นด้วย ฮือออออ ยกโทษให้ก็ได้ค่ะมาสเตออออรรรร์ T_T

★ แต่เราชอบมาสเตอร์เอราคุสร่างเด็กนะ!!!!

★ ชนะลาสท์บอสและจัดการปิดผนึกคิงด้อมฮาร์ทเสร็จแล้วก็เข้าสู่ฉากจบละ ปัญหาคือยังช่วยไคริไม่ได้ โซระเลยบอกว่าจะไปช่วยไคริตามลำพัง เพราะการเดินทางของโซระเริ่มต้นจากช่วยไคริ ทั้งที่อุตส่าห์พากลับมาได้แล้วก็ดันแยกจากกันอีก ไม่อยากปล่อยให้ไคริอยู่คนเดียวแล้ว ฮือออ พระเอกมากลู๊กกกกกกกกกก

★ มิกกี้ทัดทานไว้เพราะโซระอาจจะกลับมาโลกเดิมไม่ได้ แต่ริคุบอก (ด้วยน้ำเสียงสุดแสนอ่อนโยน) ว่า ให้โซระไปเถอะ เพราะเรื่องที่ใจสั่งมามันไม่มีใครห้ามกันได้หรอก หุยยยยยยยยยย ไปจำอะไรแบบนี้มาจากไหนอ้ะริคุ เพลงพี่เสกเหรอ

★ แอนี่เวย์ ริคุหล่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ♥♥♥♥♥♥♥

★ ช็อตที่ประทับใจสุดในฉากจบคือฉากบนหอคอยที่ทไวไลท์ทาวน์ แค่เห็นเอ็กเซลกับร็อกซัสกลับมานั่งที่เดิมด้วยกันก็ปลื้มปริ่มจะแย่ละ สักพักชิออนก็มานั่งด้วย พี่ไซคส์ที่กลับจากร่างโนบอดี้มาเป็นร่างมนุษย์แล้วก็มาแจกไอติมให้ แล้วสามสหายทไวไลท์ทาวน์ก็โผล่มาอีก เพื่อนเยอะเลยนะร็อกซัส!

★ ดีจัง ดีจังเลย ฮือออออออ ดีใจที่ทุกคนกลับมา ดีใจที่ทุกคนได้ใช้เวลาสงบสุขด้วยกันซะที ฮือๆๆๆ ขอให้เป็นปิดเทอมหน้าร้อนที่ไม่มีวันสิ้นสุดอีกเลยนะร็อกซัส T_____T

★ และคนสุดท้ายที่กลับมาก็คือ นามิเนะ!!!!!!!!!!!!! นามิเนะเป็นตัวละครหญิงที่เราชอบที่สุดในซีรีส์นี้เลย เวลคั่มแบคคคคคคคคค

★ ระดับความน่ารักของนามิเนะพาวเวอร์อัพเยอะมาก แล้วใส่กระโปรงซะสั้นกุดเหมือนเดิม เป็นห่วงจัง จะโดนลักพาตัวมั้ยยยย

★ ริคุเป็นคนนั่งกุมิชิปมารับนามิเนะไปหาคนอื่นๆ ฉากนี้เรามองว่าริคุตัวจริงรับสืบทอดเจตนารมณ์ของริคุปลอมที่อยากปกป้องนามิเนะต่อมามากกว่านะ ไม่ได้มองว่านี่คือฉากที่สื่อว่าริคุกับนามิเนะลงเอยกัน แต่ถ้าสุดท้ายสองคนนี้จะเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกันก็ขอให้เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ /พับไมค์

★ ไม่ใช่ว่าไม่โอเคกับริคุนามิเนะ แต่เราสงสารริคุปลอม T_T เราเชื่อว่าริคุจริงมองริคุปลอมเป็นมนุษย์คนนึง ริคุจริงคงให้ความสำคัญกับความรู้สึกของริคุปลอมที่มีต่อนามิเนะมาก เลยอยากช่วยดูแลแทนริคุปลอมที่ไม่อยู่แล้ว แต่คงเป็นฐานะพี่ชายมากกว่า อะไรประมาณนี้

★ ว่าแต่ถ้าฉากเล็กน้อยแค่นี้สื่อว่าลงเอยกัน ริคุกับมิกกี้คงลงเอยกันไปนานแล้วรึเปล่า โมเมนต์เยอะมากมาตลอด มาภาคนี้ถึงขั้นใส่เสื้อคู่เลย นับว่าความสัมพันธ์ก้าวไกล

★ ตอนเห็นริคุยื่นมือมาใส่กล้องเกือบเผลอยื่นมือไปหา หล่อเหลือเกินนนนนน พาชั้นไปด้วยสิพี่ชายยยยยย /พุ่งเข้าไปปัดมือนามิเนะออก

★ ความจริงคือร็อกซัสมีแอ็กเซล เอ้ย ชิออนแล้ว โซระมีไคริแล้ว มิกกี้ก็มีมินนี่อยู่แล้ว สองคนนี้เลยไม่เหลือใคร สุดท้ายถ้าจะโดนจับมาคู่กันก็คงไม่แปลกหรอก 5555555555555

★ แต่ไม่เห็นต้องมีคู่ก็ได้มั้ยอะะะ ริคุก็มีเราอยู่แล้วไง /ตื่นๆ

★ เรายังแอบชิปร็อกซัสนามิเนะอยู่นะ ฮือๆๆ เราชอบฉากที่สองคนนี้คุยกันในภาคสองทุกฉากเลย ชอบตอนจบภาคสองที่ต่างคนต่างยิ้มให้กันด้วย ร็อกซัสกับชิออนอาจจะเป็นแค่เพื่อนก็ได้นี่!!!!!! ตอนโผล่มาช่วยชิออน ร็อกซัสยังพูดชัดเจนเลยว่า “ห้ามแตะต้องเพื่อนฉันนะ” หึฝ์ นี่มันเฟรนด์โซน!!!! เสียดายตอนจบภาคนี้อุตส่าห์ได้มารวมตัวกันพร้อมหน้าในฉากเดียวกันทุกคนทั้งที ดันไม่มีฉากร็อกซัสเจอนามิเนะเลยแม้แต่วินาทีเดียว ไม่มีแม้แต่จะสบตากัน /ทรุด

★ แต่เราก็ชอบร็อกซัสชิออนด้วย บ้าจริง!! ร็อกซัส!!! ทำไมหว่านเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้คะลูก!!?????

★ ตอนจบที่โซระสลายไปแล้วไคริร้องไห้ เราไม่คิดว่าโซระตายนะ เพราะในฉากจบลับยังไปเดินเตร่แถวชิบุยะอยู่เลย ภาพที่โซระสลายไปน่าจะเป็นภาพในจินตนาการของไคริมากกว่า ประมาณว่าโซระไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพราะยังไม่กลับมา หายไปวิ่งเล่นอยู่ที่โลกไหนสักแห่ง เพราะงั้นเล่นจบแล้วเลยอิ่มเอมมากกกกกกกกกกับการที่ทุกคนกลับมาอย่าง happily ever after ไม่ได้รู้สึกนอยด์เรื่องโซระแต่อย่างใด โซระเองก็บอกมิกกี้แล้วว่าจะหาทางกลับมาให้ได้ เพราะงั้นเราจึงเชื่อมั่นว่าสักวันโซระต้องกลับมา! /ปรากฏตายจริง

★ ว่าแต่เมื่อไหร่จะหยุดหล่อฮึ ริคุ!!!!!!!

★ จะว่าไปแล้ว ความสำคัญของมาเลฟิเซนต์ภาคนี้อยู่ตรงไหนเหรอ เหมือนโผล่มาเซอร์วิสเฉยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรกับเรื่องเลย….. แบบนี้ภาคหน้าป้าต้องได้แอร์ไทม์เยอะแล้วนะ!

★ ตอนดูเครดิตเห็นชื่ออุเมะฮาระแล้วตกใจมากว่าโผล่มาตอนไหน?? อุตส่าห์มั่นใจว่าจำเสียงอุเมะจังได้แล้ว ทำไมนึกไม่ออก ชื่อตัวละครก็ไม่คุ้นเลย ที่ไหนได้ ออกมาตอนฉากหลังเครดิตนี่เอง แต่ฉากหลังเครดิตเหมือนจะโยงกับภาคมือถือซึ่งเราไม่ได้เล่น เลยไม่รู้จะตื่นเต้นตกใจดีมั้ยยังไง

★ ส่วนฉากจบลับก็ดูแล้วไม่ได้ตื่นเต้นตกใจอะไรเหมือนกันเพราะงงอยู่ 55555555 รู้แต่ริคุหล่อ และโซระยังอยู่ พอใจละ

★ และนี่คือแบทเทิลรีพอร์ตตอนเล่นจบรอบแรก ↓

★ เห็นคนอื่นเค้าเล่นกันยี่สิบชั่วโมงนิดๆ ก็จบได้ละ เราปาไปสี่สิบกว่า หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการขับเรือโลกไพเรท ขับกุมิชิป วิ่งหาสัญลักษณ์มิกกี้ และตระเวนเซลฟี่ 55555555555

โดยสรุปแล้วเราสนุกกับภาคนี้มากกกกกกกกกกกกก ทั้งในแง่ระบบและเนื้อเรื่อง ถึงจะยังมีจุดที่ไม่เก็ทในเนื้อเรื่องบ้างแต่ก็เป็นเกมที่เล่นแล้วดื่มด่ำมาก อินกับตัวละครไปหมดทุกตัว ตัวละครแฮปปี้เราก็มีความสุข ตัวละครทุกข์เราก็ทรมานใจด้วย หมดน้ำตาไปหลายโอ่ง และถึงแม้ตอนแรกจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีโลกดิสนีย์ที่ชอบมากๆ ในภาคนี้ ชอบโลกในสองภาคแรกมากกว่าเยอะ แต่พอเล่นไปเล่นมาก็ชอบหลายโลกอยู่ เสียดายไม่มีโลกซูโทเปีย นิคคคคคคคคคค

ไม่รู้ว่าภาคหน้าจะมาเมื่อไหร่ ต้องรอต่อไปอีกกี่ปี โซระจะยังเป็นพระเอกอยู่มั้ย จะยังมีโลกดิสนีย์อยู่รึเปล่า แต่เราว่าทุกๆ ภาคที่ผ่านมานี่เชื่อมโยงกันมาดีมาก (แม้หลายๆ อย่างจะเป็นสิ่งที่คิดขึ้นมาทีหลังและมีหลายจุดที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลก็เถอะ) และมาปิดท้ายที่ภาคนี้ได้อย่างหมดจดงดงามจริงๆ ปรบมือให้โนมุระและทีมงานแรงๆ เลย แปะๆๆๆๆๆ ขอบคุณสำหรับเกมดีๆ นะคะ :)

สมาชิกใหม่

ไม่ได้ซื้อเครื่องเกมใหม่มาเกือบห้าปี ตื่นเต้น

ตอนหยิบตัวเครื่องออกมาจากกล่องปลาบปลื้มมาก ลายสวยงามอลังการ ดีเทลละเอียด สวยจนอยากร้องไห้

พอส่งรูปไปอวดเพื่อน เพื่อนถามกลับมาว่า ชามสังคโลกเหรอ จบ