Code:Realize ~祝福の未来~

เพิ่งขุดแฟนดิสก์เกม Code: Realize มาเล่นต่อจนจบแหละ!

**SPOILER ALERT**

 

ความจริงเล่นใกล้จบมานานแล้ว แต่ดองสองรูทสุดท้ายไว้เพราะยังไม่อยากเล่นจบ กลัวจบแล้วใจหาย TvT แต่เดี๋ยวเดือนธันวาปีนี้จะมีแฟนดิสก์ออกมาอีกแผ่น งั้นก็ขุดๆ มาเล่นให้จบก่อนดีกว่า

สองรูทที่ดองไว้คือรูทรวมของแก๊งลูแปง และรูทเดี่ยวของลูแปง ปกติเราชอบเล่นรูทที่อยากเล่นมากที่สุดก่อน แต่เกมนี้ภาคแรกบังคับให้เล่นรูทลูแปงเป็นคนสุดท้ายแล้วเรารู้สึกว่ามันเวิร์ค คราวนี้เราเลยลองเก็บลูแปงไว้เล่นทีหลังสุดแม้เกมจะไม่ได้บังคับก็ตาม

พูดถึงตัวเกมโดยรวมก่อนแล้วกัน ความที่ภาค 祝福の未来 (Shukufuku no Mirai) นี่เป็นแฟนดิสก์ เนื้อหาในรูทหนุ่มๆ แต่ละคนเลยไม่เข้มข้นเท่าภาคหลัก ออกแนวเรื่องราวสวีทหวานแหววต่อจากภาคหลักอีกที เป็นอาฟเตอร์สตอรี่มีไว้ให้ก๊าวใจเล่นๆ

แต่เพราะเหตุนี้แหละมั้ง ตัวเกมเลยใช้วิธีเพิ่มเนื้อเรื่องส่วนอื่นๆ ขึ้นมาเพื่อให้เกมมันดูมีอะไรมากกว่าแฟนดิสก์ธรรมดา คือนอกจากจะมีอาฟเตอร์สตอรี่ของนางเอกกับหนุ่มๆ ห้าคนที่จีบได้ในภาคแรกแล้ว เกมยังเพิ่มรูทคุณโฮล์มส์กับรูทฟินนิสมาให้ด้วย!!!! กรี๊ดดดดดดดดด!!!! เราชอบคุณโฮล์มส์เกมนี้มว๊ากกกกกกกกกกกกก ตอนรู้ว่าจีบได้นี่ดีใจมาก กราบออฟฟิเชียลเยอะมากที่ยังไม่ลืมคุณโฮล์มส์ของเรา ได้ขึ้นปกลิมิเต็ดด้วย ลงของแถมร้านคู่กะลูแปงด้วย ดีงาม ฮรืออออออออออออออ

เนื้อเรื่องในรูทคุณโฮล์มส์กับรูทฟินนิสจะค่อนข้างเป็นเรื่องเป็นราว มีสตอรี่จริงจัง มีตัวละครใหม่ และยาวกว่าของหนุ่มๆ ตัวละครหลักห้าคนอีก นอกจากนั้นยังมีรูทรวมของแก๊งลูแปงกับไซด์สตอรี่ของโดระจังมาให้ด้วย (อันหลังสุดนี่ก็ดีงาม แวมไพร์เดะน้อยโชตะ ซีจีเด็ดทุกรูป แผล่บๆๆ ^q^) ถึงจะเนื้อหาไม่เข้มข้นซับซ้อนซ่อนเงื่อนเท่าภาคหลัก แต่ก็เป็นแฟนดิสก์ที่มีอะไรมาให้เสพเยอะดี

โดยส่วนตัวถ้าไม่นับรูทลูแปงที่แค่ลูแปงออกมาพูดว่าโอโจ้ซามะเราก็จะเป็นลมแล้ว เราชอบรูทคุณโฮล์มส์สุดเลย ทั้งดราม่าทั้งเขิลลลลลล (〃ω〃) อีคุณโฮล์มส์เวลามีความรักโคตรรรรรรนั่ลลั๊กกกกกกกกก ตอนแรกเซ็งนิดนึงที่รูทนี้ลูแปงไม่ค่อยมีบท แต่เล่นไปเล่นมา เวลาคุณโฮล์มส์อยู่กะนางเอกก็โคตรดีอะะะะะ โฮววววววววว แม่คะหนูรักพี่เค้าาาาาาาาาาา (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

แอนี่เวย์ วันนี้ไม่ได้จะมากรี๊ดคุณโฮล์มส์ (เพราะเล่นจบนานแล้ว ลืมไปเยอะ 555555555) ตั้งใจจะมากรี๊ดลูแปง ว่าแล้วก็มากรี๊ดลูแปงดีกว่า

รูทลูแปงในแฟนดิสก์นี่จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากตอนจบภาคหลัก คือภาคหลักจบที่แต่งงานกัน พอมาภาคนี้จะเริ่มจาก….. บนเตียง……..

โอ้โห เริ่มมาก็กัดผ้าเช็ดหน้าอิจฉานางเอกเยอะมาก กรี๊ดดดดด หร่อนเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมานอนเตียงเดียวกับลูแปงของชั้นยะะะะ (เป็นนางเอกไง เป็นเมียลูแปงด้วยไง)

ฉากกะหนุงกะหนิงบนเตียงยามเช้านี่เป็นช่วงไม่กี่วันต่อมาหลังจากแต่งงานกันแล้ว นางเอกบ่นๆ ว่าถ้าอยากนอนด้วยกันทำไมไม่ย้ายมานอนห้องเดียวกันแต่แรก คือแต่งงานกันแล้วก็ยังแยกห้องนอนกันอยู่ ลูแปงเลยบอกว่า จอมโจรอย่างฉันชอบย่องมาหาตอนดึกๆ ทีหลังมากกว่านะ (…อย่างงี้ก็มีด้วย เทคนิคเพิ่มความเร้าใจในชีวิตคู่เหรอ!!??)

หลังจากนั้นนางเอกก็มาครุ่นคิดตามลำพังว่า เอ๊ะ ทำไมลูแปงชอบทำให้เราใจเต้นโครมครามอยู่ฝ่ายเดียวนะ แต่ลูแปงดูไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เวลาสวีทกันก็ดูชิลๆ เฉยๆ ไม่เคยมีทีท่าเขินอาย อยากแก้แค้นให้ลูแปงเขินหน้าแดงมั่งจัง! ฉันจะต้องขโมยหัวใจของลูแปงมาให้ได้เล้ย!! โอ๊ยยยยยย ฟีลลิ่งเด็กประถม จิบิมารุโกะจังสุดดดดด แต่นางเอกเกมนี้มีความเด็กน้อยอยู่แล้ว จะว่ารับได้ก็รับได้ ตลกดี 555555555

ด้วยความที่นางเอกเป็นคนซื่อๆ ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนๆ ตามตรง พอไปปรึกษาคุณหมอฟราน ฟรานก็เอาไปปรึกษาเฮียแวนเฮลซิ่งกับโดระจังต่อ ไปๆ มาๆ ก็ได้ข้อสรุปว่า ต้องทำให้ลูแปงกับนางเอกตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเพื่อให้รักกันมากขึ้น!!

ว่าแล้วคืนนั้นเฮียแวนก็พาหมอฟรานใส่หน้ากากแต่งตัวเป็นคนร้ายบุกมาทำร้ายลูแปงที่คฤหาสน์โดยมีโดระจังตามมาแอบดูด้วย แต่สู้กันไปแป๊บเดียวลูแปงก็จับได้ทันทีว่าเป็นเฮียแวนกับหมอฟราน (แหงสิ เฮียพูดคำเดียวก็โคตรรรรสุวาเบะซังแล้ว ใครได้ยินก็จับได้หมดแหละ ……ยกเว้นนางเอกนะ)

ชอบตอนลูแปงแซวเฮียแวนก่อนถอดหน้ากากว่าวันนี้ช็อตกันคู่ใจไปไหนล่ะ เฮียเลยตกใจว่า อ้าว!! ความแตกแล้วเรอะ!! แต่พอแผนแตกแล้วเฮียก็ยังกระหยิ่มยิ้มย่อง ภูมิใจว่าแผนของตัวเองทำให้สามีภรรยาเค้ารักกันมากขึ้น สุดท้ายเลยโดนลูแปงเทศนาชุดใหญ่ ตล๊กกกกก รูทนี้เฮียแวนน่ารักมากกกกกกกกกกก (แต่เฮียในรูทตัวเองโคตรงี่เง่า เล่นแล้วโมโห 555555555555)

สรุปว่าแผนการของเฮียแวน หมอฟราน และโดระจังก็ไม่สำเร็จ นางเอกเลยไปบ่นๆ ให้อิมเปย์กับแซงต์ฟังต่อ สองคนนี้เลยคิดแผนชวนนางเอกไปเดทเพื่อให้ลูแปงหึงขึ้นมา พอได้แผนแล้วนางเอกก็กลับเข้าบ้านไปหยิบกระเป๋า ทำท่าจะออกไปข้างนอก ลูแปงเห็นแล้วก็ยิ้มร่าบอกว่าจะออกไปข้างนอกเหรอ ไปด้วย แต่โดนนางเอกปฏิเสธแล้วบอกว่าจะไปเดท! ลูแปงเลยช็อกมาก แต่ก็สะกดรอยตามมาตามแผนของนางเอก

นางเอกมาเดทกับอิมเปย์กับแซงต์ข้างนอกทั้งๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าแผนนี้มันจะได้ผลจริงๆ เหรอ จะทำให้ลูแปงหึงได้จริงๆ เหรอ …ตัดภาพมาทางลูแปงที่แอบดูอยู่ห่างๆ โอ้ยยย หึงหน้ามืด หัวร้อนไปหมด เห็นอิมเปย์แตะไหล่นางเอกก็บ่น เห็นแซงต์คุยกับนางเอกแล้วหน้าใกล้เกินก็บ่น น่ารักกกกกกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

อิมเปย์กับแซงต์บอกว่าแผนเดทนี่ทำไปเพื่อช่วยนางเอก แต่เราว่าสองคนนี้คงสนุกกับการแกล้งลูแปงมากกว่า ไม่ได้อยากช่วยนางเอกอะไรขนาดนั้นหรอก 5555555555

ฉากเดทน่ารักตรงที่คอยตัดภาพให้เห็นปฏิกิริยาลูแปงตลอด ชอบตอนที่ลูแปงเห็นนางเอกไปนั่งหัวเราะคิกคักกับอีกสองหนุ่มในคาเฟ่ สองหนุ่มก็สุดจะรู้งาน ทำตัวอี๋อ๋อกับนางเอกเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น แซงต์เห็นครีมเลอะแก้มนางเอกก็ช่วยปาดออกให้ ร้ายกาจมาก 555555555 ลูแปงเลยได้แต่นั่งกอดหมาจ๋อยๆ หงอยๆ คอยพูดตัดพ้อต่อว่าให้หมาฟัง พอเห็นภาพทิ่มแทงตาก็เผลอโมโหจนหมาร้องเอ๋งขึ้นมา


สักพักนางเอกก็บอกว่าคราวหน้าอยากมาคาเฟ่นี้กับลูแปงจังเลย ถ้ามากับลูแปงต้องสนุกมาก ฉันรักลูแปงจังเลย ชมลูแปงสารพัดสารพัน อวดสามีให้สองหนุ่มฟังเป็นวรรคเป็นเวร คราวนี้ลูแปงที่แอบฟังอยู่เลยเขิลลลลลลลลจนต้องซุกหน้ากับหมา โอ๊ยยยยย พ่อคุ๊ณณณณณณณณ น่ารักไปไหน๊ ฮรือออออออออออออออ

สุดท้ายพอได้ยินนางเอกบอกว่าอยากแก้แค้นให้ลูแปงใจเต้นกับตัวเอง อยากขโมยหัวใจลูแปง! ลูแปงเลยทนฟังเฉยๆ ไม่ได้ อยากโผล่ไปหาเดี๋ยวนี้ ว่าแล้วก็โผล่ไปทักนางเอก อีกสองหนุ่มผู้สุดแสนรู้งานเลยปล่อยให้ลูแปงกับนางเอกไปเดินเล่นกันต่อสองต่อสอง (อยากให้เฮียแวนมาเรียนรู้จากสองคนนี้มั่ง ไม่ใช่จู่ๆ ก็ไปบุกทำร้ายเค้าแบบเด๋อๆ แถมความแตกทันทีทันใดอีก)

ลูแปงกับนางเอกเดินเล่นด้วยกันจนเย็น แล้วลูแปงก็ช่วยแก้ความเข้าใจผิดให้นางเอกว่าที่เธอเห็นฉันท่าทางเฉยๆ เวลาอยู่ด้วยกันเป็นเพราะฉันพยายามเก๊กนะ ที่จริงฉันใจเต้นตึกตักตลอดนั่นแหละ

หว่ายยยยย หมดกันมาดสุภาพบุรุษจอมโจร กลายเป็นหนุ่มน้อยคิวท์ๆ เขินผู้หญิงจนหน้าแดง งุ้ยยยยยยยยยย สุดคิวททททททททททท์ (////ー////)

และลูแปงก็ได้กล่าวว่า เธอจะขโมยหัวใจของฉันได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของฉันเป็นของเธอไปตั้งนานแล้ว โอ้ย จย้าาาาาาาา

นอกเรื่อง ก่อนหน้านี้ไปโฆษณาใส่เพื่อนเยอะมากว่าเกมนี้บทดี เนื้อเรื่องดี เพลงเพราะ ภาพสวย ผู้ชายอร่อย แต่เพื่อนบอกว่าบทพูดลูแปงมันเชยๆ เลี่ยนๆ ยังไงไม่รู้ ตอนนั้นเราปกป้องลูแปงเยอะมาก แต่เจอประโยคขโมยหัวใจเข้าไปนี่ไม่รู้จะช่วยแก้ตัวให้ยังไงเหมือนกัน สงสัยคราวหน้าต้องใช้คุณโฮล์มส์เป็นจุดขายแทน…….

หลังจากปรับความเข้าใจได้แล้วก็ยังมีเนื้อเรื่องต่ออีกหน่อย คราวนี้คนละฟีลกับครึ่งแรก เปลี่ยนมาเป็นดราม่าเรื่องพ่อนางเอกแทน เนื้อเรื่องตรงนี้จะเชื่อมต่อมาจากภาคหลักอีกที คือนางเอกฝันเห็นพ่อแล้วไม่แน่ใจว่าสรุปพ่อที่ตายไปแล้วเนี่ยรักลูก รักครอบครัวจริงๆ รึเปล่า ลูแปงเลยอาสาช่วยไปติดต่อควีนวิคตอเรีย ขอเข้าห้องสมุดในวังที่เก็บบันทึกของพ่อนางเอกเอาไว้ นางเอกเลยได้เข้าไปอ่านบันทึกและเจอส่วนที่พ่อเขียนถึงครอบครัวเอาไว้เยอะแยะมากมาย จึงได้รู้ว่าพ่อรักครอบครัวและลูกจริงๆ นะ จบ

เนี่ย จบแล้ว รูทลูแปงในแฟนดิสก์มีแค่นี้แหละ สั้นมากกกกกกกก เล่นแป๊บๆ ประมาณสองชั่วโมงกว่าก็จบแล้ว รูทอีกสี่หนุ่มตัวละครหลักก็สั้นประมาณนี้ ส่วนรูทคุณโฮล์มส์กับฟินนิสจะยาวหน่อย แต่รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เก็บลูแปงไว้หลังสุด เพราะตอนจบของรูทนี้จะพูดถึงแต่ละคนสั้นๆ ด้วย เราว่าเป็นรูทที่จบสวยสุดละ

ถึงรูทแต่ละคนจะสั้นนิดเดียว แต่เราชอบแฟนดิสก์แผ่นนี้มากเลย (≧д≦)(≧д≦) ทุกคนน่ารักมากกกกกกกกกกก จากที่ภาคหลักมัวแต่ดราม่าจนไม่มีเวลาหวาน ภาคนี้หวานหยดย้อยกันทุกคน ….ยกเว้นเฮียแวน 55555555555 คือเฮียแวนก็หวานฉ่ำน้ำตาลพุ่งปรี๊ดแหละ แต่เฮียแอบงี่เง่าอะะะะะ ไม่คิดว่าจะเป็นคนซื่อบื้อเรื่องความรักขนาดนี้ แต่ถามว่าชอบเฮียมั้ย ตอบเลยว่า ชอบ!!!

ก็เฮียแวนเค้าหล่อขนาดนี้ ไม่ชอบได้ไงอ้ะะะะะะะะะะะะ

อันนี้เป็นซีจีจากรูทรวมแก๊งลูแปง เป็นตอนที่ทุกคนใส่ชุดมาเฟียไปร่วมงานปาร์ตี้กับเหล่ามาเฟีย (มาเฟียสตีมพังค์เค้าใส่ชุดเท่กันดีจัง!!!) แม้เรื่องนี้เราจะชอบลูแปงเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีวันสั่นคลอน (โอเค ยอมรับว่าบางทีคุณโฮล์มส์ก็แอบมาเลื่อยขาเก้าอี้เบาๆ) แต่ชุดมาเฟียนี่เฮียแวนใส่ขึ้นสุดเลย กรีดร้องหนักมากกกกกกกก♥♥

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอกรี๊ดอีกคน โดระจัง!! ชอบไซด์สตอรี่ของโดระจังมาก น่าร๊ากกกกกกก ตอนสุดท้ายมีโดระจังตอนโตให้ดูด้วย กลายเป็นหนุ่มผมทองสุดแซ่บไปอีกคน

อย่างไรก็ตาม…….

ป้าชอบตอนเด็กมากกว่านะลูก ไม่ต้องโตก็ได้นะ (^q^)

สุดท้าย ตอนนี้ลุ้นอยู่ว่าแฟนดิสก์อีกแผ่นที่จะออกช่วงคริสต์มาสมีอาฟเตอร์สตอรี่ของคุณโฮล์มส์มั้ย มีของฟินนิสก็ต้องมีของคุณโฮล์มส์ด้วยสิใช่มั้ย!! ใช่มั้ยยยยยย!!! ขอของแถมร้านแบบลูแปงคู่คุณโฮล์มส์อีกจะเป็นพระคุณ กราบบบบบบบ

Advertisements

Kyoto: Arashiyama & Ryoanji & Ninnaji and so on

เนื่องจากวันนี้ไปเที่ยวเกียวโตมา แล้วเพิ่งคิดได้ว่า เออ ไม่ได้เขียนเรื่องเที่ยวแบบไม่ติ่งมานานแล้วนะ ไหนๆ วันนี้ก็ค่อนข้างชอบสถานที่ที่ไป ขอเขียนเก็บไว้เป็นไดอารี่หน่อยแล้วกัน

เหตุที่จู่ๆ ไปเกียวโตโดยที่ไม่ใช่การไปติ่งคือเพื่อน (ประวัติเพื่อนคือ: ติ่งอาราชิ) บอกว่าอยากไปอาราชิยามะ ก็โอเค ไปอาราชิยามะกัน แต่ถ่อไปถึงเกียวโตทั้งที ไปอาราชิยามะอย่างเดียวก็เศร้าไป เลยลองเสิร์ชหาที่เที่ยวในเกียวโตที่อื่นๆ ที่ไม่เคยไป แล้วก็พบว่าเกียวโตนั้นมีแต่… วัดและศาลเจ้า…. อ่านรายละเอียดแต่ละวัดแล้วก็ไม่รู้ว่าควรไปวัดไหนเพราะไม่ได้สนใจที่ไหนเป็นพิเศษ (จริงๆ อยากไปคัตสึระริคิว แต่มันปิด โฮ) สุดท้ายเลยเล็งเรียวอันจิเอาไว้เพราะมันนั่งรถรางจากอาราชิยามะไปได้แบบไม่ไกลมาก กะว่าออกจากวัดแล้วก็นั่งบัสกลับเข้าเมืองมาเดินเล่นอีกนิดหน่อย จบ วางแผนเที่ยวได้คร่าวๆ แล้วก็มุ่งหน้าไปอาราชิยามะกันโลด!

การนั่งรถไฟไปอาราชิยามะนั้นไปได้หลายทาง ความที่เราใช้ชีวิตอยู่แถวสายฮันคิวก็เลยนั่งฮันคิวไป ถ้าลงสถานีฮันคิวอาราชิยามะจะต้องเดินนิดนึงกว่าจะถึงแหล่งท่องเที่ยว เดินไปสักพักก็จะเจอสะพานโทเก็ตสึ (渡月橋) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำคัตสึระ

ความสำคัญของสะพานนี้คือ ปรากฏอยู่ในเพลง 渡月橋 〜君想ふ〜 ของคุรากิไม ซึ่งเป็นเพลงประกอบโคนันมูฟวี่ภาคที่ 21!! (ไหนบอกวันนี้มาเที่ยวแบบไม่ติ่ง…)

แต่เอาจริงๆ มันเป็นสะพานที่หน้าตาธรรมดามาก… เรามาอาราชิยามะหลายรอบแล้วไม่เคยซาบซึ้งกับสะพานนี้เลยทั้งๆ ที่เป็นสะพานที่ดังมาก มีรอบนี้ที่มาหลังจากดูโคนันและฟังเพลงของคุรากิไมไปเป็นร้อยรอบแล้วค่อยเริ่มอินกับสะพานมากขึ้นนิดนึง แม้ว่าสะพานมันก็หน้าตาเหมือนเดิมแหละ

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเฉยๆ กับตัวสะพาน แต่เราชอบบรรยากาศริมฝั่งแถวๆ สะพานนะ มีคนมาเดินเล่นทำกิจกรรมโน่นนี่กันเยอะแยะดี บรรยากาศชิลๆ เหมาะกับการหาน้ำหาขนมมานั่งกินเล่น

เลยสะพานไปจะเจอด่านอรหันต์ซึ่งก็คือร้านค้า ร้านอาหารและร้านขนมจำนวนมากที่ตั้งเรียงรายตลอดทาง ถ้าหิวๆ มาคือหน้ามืดเดินเข้าทุกร้านแน่นอน เดินๆ ไปอีกสักพักจะเจอวัดเท็นริวจิ เป็นวัดมรดกโลกที่เก็บค่าเข้าชม ซึ่งเราไม่ได้เข้า ไปเดินดูด้านหน้าวัดอย่างเดียวก็พอใจแล้ว (จริงๆ คืองก)

เดินผ่านวัดมาอีกไม่ไกลก็ถึงไฮไลท์ของอาราชิยามะ ซึ่งก็คือป่าไผ่นั่นเอง!!

มาที่นี่กี่รอบก็คนเยอะมากกกกกกทุกรอบ นี่ขนาดตอนนี้เป็นปลายๆ หน้าร้อนซึ่งไม่ใช่ฤดูที่คนมาเที่ยวเกียวโตกันเยอะๆ นะ ไม่อยากจินตนาการว่าถ้ามาช่วงใบไม้ร่วงที่เป็นช่วงพีคจะหนาแน่นขนาดไหน แต่ป่าไผ่ที่นี่ก็สวยจริงๆ ชอบบบบบบ (≧ω≦)

ตอนก่อนเข้าป่าไผ่เห็นนักท่องเที่ยวยืนทายากันยุงด้วย แต่เดินเข้าไปจริงๆ ไม่มียุงเลยสักตัว…

ลัดเลาะป่าไผ่ไปเรื่อยๆ จะเจอทางแยก ทางนึงไปขึ้นรถไฟสายซากาโนะสำหรับนั่งชมวิวเลียบภูเขาและแม่น้ำ ส่วนอีกทางเป็นเส้นทางตัดผ่านภูเขากลับไปที่แม่น้ำแถวๆ สะพานโทเก็ตสึ ซึ่งการจะนั่งรถไฟนั้นต้องเสียตังค์ และฤดูนี้มันก็ไม่มีวิวอะไรให้ชมนอกจากใบไม้เขียวๆ (ปกติทางรถไฟสายนี้ฮิตมากช่วงใบไม้ร่วง) เราเลยไปเดินเล่นบนภูเขาดีกว่า

แต่ทางบนภูเขาก็ไม่มีอะไร (สรุปจะไม่มีที่ไหนมีอะไรเลยใช่มั้ย) คือเป็นทางชมธรรมชาติ มีต้นไม้เขียวๆ ร่มรื่นตลอดทาง ไม่มีไฮไลท์อะไรเป็นพิเศษ (จริงๆ มีจุดชมวิวที่มองลงไปเห็นแม่น้ำโฮซึ แต่วิวหน้าร้อนก็ธรรมดานะ) ถ้าอยากมาดูป่าไผ่แต่ขี้เกียจเดินเยอะควรเดินย้อนกลับไปทางเดิม แต่ถ้าอยากออกกำลังกายและสูดความเขียวชอุ่มให้เต็มปอดก็มาทางนี้แหละ ถูกต้องแล้ว

เดินไปจนสุดเส้นทางเดินเขาแล้วจะกลับมาแถวริมแม่น้ำซึ่งเดินตรงไปเรื่อยๆ จะกลับไปที่สะพานโทเก็ตสึ ริมแม่น้ำแถวนี้จะสงบเงียบกว่าแถวริมสะพานหน่อย มีร้านค้าให้ซื้อขนมและกาแฟกินได้ มีร้านกาแฟที่ดูชิคๆ หนึ่งร้านซึ่งมีคนต่อแถวเยอะมาก คาดว่าคงเป็นร้านดังเพราะทุกคนซื้อเสร็จแล้วตั้งอกตั้งใจถ่ายรูปแก้วกันใหญ่โต

ตอนแรกเห็นร้านกาแฟคิวยาวก็สนอกสนใจอยากลองมั่ง แต่จุดนั้นต้องการกินของคาวมากกว่าเพราะเดินเขามาเป็นชั่วโมง เหนื่อย หมดแรง สุดท้ายเลยไปฟาดอุด้งในร้านโลคอลร้านนึงแล้วตบด้วยเจลาโต้ร้านหน้าสะพาน ชื่อร้านชิมปาจิ เป็นร้านที่เพื่อนเสิร์ชกูเกิ้ลเจอตอนนั่งรถไฟมาอาราชิยามะ ซึ่งในเว็บของร้านบอกว่าเคยได้ที่สามในการประกวดเจลาโต้ที่อิตาลีด้วย ว้าววว ฟังดูดี มีเครดิต!!

เจลาโต้ร้านนี้มีทั้งรสเบสิกๆ จำพวกรสนม ช็อกโกแลต ไปจนถึงรสชื่อประหลาดๆ อย่าง รสท้องฟ้า (จริงๆ คือรสโซดาป๊อป) รสอาราชิยามะ (จริงๆ คือชาเขียวผสมอะไรสักอย่าง) รสที่เราซื้อมาคือรสท้องฟ้า ผสมรสซากุระโมจิ

รสท้องฟ้าอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) ตอนแรกไม่ค่อยศรัทธาเพราะนึกว่าเค้าตั้งชื่อรสแปลกๆ ให้คนสนใจจะได้ขายออก แบบเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ปรากฏว่าอร่อยเกินคาด ชอบมาก!! ส่วนรสซากุระโมจิรู้สึกไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่

กินเจลาโต้เสร็จก็เดินไปขึ้นรันเด็น (嵐電) เป็นรถรางเล็กๆ น่ารัก ค่ารถเที่ยวละ 220 เยนตลอดสายไม่ว่าจะลงที่ไหนก็ตาม

ที่สถานีรถรางมีป้ายรีลัคคุมะคอลลาโบะอะไรสักอย่างกับเกียวโตด้วย รีลัคคุมะใส่ชุดชินเซ็น นั่ลลั๊กกกกกกกกกกก♥♥

เรานั่งรถรางไปลงสถานีเรียวอันจิ สถานีเล็กมากกกกกก แทบไม่มีคนลงเลยทั้งๆ ที่บนรถรางก็มีคนเต็มไปหมด ประหลาดใจมากเพราะนึกว่าเรียวอันจิเป็นวัดสุดฮิตชื่อดังที่คนมาเที่ยวกันเยอะแยะ แต่ตอนเดินไปวัดนี่แทบไม่มีคนบนถนนเลยด้วยซ้ำ สงสัยเพราะวิธีเดินทางยุ่งยากกว่าวัดอื่นคนเลยไม่ค่อยมากันมั้ง

วัดเรียวอันจิเก็บค่าเข้าคนละห้าร้อยเยน ไฮไลท์ของวัดนี้คือสวนหินนิกายเซน เป็นสวนที่มีหิน 15 ก้อน แต่เท่าที่เปิดอ่านเว็บตอนนั่งอยู่หน้าสวน (ไม่มีการหาข้อมูลล่วงหน้าใดๆ…) ในเว็บบอกว่าไม่ว่ายังไงก็จะนับหินได้ 14 ก้อนเท่านั้น ต้องเป็นคนที่บรรลุอะไรสักอย่างถึงจะนับได้ 15 ก้อน ซึ่งเรานับได้ 14 เลยสงสัยว่าคนแรกที่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันมี 15 ก้อนนี่เป็นใคร รู้ได้ไง ก้อนที่ 15 มีจริงมั้ย แต่ก็สงสัยแบบไม่จริงจังมาก ไม่ได้คิดจะหาคำตอบต่อ คาดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีวันบรรลุสัจธรรมจนมองเห็นก้อนที่ 15 แน่นอน

ความจริงแล้วสิ่งที่คิดระหว่างนั่งมองสวนหินไปสักพักคือ เอ๊ะ!! ที่นี่ใช่ฉากสวนหินในคัตสึเกคิโทเค็นรัมบุรึเปล่านะ!!!!!???? แต่เสิร์ชหาแล้วพบว่าไม่ใช่ จบเลย ความกระตือรือร้นหล่นวูบ

นอกจากสวนหินแล้ววัดนี้ยังมีมุมโน้นมุมนี้ให้เดินเล่นชมนกชมไม้มากมาย คนไม่พลุกพล่านเหมือนวัดฮิตๆ ในเมืองด้วย ดื่มด่ำกับความร่มรื่นได้อย่างสบายใจ เป็นอีกสถานที่ที่คิดว่าฤดูใบไม้ร่วงคงสวยมาก แต่มาหน้าร้อนก็เขียวชอุ่ม เดินสบาย ไม่ได้รู้สึกว่ามาผิดฤดูแต่อย่างใด

ออกจากวัดนี้ก็เดินไปดูแผนที่ตรงป้ายรถเมล์ตรงข้ามวัดว่าในละแวกใกล้เคียงมีวัดอะไรให้เราเดินไปดูอีก (เป็นการท่องเที่ยวที่แรนด้อมสุดๆ) พอเพื่อนเห็นคำว่าวัดนินนาจิอยู่ในป้ายก็กรี๊ดขึ้นมาแล้วบอกว่า เฮ้ย!! อยากไปวัดนี้!! เพราะเป็นวัดที่ถ่ายหนังเรื่องโอโอคุ (大奥) ที่นิโนะเล่น!! เอ้าาาาา งั้นก็ไปสิคะจะรออะไร

วัดนินนาจิอยู่ห่างจากเรียวอันจิไม่ไกลมาก เดินประมาณสิบกว่านาทีมั้ง เราเดินตามป้ายไปแบบงงๆ ไปโผล่ตรงประตูทิศตะวันออกของวัด ซึ่งมองผ่านประตูเข้าไปแล้วไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงต้นไม้และความเวิ้งว้าง

ยืนลังเลกันอยู่พักใหญ่ว่าจะจ่ายห้าร้อยเยนเป็นค่าเข้าวัดดีมั้ย กูเกิ้ลกันหน้าประตูวัดเพื่อหาว่าวัดนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง หาไปหามาก็คุยกันว่านี่เรามายืนถึงหน้าประตูวัดแล้วนะ เข้าๆ ไปเถอะ ว่าแล้วก็จ่ายคนละห้าร้อยกันแบบงงๆ (สาเหตุหนึ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายคงเป็นเพราะนิโนะเคยมาถ่ายหนังที่นี่)

เข้าไปในวัดแล้วก็ยังคงเดินดูกันแบบงงๆ คือเราเพิ่งรู้จักวัดนี้จากบนแผนที่เมื่อสิบกว่านาทีก่อนเลยไม่รู้จะไปทางไหนยังไงก่อนดี ไฮไลท์คืออะไรไม่รู้เลย พอเดินไปเจอประตูใหญ่ๆ ก็ไปสำรวจประตูกันก่อน และพบว่ามันคือทางออก ตึงงงงง เอ้า ถอยกลับเข้าวัดมาก่อนนนนน

ฝั่งตรงข้ามกับประตูใหญ่แบบไกลลิบๆ (วัดนี้อาณาบริเวณกว้างขวางมากกกกกก) มีประตูสีชมพูอีกบาน

เห็นแล้วก็เดินมาทะลุประตูนี้แทน เข้ามาเจอเจดีย์ห้าชั้นสุดอลังการ และอาคารอะไรสักอย่างที่ปิดซ่อมอยู่ และสิ่งก่อสร้างสีแดงสวยสดงดงามที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร (สรุปไม่รู้อะไรเลยนอกจากนิโนะเคยมาที่นี่)

ทัศนาโซนหลังประตูสีชมพูเสร็จแล้วก็วกกลับมาตรงประตูใหญ่อีกครั้ง ด้านข้างประตูใหญ่จะมีทางเข้าเล็กๆ อยู่ เป็นทางเข้าไปโกะเท็น (御殿) เป็นอาคารญี่ปุ่นโบราณสุดกว้างขวาง มีสวนญี่ปุ่น มีทางเดินไม้ เราชอบที่นี่มาก!! (ชอบแบบไม่เกี่ยวกับการติ่งนิโนะแต่อย่างใด เพราะถึงจะเคยดูหนังเรื่องนี้แต่เราก็จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากคอสตูมกรุยกรายและตอนจบ) เป็นวัดที่รู้สึกว่าห้าร้อยเยนคุ้มค่าคุ้มราคา และตรงนี้แหละที่เป็นฉากถ่ายหนังเรื่องโอโอคุ!!

วัดนี้คนบางตายิ่งกว่าเรียวอันจิ แต่อาจเป็นเพราะเราไปตอนวัดใกล้ปิดแล้วก็ได้ วัดปิดห้าโมง กว่าเราจะเข้าไปตรงโกะเท็นก็สี่โมงกว่าๆ แล้ว เดินวนไปวนมาอยู่ในนั้นกันพักใหญ่ (เพื่อนเราดื่มด่ำกับที่นี่มาก พูดด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับว่านิโนะเคยมายืนตรงนี้) เป็นวัดที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อกี้แต่ชื่นชอบมาก รู้สึกมีอะไรให้ดูเยอะดี

ออกจากวัดนี้ก็นั่งรถบัสหน้าวัดกลับเข้าไปลงที่คาวาระมาจิ แล้วเดินไปกินชาเขียวร้านสึจิริ (辻利) ตรงแถวๆ เกือบถึงกิอง ร้านนี้ก็เหมือนร้านชาเขียวอื่นๆ คือมีเมนูชาเขียวมากมายหลายอย่างให้เลือกสรร ทั้งขนมไส้ชาเขียว น้ำชาเขียว ไอศกรีมชาเขียว ฯลฯ เราสั่งชาเขียวปั่นมากินแล้วพบว่าวิปครีมอร่อยมาก (*´ω`*)

กินเสร็จก็ไปเดินย่อยอาหารที่กิอง กิองตอนกลางคืนสวยนะ แต่คนก็เยอะมาก…. อันที่จริงในเมืองเกียวโตนี่เดินไปทางไหนก็คนเยอะแหละ ทำใจ 5555555

เดินไปเดินมา เพื่อนเจอร้านขนมร้านนึงแล้วกรี๊ดมาก ชื่อร้านอุชิวากะมารุ เพื่อนบอกว่าเป็นร้านที่โอจัง (=โอโนะซาโตชิ วงอาราชิ) เคยมาถ่ายรายการ!!! ว่าแล้วเพื่อนก็พุ่งเข้าไปซื้อชูครีมมาสองชิ้นอย่างรวดเร็ว

แม้วันนี้จะมาเที่ยวแบบไม่ติ่ง แต่ถ้าใจจะติ่ง คนเราก็ติ่งได้ตลอดเวลาจริงๆ 555555555

และแล้ววันเดย์ทริปคราวนี้ก็จบลงที่ร้านเนื้อย่าง เพราะตอนเดินผ่านกิองมีร้านสเต็กร้านนึงส่งกลิ่นเย้ายวนใจมากกกกกกกกกกก แต่สเต็กแถวกิองราคาเกินเอื้อมไปหน่อย (มีร้านนึงจานละเป็นหมื่นเยน เอื๊อกกกกก กินแล้วคงไม่กล้าขับถ่ายของเสียไปอีกเจ็ดวัน) ติ่งผู้ยากไร้อย่างพวกเราจึงซมซานเดินหากิวคาคุซึ่งเป็นร้านเนื้อย่างที่ราคาเอื้อมถึงและมีบุฟเฟ่ต์ให้กิน ก่อนจะเจอกิวคาคุสาขานึงอยู่ใกล้ๆ สถานีฮันคิวคาวาระมาจิเลยจ้าาา สวรรค์มาโปรดดดดด

ข้อสรุปที่ได้จากทริปวันนี้คือ

  • เกียวโตช่วงปลายหน้าร้อนก็ดีนะ
  • ไว้จะลองมาช่วงใบไม้ร่วงบ้าง
  • เนื้อย่างเยียวยาได้ทุกความเหนื่อยล้า

金色のコルダ 星奏学院祭 6

เมื่อวันก่อนไปเซย์โซกักคุอินไซ 6 มาแหละ!

ปีนี้จัดที่ Pacifico Yokohama เหมือนเดิม สมัครตั๋วเกรด SS เหมือนเดิม ได้ไปแค่รอบเดียวเหมือนเดิม จริงๆ แล้วสมัครไปสามรอบจากทั้งหมดสี่รอบ แต่ได้มาแค่รอบเย็นวันเสาร์ซึ่งเป็นรอบที่อยากได้มากที่สุด ก็ถือว่าโอเคแหละ แม้จะเสียดายรอบสุดท้ายก็ตาม T_T

สิ่งที่เสียดายมากๆ คือปีนี้คุณมิยาโนะมาโมรุไม่มาเลยสักรอบ ฮืออออ เมนอันดับหนึ่งในคอร์ด้าของเราคือคาจิคุง แต่ในเมื่อคนพากย์เมนอันดับหนึ่งไม่มา งานนี้เราไปกรี๊ดคนที่ชอบมากที่สุดในคอร์ด้า 3 แทนก็ได้ พี่โทโนะะะะ♥

ตอนแรกตั้งใจจะเขียนจดหมายไปให้มาเอโนะด้วย แต่พอใกล้ๆ วันก็ขี้เกียจ… สุดท้ายเลยเตรียมของขวัญกับจดหมายไปให้ทาเคอุจิคุงคนเดียว (อีกแล้ว) แต่คราวนี้ไม่ได้ให้ของกินแล้วนะ 5555555 งานนี้เลือกให้น้องก่อนเพราะใกล้วันเกิดน้องเลยอยากเขียนจดหมายแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ส่วนของให้มาเอโนะเอาไว้งานหน้านะคะ

อีเวนท์นี้ไม่เหมือนอีเวนท์อื่นๆ อย่างนึงคือปกติอีเวนท์ส่วนใหญ่เค้าจะมีกล่องเขียนชื่อนักพากย์วางตรงทางเข้า ใครเอาของอะไรมาให้ก็แค่ไปหย่อนไว้ แต่อีเวนท์นี้จะมีสต๊าฟคอยเฝ้าโต๊ะรับของขวัญ เวลาจะฝากต้องบอกสต๊าฟว่าจะฝากให้ใคร ตอนยื่นของให้สต๊าฟแล้วบอกว่า ฝากให้ทาเคอุจิซังหน่อยค่ะ ก็เขินนิดๆ บอกไม่ถูก//// (ไม่รู้จะเขินทำไม ไม่ได้ยื่นให้เจ้าตัวโดยตรงซะหน่อย…….)

ฝากของให้ทาเคอุจิคุงเสร็จก็เดินเสพบรรยากาศหน้างาน ถ่ายรูปโน่นนี่นั่น เดินดูดอกม้งดอกไม้ไปเรื่อยเปื่อย ดอกไม้หน้างานเยอะมาก หลากหลายขนาดหลายสไตล์ เดินดูไปเรื่อยๆ ก็เพลินดี (*´∀`*)

พอเข้าไปด้านในก็จะเจอโซนขายของ ตอนแรกว่าจะมาแบบยากไร้ ไม่ซื้ออะไรติดมือกลับไปด้วย แต่พอไปเดินวนดูของเล่นๆ แล้วเห็นหน้าเคนนุในแพมเฟลตก็หน้ามืดตามัวหยิบแพมเฟลตมาพร้อมกับพวงกุญแจคาจิคุงสองอัน… ซึ่งมีอันนึงซื้อซ้ำกับปีที่แล้ว ฮ่วยยย 555555555 แต่ไปอีเวนท์คอร์ด้าทีไรต้องซื้อกู๊ดส์คาจิคุงติดมาด้วยทุกที กลายเป็นธรรมเนียมส่วนบุคคลไปแล้ว

ซื้อของเสร็จแล้วยังมีเวลาเหลืออีกเยอะแยะก่อนงานเริ่มก็เลยไปเดินเล่นรอบๆ แปซิฟิโค่หนึ่งรอบ ชอบบรรยากาศแถวนั้นจังเลย ชอบมินาโตะมิไรจังเลยยย (≧∀≦) เสียดายคราวนี้มีเวลาไม่มากเลยไม่ได้แวะไปที่อื่นๆ แถวนั้น ฮืออออ

เดินเล่นเสร็จกลับมาหน้างานอีกทีตอนห้าโมงครึ่ง คราวนี้ในฮอลล์มีคนมารอเข้างานเต็มไปหมด แต่เพราะมีทางเข้าหลายทางแบ่งไปตามโซนที่นั่งก็เลยใช้เวลารอเข้าฮอลล์ไม่นาน ปีนี้ที่นั่งเราอยู่แถว 28 ซึ่งจะว่าใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล คือมันไม่ถึงขั้นใกล้จนน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนที่นั่งปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ถึงขั้นไกลจนต้องมองแต่จอบนเวทีอย่างเดียว และไม่รู้ทำไมได้ที่นั่งติดทางเดินอีกแล้ว เป็นคนมีดวงนั่งติดทางเดินตลอด แทบจะทุกอีเวนท์เลยมั้งเนี่ย 55555555

รอบที่เราไปนี่เป็นรอบที่ feat. คอร์ด้า 3 ซึ่งขอสารภาพว่าเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอบนี้มีใครมามั่ง รู้แต่เคนนุมา มาเอโนะมา ทาเคอุจิคุงมา มิยาโนะมาโมรุไม่มา จำได้แค่นี้…… แต่พอเข้าไปนั่งแล้วเสียงทักทายก่อนเริ่มเป็นเสียงอามามิยะคุงกับอาราตะคุงจากคอร์ด้า 4 ตอนนั้นเลยตกใจว่า อ้าวววว อ้าววววววววว หรือว่ามิยาโนะมาโมรุมาด้วยยยย!!!??? ตกใจแล้วก็รีบเปิดเว็บเนโอโรมานซ์เช็กด่วนจี๋ ก่อนจะพบชื่อมิยาโนะมาโมรุอยู่ตรง 映像出演 ….คือจะมาแค่วีดิโอนั่นเอง เห็นแล้วก็เก็บมือถือลงกระเป๋าเงียบๆ อย่างเศร้าๆ ฮืออออออ อยากเจอคาจิอาโออิบ้างอะไรบ้าง ฮืออออออออออ (;__;)

เสียงทักทายตอนเริ่มจบแล้วไฟในฮอลล์ก็ดับลง แล้วฮิราบายาชิ ริวซังซึ่งเป็นนักดนตรีเจ้าประจำของคอร์ด้าก็ออกมาร้องอะแคปเปลล่าเพลง Salut d’Amour จุดนั้นรู้สึกว่าคอร์ด้าชักจะใช้ฮิราบายาชิซังคุ้มเกินไปละ ใช้เล่นเปียโน คอนดัคท์ พากย์เสียงเป็นอาจารย์ในเกม แล้วนี่ยังจะจับมาร้องเพลงเปิดงานอีกเรอะะะะ!!?? ฮิราบายาชิซังก็อเนกประสงค์เกิ๊น อะไรจะทำได้ทุกอย่างขนาดนี้คะะะะ

เพลงจบแล้วแคสท์ก็ออกมาโชว์ตัวพร้อมกันหนึ่งรอบ ตอนออกมานี่ไม่มีการพูดทักทายนะ แค่ออกมาทีละคน แล้วพอกล้องซูมหน้าขึ้นจอ ทุกคนก็จะทำหน้าตลกๆ หรือโพสท่าอะไรสักอย่าง พวกคนแรกๆ ตลกกันมาก 555555555 คือฟุคุจุนออกมาคนแรกแล้วทำหน้าตลกก่อน คนอื่นๆ เลยตลกตาม ขำมากตอนทาเคอุจิคุงทำหน้าเลียนแบบมิยาโนะมาโมรุ แบบนี้ ↓

น้องออกมาไม่ทันพูดอะไรก็ตลกเยอะมาก เลเวลอัพขึ้นมาก เลียนแบบเหมือนมาก 5555555555555 ส่วนเคนนุกับมาเอโนะไม่ได้ทำหน้าตลกเหมือนคนอื่น แต่ออกมายิ้มและโบกมือ คือแบบบบบ ตายยยยยยยย เราตาย แค่นั้นเราก็ตายแล้ว โอ๊ยยยยยยยย (///ー///)

แนะนำตัวเสร็จก็เป็นช่วงพากย์สด เริ่มจากเมนดราม่า เนื้อเรื่องคราวนี้คือหนุ่มๆ จากคอร์ด้า 3 ไปได้เครื่องดื่มที่จะช่วยเพิ่มโชคด้านความรักมา แล้วทุกคนก็ดื่มเข้าไป พอดื่มแล้วแต่ละคนจะกลายเป็นคนซื่อตรงกับใจตัวเอง สารภาพรักกับนางเอกอย่างไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ …ช่างคิดมาได้นะพลอตนี้ 555555555 ฉากที่แต่ละคนสารภาพรักกับนางเอกตลกมากกกกกกกกกกกก คือทุกคนจะพูดความในใจออกมาคนละประโยค แต่นางเอกภาคนี้เป็นคนบื้อๆ เลยไม่เก็ทว่าโดนสารภาพรัก แล้วก็จะตอบทุกคนแบบตลกๆ อย่างเช่น เคียวยะบอกว่าไม่อยากให้นางเอกทำข้าวกล่องให้คนอื่นนอกจากตัวเอง นางเอกก็จะตอบว่า อ๋อ เคียวยะอยากได้กับข้าวมากกว่าคนอื่นใช่มั้ย! อะไรแบบนี้

สงสารสุดตอนที่จิอากิพูดชัดเจนว่ามาเป็นคู่หมั้นของฉันซะ (ใช้คำว่า ฟิอันเซ่ ด้วยนะเออ แฟบิวลัสสมเป็นหนุ่มจินนัน) แต่ตอนนั้นนางเอกจามออกมาพอดีเลยไม่ได้ยิน จิอากิเงิบแรงมาก น่าสงสารกว่าคนอื่นอีก 555555555

ทีนี้พอทุกคนดื่มเสร็จ สารภาพรักเสร็จ จิอากิก็บอกว่าขวดสุดท้ายที่เหลือต้องใช้ให้คุ้มค่า แล้วก็ให้นางเอกเอาไปให้เมียวงะบุโจดื่ม ปรากฏว่าเมียวงะบุโจดื่มแล้วก็ทำตัวเหมือนเดิม พูดจาเย็นชาใส่นางเอกเหมือนเดิม ทุกคนเลยได้ข้อสรุปว่าความในใจของเมียวงะก็เป็นแบบนั้นแหละ นั่นก็เป็นวิธีการแสดงความรักแบบนึง

ขำตรงที่จิอากิบอกว่าขวดสุดท้ายต้องใช้ให้คุ้ม แต่ไหงเอาไปให้เมียวงะบุโจเฉยเลย ทำไมไม่ให้ฮินะจังดื่ม บื้อหรือบื้อเนี่ยยยยย

จบเมนดราม่าแล้วสามหนุ่มหน้าใส Infini ก็ออกมาขายกู๊ดส์หน้างานนิดหน่อย ต่อด้วยมินิดราม่าของสึจิอุระ คานายัน โอซากิเซมไป อันนี้เนื้อเรื่องมาแนวโลกคู่ขนาน เป็นโลกที่หนุ่มๆ ในคอร์ด้าประกอบอาชีพไอดอล สึจิอุระกลุ้มใจที่ต้องจับคู่ดูโอ้กับสึกิโมริคุงแต่มีแนวคิดเรื่องแฟนเซอร์วิสไม่ตรงกัน สึจิอุระอยากเซอร์วิสให้เต็มที่ แต่สึกิโมริมองว่าแค่โบกมือให้นิดหน่อยก็พอแล้ว สึจิอุระเลยมาปรึกษาคานายันกับโอซากิเซมไปว่าควรทำยังไงดี อันนี้ตลกคานายันมาก ชอบมาก อยากเห็นคานายันเป็นไอดอลจริงๆ ขึ้นมาเลย 555555555

จบมินิดราม่าก็เป็นช่วงไลฟ์ ซึ่งเพลงแรกในวันนี้ได้แก่ VERY BERRY เพลงใหม่ของทาคุมิคุงงงง อ๊ากกกกกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดด ได้ฟังทาเคอุจิคุงร้องโซโล่สดๆ แล้วววววววว น้ำตาจะไหลลลลล ก่อนงานเริ่มเราลุ้นเยอะมากว่าจะได้ฟังมั้ยเพราะปีที่แล้วน้องไม่ได้ร้องโซโล่รอบที่เราไป ปีนี้ได้ฟังซะที ในที่สุดดดดดดดด (;___;)

ส่วนสไตล์การร้องเพลงของน้องก็ยังคงชะไร่เหมือนเดิม แหม่ เอ็นดู๊เอ็นดู 55555555555555 เสียดายนิดนึงตรงที่รอบนี้ทาเคะคุงไม่ได้พากย์สดเลย เพราะมันเป็นรอบคอร์ด้า 3 ส่วนเซนเซที่น้องพากย์เป็นตัวละครจากภาค 4 แต่ไม่เป็นไร ได้ฟังน้องโซโล่ก็อิ่มอกอิ่มใจแล้ว (〃ω〃)

อีกสองเพลงเป็นเพลง SKYWALKER ของคิระซังกับ BELIEVE ของสึจิอุระคุง ตอนอุจิดะซังร้องเพลง SKYWALKER มีการคุกเข่าให้คนดูด้วย ฮรือออออ ผอ.ขราาาาาา

ช่วงถัดมาเป็น Situation Message รอบแรก ช่วงนี้จะให้นักพากย์แต่ละคนออกมาพากย์สถานการณ์ที่หนุ่มๆ ไปเดทกับนางเอกในเทศกาลหน้าร้อน อันนี้ต้องลุ้นกันนิดนึงว่าจะได้ฟังใครมั่ง เพราะนักพากย์มากันเยอะมาก จะพูดทุกคนคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ช่วงนี้รอบแรกมีริทสึคุง ฮารุโตะ เคียวยะ ยูกิฮิโระ เซ็ตนี้ประทับใจเคียวยะสุด น่ารักมากกกกกกกกกกก อันของเคียวยะคือเคียวยะกับนางเอกไปเดทในงานเทศกาลด้วยกันแล้วมีคนมาจีบนางเอก เคียวยะเลยช่วยปกป้อง ……ทำไมพิมพ์ออกมาแล้วมันฟังดูธรรมดาจัง แต่ตอนฟังมันก๊าวมากเลยนะ 5555555555 ของคนอื่นก็ดีมาก เขินมาก เสียดายตรงที่ไม่มีของพี่ไดจิกับจิอากิ อยู่รอบอื่นกันสินะะะะ ฮืออออ

หลังจากนั้นเป็นช่วงวาไรตี้ คราวนี้เป็นทอล์กเรื่อยเปื่อยแบบกำหนดหัวข้อมาให้แล้วให้นักพากย์คุยกันเองตามหัวข้อ มีฟุคุจุนเป็นผู้ดำเนินรายการ คราวนี้แปลกอย่างนึงคือให้นักพากย์ออกมาไม่กี่คน ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่ช่วงวาไรตี้จะให้ออกมากันครบทุกคน คราวนี้มีแค่ฟุคุจุน อิโต้เคนซัง โคนิชิซัง ทาเคอุจิคุง เรโกะซัง อาเคมิซัง ทานิยามะซัง ฮินจจิ และเคนนุ (ทำไมมาเอโนะไม่ออกมาาาา ทำไมมมมมมมมม)

การให้ฟุคุจุนเป็นพิธีกรนี่เราว่าเหมาะมาก เค้าเป็นคนมีสกิลพิธีกรสูง รู้จังหวะเล่นมุก รู้จักโยนคำถามอย่างทั่วถึง เอนเตอร์เทนเก่ง เหมาะสุดละคนเนี้ย

หัวข้อแรกช่วงวาไรตี้จำได้แบบพร่าเลือนว่าเป็น เรื่องที่ใจเต้นในช่วงนี้ อะไรประมาณนี้มั้ง ทานิยามะซังเล่าเรื่องที่ได้เจอนักร้องที่ชอบมากที่ร้านสแน็กแถวบ้านและได้ขอลายเซ็น ทาเคอุจิคุงฟังแล้วประทับใจจนลุกขึ้นจ้องหน้าทานิยามะซังตาโตเลย น่าร้ากกกกกก////

หัวข้อที่สองคือ ให้เล่นงานผู้ชมจน KO ในครั้งเดียว อันนี้ทาเคอุจิคุงโดนคนแรก ตอนที่ทุกคนเงียบแล้วรอให้น้องพูดนี่เราลุ้นมาก ปรากฏว่าน้องเงียบไปแป๊บนึงแล้วพูดว่า 「家族になろうよ」 ด้วยเสียงแบบป๋าฟุคุยามะ ขำเยอะมาก ขำแบบแทบไหลไปกองบนพื้น มุกนี้เด็ดจริง 55555555555555 แล้วใครสักคน น่าจะทานิยามะซังมั้ง? ก็บอกให้น้องพูดคำว่า “อันจัง” อีกแล้ว โอ้ย ลุงๆ พวกนี้นี่ก็ชอบให้น้องเลียนแบบป๋าฟุคุยามะจริงจริ๊ง 555555555555555555

ถัดจากทาเคอุจิคุงเคนนุก็โดนต่อ เคนนุมายืนหน้าทาเคอุจิคุงแล้วพูดว่า「家族になりたくないか」หรืออะไรประมาณนี้ จำได้ไม่แม่นแต่มีคำว่า「家族に」แน่ๆ พอเคนนุพูดเสร็จทาเคอุจิคุงลุกขึ้นมาทำหน้าเหวอเลย ลุงๆ เลยแซวกันว่าทาเคอุจิคุงทำเหมือนเป็นเจ้าของมุกนี้ไปแล้ว ไปๆ มาๆ ทาเคอุจิคุงกับเคนนุก็กอดคอกันโค้งให้คนดูหนึ่งที น่าร้ากกกกกกกกกกกก (≧ω≦)

คนสุดท้ายในหัวข้อนี้คือฮินจจิ ฮินจจิยกมือบอกว่าอยากพูด แล้วก็ออกมาพูดว่า อีเวนท์คอร์ด้าคราวหน้าค่าตั๋วจะลดลงครึ่งนึง!! เป็นไงล่ะ KO กันใช่มั้ยล่ะ!!! พอฮินจจิกลับไปนั่งที่ ทานิยามะซังเลยแซวว่า งั้นค่าตัวนายก็ลดลงครึ่งนึงด้วยนะ เอามั้ยล่ะ 55555555555555

หัวข้อสุดท้ายคือ ของที่ซื้อมาเพราะใจเต้นในช่วงนี้ อันนี้ฟุคุจุนให้สาวๆ พูด เรย์โกะซังบอกว่าตัวเองชอบแมวมาก คอยเก็บหนวดแมวที่ร่วงในบ้านใส่กล่อง เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งซื้อกล่องเก็บหนวดแมวมาแหละ! ฟังแล้วรู้สึกว่าน่ารักดี เพิ่งรู้ว่ามีกล่องสำหรับเก็บหนวดแมวโดยเฉพาะขายด้วย ความรู้ใหม่

จบช่วงวาไรตี้แล้วมีมินิดราม่าอีกอันนึง อันนี้เป็นเรื่องทานาบาตะของฮาโกดาเตะอามาเนะ โอ๊ยยยยยยยยยย แค่ขึ้นจอมาว่าเป็นดราม่าของโรงเรียนนี้เราก็จะเป็นลมแล้ว ฮือออออออ ดีใจจังที่ได้ตั๋วรอบนี้ (;____;)

มินิดราม่าอันนี้เป็นเรื่องคำขอในวันทานาบาตะ สตอรี่คือเนียกลับบ้านมาเจอโทโนะกับโซระกำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียนคำขอในวันทานาบาตะ ซึ่งคำขอมีแต่เรื่องของกินทั้งสิ้น เด็กพวกนี้นี่ 55555555555 แล้วจู่ๆ เนียก็พูดขึ้นมาว่า ยิ่งแขวนคำอธิษฐานไว้สูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสเป็นจริงมากเท่านั้น โทโนะเลยจะปีนขึ้นไปแขวนไว้บนสุด ปรากฏว่ามีป้ายขอพรแขวนอยู่ก่อนแล้วคือของนางเอก โซระกับเนียเลยยุให้แอบอ่าน โทโนะก็อ่านออกเสียงว่า “ขอให้ได้อยู่ด้วยกันสี่คนแบบนี้ตลอดไป” จบ โอยยยยยยยยยยย โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย ฟังจบแล้วร้องไห้เลย ร้องไห้ระดับที่ต้องหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดหน้า ฟังแล้วเนื้อเรื่องในเกมลอยมาเป็นฉากๆ คิดถึงภาคฮาโกดาเตะอามาเนะมากกกกก อยากเล่นขึ้นมาเลย ฮือออออออ ภาคนี้เป็นภาคที่เราชอบที่สุดในภาคต่างๆ นานาของภาค 3 แล้ว ชอบทั้งเนื้อเรื่อง ตัวละคร บรรยากาศ ความลึกลับ ความร้าวราน เพลงที่ใช้บรรเลง ชอบทุกอย่างเลย มันดีมากจริงๆ โฮววววว T__T

จบมินิดราม่าของฮาโกดาเตะอามาเนะแล้วมีบรรเลงเพลง 庭の千草 ต่ออีก เพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้ในเกม ฟังแล้วก็ร้องไห้วนไปค่ะะะะ ได้ยินเสียงสูดน้ำมูกฟึดๆ มาจากรอบด้าน รู้สึกอบอุ่น ทุกคนคงเข้าใจความรู้สึกของกันและกันใช่มั้ย ฮือออออออ

เพลงจบแล้วตามด้วย Situation Message รอบสอง หัวข้อยังเป็นเทศกาลในฤดูร้อนเหมือนเดิม รอบนี้มีของเมียวงะบุโจ เนีย โซระ และโทโนะ โอยยยยยย อามาเนะะะะะะะ เลิฟยูออลลลลลลลลลลลลลล

ขอสารภาพว่าจำไม่ได้ว่าเมียวงะบุโจพูดอะไร นึกไม่ออกเลย นี่ขนาดชอบเมียวงะบุโจมาก 5555555555 แต่จำของฮาโกดาเตะอามาเนะทั้งสามได้แม่นมาก!! สถานการณ์ของเนียคือไปดูดอกไม้ไฟด้วยกันที่สวนสาธาณะ แล้วเนียก็บอกว่าดีจังที่สำรวจสถานที่ดีๆ มา คราวหน้าก็ต้องตั้งใจหาข้อมูลแล้ว จะได้ครอบครองรอยยิ้มของเพื่อนสนิทอย่างเธอเอาไว้คนเดียวไงล่ะ (โอยยยยย ท่านเนียสุดหล่ออออออออ)

ส่วนของโซระก็ไปดูดอกไม้ไฟด้วยกันอีกนั่นแหละ แต่โซระจะซึนเดเระใส่นางเอกหน่อยๆ เคนนุแอคติ้งโคตรดี โคตรอินกับบทบาท เสียงตอนพากย์สดก็ดี๊ดี ดีใจจังได้ฟังเคนนุพากย์สดซะที (เพิ่งตระหนักได้ตอนที่เขียนอยู่นี่แหละว่าเราไม่เคยฟังเค้าพากย์แบบสดๆ ด้วยหูตัวเองมาก่อนเลย…….)

ของโทโนะก็ดี น่ารักกกกก มีการให้นางเอกขี่หลังด้วย มาเอโนะพูดว่าจะให้ขี่หลังแล้วก็ย่อตัวลงทำท่ารอรับนางเอก สุดคิววววววททท์!! อันของโทโนะเราชอบตรงที่พูดประมาณว่า มีความทรงจำร่วมกับเธอมากขึ้นอีกอย่าง กับ ฉันจะทำให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริงไม่ว่ากี่ครั้งก็ตาม โอยยย สิ่งเหล่านี้คือดีอะะะะ ดีมากกกกกก ฮืออออ คิดถึงเกมภาคนี้มากๆๆๆๆ โอ๊ยยยยย ใครเขียนบทดราม่าในอีเวนท์นี้คะะะะ เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า ร้าวรานมาก บีบหัวใจมาก แต่ก็มีความสุขที่ได้เจอทั้งสามคนจากฮาโกดาเตะอามาเนะอีก ฮืออออออออ ขอบคุณค่ะะะะ (;___;)

หลังจากนั้นเป็นช่วงไลฟ์อีกรอบ คราวนี้มีเพลง Waterside Harmony ของฮารุโตะกับโซสุเกะคุง, 夜空のナイル ของโซระ, 恋い蛍 ของโฮเซ และปิดด้วย WINGS TO FLY ของ Maestro Fields

ตอนอินโทรเพลง 夜空のナイル ขึ้นมานี่กรี๊ดหนักมากกกกกกกกก คิดอยู่แล้วแหละว่าเคนนุคงได้ร้องสักเพลงเพราะเซย์โซไซรอบนี้เคนนุมาแค่รอบเดียว แต่พออินโทรเพลงขึ้นมาจริงๆ ก็ดีใจแทบสิ้นสติ นอกจากได้ฟังพากย์สดแล้วยังได้ฟังเพลงอีก รอบนี้ช่างดีงามเหลือล้นพ้นประมาณ แล้วเคนนุก็ร้องสดเทพมากกกกกกก โฮวววววววววว แต่หลังจากนั้นพอ WINGS TO FLY ขึ้นเราแอบใจแป้วนิดนึงเพราะจริงๆ แล้วเราโลภ อยากฟังมาเอโนะร้องเพลงด้วย 555555555 พอเพลง WINGS TO FLY ขึ้นเลยคิดว่าคงไม่มีเพลงแล้วแหละมั้ง แล้วพอจบเพลงนี้ทุกคนก็ออกมาพูดอำลาสั้นๆ เป็นอันเกือบจบงาน (แอนี่เวย์ เพลง WINGS TO FLY นี่ทานิยามะซังแดนซ์ได้กรีดกรายมากและดีดมากเหมือนเคย มองเพลินสุดละ)

ทว่า!!!!! หลังจากนักพากย์ออกมาร่ำลาแล้ว เพลงแรกของอังกอร์คือเพลงโฮชิยูเมะเมกุริของโซระกับโทโนะจ้าาาาาา โอ้ยยยยยยยยยย กราบบบบบบบ แค่อินโทรขึ้นก็ขนลุกเกรียวไปหมด ชอบอะ ชอบ ชอบบบบบบ ชอบเพลงนี้ ชอบฮาโกดาเตะอามาเนะ ชอบเคนนุ ชอบมาเอโนะ ชอบไปหมด ฮืออออออออออออ แล้วสองคนนี้ร้องคู่กันคือดีมาก ทั้งสองคนสุดจะคีพคาแรคเตอร์ เคนนุทำหน้าปวดร้าวหัวใจตลอดเวลาสมเป็นโซระ ส่วนมาเอโนะก็ทำหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสขี้เล่นหน่อยๆ สมเป็นโทโนะ ดีจังที่โซระกับโทโนะได้สองคนนี้มาพากย์

จริงๆ เราแอบอยากฟัง LILA LAVANDULA LILA เวอร์ชั่นฮาโกดาเตะอามาเนะมากกว่าโฮชิยูเมะเมกุรินิดหน่อย เพราะเราชอบเนียเวลาอยู่โรงเรียนนี้มากๆๆๆ เลยอยากเห็นทั้งสามคนร้องเพลงด้วยกัน แต่เดาไว้แล้วแหละว่าคงไม่ร้องเพลงโรงเรียนหรอก เพราะถ้าจะร้องคงต้องร้องกันทุกโรงเรียนเพื่อความเสมอภาค เพราะงั้นได้ฟังโฮชิยูเมะเมกุริก็รู้สึกขอบคุณและปลาบปลื้มใจมากๆ แล้ว เพลงไหนก็ดีหมดอะ ฮือออออออ รักกกกกก

ส่วนเพลงสุดท้ายเป็นเพลง BLUE SKY BLUE ซึ่งทุกคนออกมาร้องด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พอออกมากันหมดแล้วไม่รู้จะมองใครก่อนดี ตาลายไปหมด ที่เขียนๆ มานี่ดูเหมือนกรี๊ดอยู่ไม่กี่คนแต่เอาจริงๆ เรารักคอร์ด้าแฟมิลี่ทุกคนเลย ชอบเวลาเมมเบอร์นี้อยู่ด้วยกัน บรรยากาศมันอบอุ่นมาก ฮือออออ อีเวนท์คราวนี้ก็กรี๊ดทุกคนเยอะมาก อยากเก็บรายละเอียดจ้องมองทุกคนให้มากที่สุดแต่ทำไม่ได้ สุดท้ายเลยใช้วิธีใครเดินมาฝั่งเราก็มองคนนั้นแหละ 55555555555

ตอนร่ำลาจำไม่ค่อยได้ว่าใครพูดอะไรมั่ง สมองมัวแต่อ้อยอิ่งอยู่กับสตอรี่ต่างๆ ของฮาโกดาเตะอามาเนะ แต่จำของฮินจจิได้แม่นสุดเลย ฮินจจิบอกว่าเห็นฮาโกดาเตะอามาเนะวันนี้แล้วอยากให้มีอีเวนท์อามาเนะอีกจังเลย กรี๊ด พูดได้ดีมากค่ะฮินจจิ!!!! จัดเลย!!!!! จัดเมื่อไหร่ไปแน่!!!!!!

นอกจากนั้นตอนอังกอร์ก็มีการฉลองออกอีเวนท์เนโอโรมานซ์ครบร้อยครั้งให้อุจิดะซังด้วย มีเค้กฉลองให้ด้วยนะ ตอนสต๊าฟเข็นเค้กออกมาทุกคนดูตื่นตาตื่นใจมาก ทาเคะคุงท่าทางสนอกสนใจตื่นเต้นจนตาโตอีกแล้ว เคนนุกับมาเอโนะที่ยืนอยู่ไกลๆ ก็ชะเง้อชะแง้แลดูเค้กกันใหญ่ น่าร้ากกกกกกกก (≧ω≦) ส่วนฟุคุจุนกับโคนิชิซังก็จ้องจะจกเค้กมากินก่อนคนอื่นตลอดเวลา โอ๊ยขำ ทำไมเป็นคนแบบนี้!!!

พออีเวนท์จบกลับมาอ่านรีพอร์ทรอบอื่นๆ แล้วก็เสียดายที่ไม่ได้ไปรอบอื่นด้วย โฮววว อยากฟังมาเอโนะร้อง It’s Magical แบบสดๆ มั่งอะะะะ พี่โทโนะะะะะะะะะ (;____;) แต่ไม่เป็นไร ไว้แก้ตัวในอีเวนท์อามาเนะ ถ้าจัดจริงต้องไปให้ได้!!

อยากเล่นภาคฮาโกดาเตะอามาเนะอีกจัง ฮือ

「百火撩乱」

ไปรีลีสอีเวนท์ซิงเกิ้ลใหม่ของสามสาว Kalafina มาแหละ!

ซิงเกิ้ลใหม่ที่ว่านี้คือซิงเกิ้ล 百火撩乱 (Hyakka Ryouran) ที่เป็นเพลง ending ของคัตสึเกคิโทเคนรัมบุ ตอนที่ประกาศว่าสามสาวจะร้องเพลงจบเรื่องนี้ก็เป็นกระแสฮือฮากันว่าเดี๋ยวได้มีดาบหักแหงๆ ในฐานะแฟนเพลงวงนี้แล้วรู้สึกขอโทษซานิวะทุกคน 5555555555

รีลีสอีเวนท์ที่ไปวันนี้จัดที่ห้างฮันคิวนิชิโนะมิยะการ์เด้น ดูเหมือนที่นี่จะกลายเป็นห้างประจำเวลาสามสาวมาจัดรีลีสอีเวนท์ไปแล้ว ปีที่แล้วเราก็เคยไปหาสามสาวที่นี่มาแล้วหนนึงตอนออกอัลบั้มรวมเพลงอคูสติก รู้สึกว่าซิงเกิ้ลก่อนหน้าก็จัดที่นี่อีกเหมือนกันมั้ง แต่ตอนนั้นไม่ว่างเลยไม่ได้ไป T_T

พอเรียกว่ารีลีสอีเวนท์แล้วฟังดูยิ่งใหญ่ แต่อันที่จริงงานนี้เป็นมินิไลฟ์บนดาดฟ้าห้างที่ใครๆ ก็ไปยืนดูได้ฟรีๆ แต่ถ้าใครซื้อซิงเกิ้ลในร้านสาขาที่กำหนดหรือไปซื้อหน้างานก็จะได้บัตรสำหรับเข้าไปนั่งดูหน้าเวทีด้วย ส่วนคนยืนดูฟรีต้องไปยืนด้านหลัง

ตอนแรกเราตั้งใจจะตื่นแต่เช้าพุ่งไปซื้อแผ่นเพื่อให้ได้สิทธิ์นั่งหน้าเวที แต่กว่าจะตื่นมาก็เกือบเที่ยงละ อนาถเหลือเกิน 55555555 เค้าเริ่มแจกบัตรเข้าชมตอนสิบโมง แต่เราไปถึงบ่ายโมง พอไปถามสต๊าฟที่นั่งขายแผ่นอยู่ เค้าก็บอกว่าบัตรเข้าชมหมดแล้วนะ แต่ยังมีบัตรสำหรับรับโปสเตอร์ลายพิเศษอยู่ พอไลฟ์จบแล้วให้เอาบัตรนี้ไปรับโปสเตอร์จากสต๊าฟได้ จุดนั้นรู้สึกว่าไหนๆ สามสาวก็อุตส่าห์มาร้องเพลงให้ฟังถึงที่นี่ทั้งที ถึงจะไม่ได้ไปนั่งดูด้านหน้าก็ซื้อหน่อยละกัน สรุปแล้วก็ซื้อแผ่นมาจนได้ แฮ่ (//∇//)

ปกติไม่ค่อยเก็บซิงเกิ้ลสามสาวเพราะชอบรอซื้ออัลบั้มทีเดียวให้ได้เพลงครบๆ แต่รอบนี้ถือว่าเป็นที่ระลึกในอีเวนท์ ฮิๆๆ (≧ω≦)

ได้แผ่นมาแล้วก็ไปจับจองที่ยืนดูหลังเวที ตอนเราไปคนยังไม่เยอะเท่าไหร่เลยได้ไปยืนแถวที่สามถัดจากรั้ว เวทีที่นี่เป็นเวทีโล่งๆ มองจากมุมไหนก็เห็นคนบนเวทีชัดเจน ดังนั้นถึงจะยืนหลังเวทีก็ได้ยลโฉมสามสาวชัดถนัดตา ….แต่เป็นโฉมด้านหลังนะ 555555555 เพราะเวลาร้องเพลงสามสาวจะมองไปหน้าเวทีมากกว่า นานๆ ทีถึงจะหันมาทักทายด้านหลังบ้าง ฮือ เสียดายจังที่ตื่นสาย (TωT)

ยังดีที่จุดที่เราไปยืนจับจองเป็นมุมใกล้ๆ ทางขึ้นลงเวทีพอดี เวลาสามสาวจะขึ้นมาร้องเพลงก็เลยต้องเดินผ่านแบบใกล้มาก เห็นสามสาวยิ้มให้แบบใกล้ชิดก็ชื่นใจ ฮืออออออ นางฟ้าของฉันนนนน♥♥♥

พอยืนรอจนถึงบ่ายโมงครึ่ง สามสาวก็จะออกมาซ้อมให้ดูก่อน รีลีสอีเวนท์คราวก่อนก็ออกมาซ้อมให้ดูแบบนี้เหมือนกัน สิ่งที่เหมือนเดิมเลยคือตอนที่ซ้อมเนี่ย วากานะกับฮิคารุจะร้องไปเรื่อยๆ ส่วนเคโกะจะทำหน้าที่ซาวด์เช็ก คอยส่งสัญญาณกับสต๊าฟ คอยเดินไปฟังเสียงอีกสองคนจากด้านล่างเวที พอถึงช่วงที่เพลงหยุด วากานะกับฮิคารุก็จะพูดคุยกับคนดูนิดหน่อย ขณะที่เคโกะยังตั้งหน้าตั้งตาคุยกับสต๊าฟต่อไป

ซ้อมเสร็จแล้วสามสาวก็ลงจากเวทีไปก่อนรอบนึง แล้วพอถึงบ่ายสองค่อยกลับมาขึ้นเวทีอีกรอบ คราวนี้เป็นมินิไลฟ์ของจริงละ

เซ็ตลิสท์วันนี้ได้แก่

百火撩乱
とんぼ
sprinter

ข้อเสียของการยืนหลังเวทีนอกจากจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าสามสาวแล้วคือเสียงจากลำโพงมันมาไม่ค่อยถึง TvT แต่อาจเพราะเป็นเวทีในห้างด้วยมั้ง จะให้ระบบเสียงอลังการเท่าสถานที่จัดคอนเสิร์ตก็คงไม่ไหว วันนี้เลยรู้สึกว่าสามสาวร้องดีมากๆๆๆๆ (อันนี้ไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ Kalafina ร้องไม่ดี!!!) แต่เสียงดนตรีแผ่วไปหน่อย ถ้าได้เสียงดนตรีปังๆ หน่อยคงประทับใจ 百火撩乱 วันนี้มากกว่านี้เยอะเลย

ส่วน とんぼ นี่เพิ่งเคยฟังครั้งแรก (เพราะเพิ่งซื้อแผ่นเมื่อกี้เลยไม่ได้ฟังมาก่อน OTL) ชอบเสียงเคโกะเพลงนี้จัง ฮืออออออออออ

เพลงสุดท้าย sprinter นี่ไม่คิดว่าจะได้ฟังเลยนะ ตอนเคโกะพูดว่าเพลงต่อไปคือ sprinter นี่เราแทบพุ่งไปเขย่ารั้ว อ๊ากกกกกกก ถึงจะได้ฟังเพลงนี้ในไลฟ์มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ยังเป็นเพลงที่อยากฟังสดๆ เสมอ ดีใจมากกกกก (≧д≦) ตอนก่อนร้องเพลงสามสาวพูดประมาณว่าอยากร้องเพลงนี้ที่นี่ในวันนี้เพราะอยากให้ทุกคนมาสนุกสนานด้วยกัน ตอนแรกเราเลยนึกว่าจะร้อง 音楽 ซะอีก 5555555

ส่วนเรื่องที่สามสาวพูดในวันนี้ ตอนซ้อมฮิคารุกับวากานะคุยกันว่าเมื่อเช้ากินอะไรมา ดูเป็นบทสนทนาที่เรื่อยเปื่อยมากๆ 555555555 สรุปว่าวากานะกินกาแฟดำมา ส่วนฮิคารุกินน้ำพีชปั่น แล้ววากานะก็ถามคนดูว่าวันนี้ร้อนกันมากมั้ยคะ เห็นทุกคนถือพัดแล้วพัดกันใหญ่เลย ตลกดีนะคะ (ทำไมมีการหัวเราะคนดู 55555555555) แต่อันนี้เป็นทอล์กช่วงซ้อมเลยออกแนวเล่นๆ ขำๆ พอเป็นทอล์กในมินิไลฟ์ของจริงจะมีสาระขึ้นมานิดนึง วากานะเล่าเรื่องรีลีสอีเวนท์ที่โตเกียวเมื่อวานว่าฝนตกก็เลยโดนบอกว่าสมเป็น Kalafina เลยนะ! (คือวงนี้จัดไลฟ์ทีไรฝนตกตลอด ตกจนต้องทำเสื้อกันฝนมาขายแฟนๆ ให้รู้แล้วรู้รอด)

นอกจากนั้นก็มีเล่าเกี่ยวกับเพลง วากานะบอกว่าเพลงนี้ไม่ได้ใช้เสียงสูงๆ เหมือนเพลงอื่นแต่วากานะต้องร้องด้วยเสียงสม่ำเสมอตลอดก็เลยร้องยากเกินคาด เคโกะบอกว่าดีใจที่ได้ร้องเพลงที่แสดงความสวยงามของญี่ปุ่นแบบนี้ ส่วนฮิคารุบอกว่าตัวเองเล่นโทเคนรัมบุมาตลอด พอเห็นเนื้อเพลงครั้งแรกก็เลยรู้สึกว่า “นี่มัน…” ประมาณว่าเพราะเล่นเกมมาก็เลยเกิดความรู้สึกต่างๆ นานา ดังนั้นเวลาร้องเพลงนี้ฮิคารุเลยต้องระวังไม่ให้เผลอใส่ความรู้สึกส่วนตัวปะปนเข้าไป

พอพูดเรื่องเกมขึ้นมาแล้ว วากานะกับเคโกะก็บอกว่าฮิคารุเนี่ยเล่นเกมเยอะมาก ฮิคารุก็กระตือรือร้นบอกว่าใช่ๆ อย่างตอนนี้ก็ยุ่งมากเลยเพราะต้องปั่นอีเวนท์ชุดว่ายน้ำของเฟทแกรนด์ออเดอร์ อีกสองสาวเลยตื่นเต้นตกใจไปด้วยว่า ชุดว่ายน้ำเหรอ!!? แคปรูปส่งมาให้ดูหน่อย!! แต่ฮิคารุอิดออดเพราะคิดว่าการได้เห็นสาวๆ ในชุดว่ายน้ำเป็นสิทธิ์ของคนที่เล่นเกมนี้มากกว่า (เกมเมอร์อย่างแท้จริง 55555555555555555) เคโกะที่ยืนอยู่กลางเวทีเลยไปยืนข้างๆ วากานะแล้วทั้งสองคนก็ก้มหัวให้ฮิคารุ บอกว่าแคปมาให้ดูหน่อยเถอะ ขอร้อง 55555555555

พอไลฟ์จบแล้วสามสาวก็ถ่ายรูปกับผู้ชมทั่วทุกมุมแล้วลงรูปไว้ในบล็อก ตอนสามสาวเดินถ่ายรูปน่ารักมากเลย ทักทายคนดูตลอด พอเจอคุณแม่อุ้มลูกมาดูก็เข้าไปเล่นกับเด็ก เด็กพูดว่าเคจังด้วยนะ! (คุณแม่เสี้ยมสอนมาดีมากค่ะ 55555555555)

ถ่ายรูปเสร็จสามสาวก็โบกมือบ๊ายบายรอบทิศแล้วกลับไป ปล่อยให้คนดูที่เหลือต่อคิวรอรับโปสเตอร์จากสต๊าฟ เราไม่มีบัตรเข้าชมแต่มีบัตรแลกโปสเตอร์เลยต้องยืนรอให้คนหน้าเวทีรับโปสเตอร์ให้เสร็จก่อน กว่าจะรับของเสร็จก็บ่ายสามกว่าๆ สรุปว่าเป็นมินิไลฟ์ที่ใช้เวลายืนอยู่ตรงนั้นสองชั่วโมงกว่า อากาศก็สุดแสนจะร้อนอบอ้าว ยังดีที่ฟ้ามีเมฆฝนครึ้มตลอดแต่ไม่มีฝนสักหยด จนกระทั่งสามสาวไปแล้วฟ้าถึงได้ใสกิ๊ง สมแล้วที่ว่ากันว่า Kalafina มากับฝน 55555555555

ถึงจะบ่นเรื่องระบบเสียงแต่เอาเข้าจริงเราชอบรีลีสอีเวนท์แบบนี้จัง ใกล้ชิดมากกกกกกกกกก ได้ฟังแค่สามเพลงก็ไม่เป็นไร แค่ได้มาเจอ มาฟังสามสาวร้องเพลงสดๆ แบบนี้ก็ดีใจแล้ว ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาถึงคันไซ (TωT)

ว่าแล้วก็อยากไปไลฟ์จัง

The Prince of Tennis Musical 3rd Season SEIGAKU vs RIKKAI

ไปดูเทนิมิวมาแหละ!

การดูเทนิมิวสดๆ เป็นอะไรที่เราหลงใหลใฝ่ฝันมานานมาก ถึงเราจะไม่ได้ติ่งเทนิมิวมากมายอะไร เคยดูไม่ครบทุกแมทช์ด้วยซ้ำ ปกติดูแต่เฮียวเทกับริคไคสลับๆ กันไป ซีซั่นสองก็เคยดูแค่ริคไคอย่างเดียว แถมดูแบบข้ามๆ อีก แต่เราชอบริคไครุ่นสอง (รุ่นที่มาสุดะโทชิกิเป็นท่านยูคิมุระ) มากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากจนดูซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักเบื่อ แม้จะไม่มีโอกาสได้ดูริคไครุ่นนั้นสดๆ และไม่มีวันเป็นไปได้อีกต่อไป แต่เราก็หมายมั่นปั้นมือมาตลอดว่า ถ้าเทนิมิววนมาถึงแมทช์ริคไคในช่วงที่ยังอยู่ญี่ปุ่นก็จะไปดูให้ได้! (ถ้าอยู่ไทยคงไม่ลงทุนบินมา บอกแล้วว่าไม่ได้ติ่งมากมายอะไร……)

และแล้วก็โชคดีที่แมทช์ริคไคเล่นช่วงที่อยู่ญี่ปุ่นพอดี แถมวนมาโอซาก้าก่อนเรากลับไทยช่วงปิดเทอมเฉียดฉิวอีกต่างหาก!

รอบนี้โชคดีอีกอย่างตรงที่ได้ตั๋วผ่านอีพลัส สมัครเอง สุ่มเอง ได้มาเอง ไม่ต้องลำบากไปวิ่งหาคนอื่นปล่อยต่อ ขอบพระคุณอีพลัสมา ณ ทีนี้ (แม้ว่าปีนี้จะสาปแช่งอีพลัสไปเยอะมาก นอกจากเทนิมิวแล้ววืดตั๋วอีเวนท์มาเป็นสิบ)

และแล้วก็ได้ตั๋วมาโดยสวัสดิภาพ \(^o^)/

ตอนรับตั๋วมาจากพนักงานแฟมิลี่มาร์ทเห็นคำว่าแถวห้าแล้วตื่นเต้นตกใจตาโต ….ก่อนจะเห็นคำว่าชั้นสองในวินาทีถัดมา แป่ววววว แต่คำว่าแถวที่ห้ามันก็ยังฟังดูไม่เศร้ามาก จนกระทั่งวันนี้ไปถึงในฮอลล์แล้วพบว่าที่นั่งเรา….. อยู่แถวหลังสุด OTL

แต่เอาจริงๆ ฮอลล์มันไม่ได้ใหญ่โตอลังการมากนัก ถึงจะอยู่แถวหลังสุดก็ไม่ได้ไกลโพ้นขนาดเห็นนักแสดงตัวเท่ามดตะนอย กลับกันแล้วสำหรับคนที่ไม่ได้ติ่งแคสท์แถมไปดูแค่รอบเดียวอย่างเราเนี่ย นั่งไกลๆ น่าจะเหมาะกว่าด้วยซ้ำเพราะมันเห็นภาพรวมทั้งเวที เวลามองไปแค่จุดใดจุดนึงก็ยังมองเห็นส่วนอื่นๆ ของเวทีอยู่ ดังนั้นถึงจะนั่งหลังสุดก็ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าแต่อย่างใด

สถานที่จัดแสดงรอบโอซาก้าคือ Mielparque Hall อยู่แถวๆ สถานีชินโอซาก้า เราไปถึงหน้าฮอลล์ตอนที่เค้าเปิดให้เข้าด้านในได้แล้ว พอไปถึงก็พบว่ารอบๆ เต็มไปด้วยสาวๆ ที่แต่งตัวด้วย theme สีเหลือง บางคนเสื้อเหลือง บางคนกระโปรงเหลือง บางคนกระเป๋าเหลือง สมเป็นแมทช์ริคไคจริงๆ ตอนแรกเราก็ว่าจะหาเสื้อเหลืองมาใส่เหมือนกัน แต่สำนึกได้ว่าจนแล้วเลยไม่ได้ไปหาซื้อ ถึงจะไม่มีสีเหลืองติดตัว แต่หัวใจเราเป็นของท่านยูคิมุระนะ! (เฉพาะวันนี้)

เข้าไปด้านในล็อบบี้จะเจอกับมุมขายของจำนวนมาก มีทั้งมุมขายกู๊ดส์สำหรับแมทช์นี้ มุมขายแผ่นแมทช์ที่ผ่านๆมา และมุมสมัครแฟนคลับ ซึ่งสิ่งที่เราเดินไปซื้อคือ …….คาลพิสที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติ หนุ่มๆ เราขอโทษ แต่เราหิวน้ำ 555555555

นอกจากมุมขายของแล้วก็มีมุมถ่ายรูป มุมนี้มีพร็อพให้หยิบมาถ่ายรูปเล่นได้ด้วย


อย่างไรก็ตาม ทำไมมุมถ่ายรูปไม่มีท่านยูคิมุระล่ะ……..? เพราะแมทช์นี้ยุกกี้ไม่ได้แข่งเหรอ ฮือออออ เสียใจ ถึงจะไม่ได้แข่งกะเค้าแต่ก็มีบทบาทนะะะ (;__;)

สำรวจแถวล็อบบี้จนพอใจแล้วก็เข้าฮอลล์ไปนั่งที่ ที่นั่งเราหาง่ายมากเพราะอยู่แถวหลังสุดแถมติดทางเดินอีก ระหว่างรอก็นั่งเล่นดูเอลลิงค์ไปเรื่อยๆ จนคนข้างๆ หันมาถามว่ามีนาฬิกาข้อมือมั้ย เค้าลืมเอานาฬิกามา แต่อาจจะต้องออกก่อนเวลาเพราะเดี๋ยวไม่ทันรถชินคังเซนเที่ยวสุดท้าย …แต่เราก็ไม่มีนาฬิกาข้อมือเหมือนกันค่ะ แง TvT สุดท้ายเค้าเลยบอกว่าอาจจะแง้มๆ ดูเวลาในมือถือหน่อยนะ ขอโทษที่รบกวน หูย ความญี่ปุ่นนี้

พอถึงหกโมงครึ่งก็มีเสียง แอดดดดดด บอกเวลาเริ่ม ตามด้วยเสียงอินุอิกล่าวทักทายและบอกมารยาทในการรับชมให้ฟัง และหลังจากนั้นก็ได้เวลาเปิดม่าน!

จากนี้ไปจะเขียนเป็นข้อๆ ตามที่นึกออก *เน้นริคไค

● จำตอนเริ่มไม่ได้แล้ว….. คุ้นๆ ว่าเอจิเซนออกมาคนแรก มีเสียงคอล 常勝立海大 ซ้ำไปซ้ำมา แล้วจากนั้นริคไคก็ออกมาร้องเพลงกันครบทีมตั้งแต่แรกเลย ไม่ต้องรอนาน

● บอกก่อนว่าไม่ได้คาดหวังอะไรเลยกับการมาดูครั้งนี้ คือแค่อยากมาสัมผัสประสบการณ์ดูเทนิมิวสดๆ เท่านั้นจริงๆ แต่มาถึงเจอริคไคเพลงแรกเข้าไปแล้วแทบน้ำตาไหล โอ๊ย ดีงามมากกกกกกกกกกกกกกกก

● ความที่ไม่ได้ซื้อแพมเฟลตเลยไม่รู้ชื่อเพลงใหม่ๆ เพลงแรกของริคไคนี่เนื้อเพลงจะคล้ายๆ เพลง 非情のテニス ตรงที่ร้องว่า 何のために俺たちはテニスをするそれは勝つために他ならない แต่ทำนองไม่เหมือนกันเลย แล้วหลังจากนั้นเมมเบอร์ก็จะผลัดๆ กันร้องเพลงแนะนำตัว ชอบตรงที่ยังคงคีพคอนเซปท์ให้อาคายะร้องเพลงแนะนำตัวเอง ในขณะที่คนอื่นเค้าร้องแนะนำอีกคน

● ว่าแต่มันถือเป็นเพลงใหม่รึเปล่า… หรือถือเป็นการเอาเพลงเก่ามาอะเรนจ์?? แต่เนื้อเพลง/ดนตรี/ทำนองมันต่างกันเยอะอยู่นะ

● ริคไครุ่นนี้ร้องประสานเสียงแล้วทรงพลังมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เอาจริงๆ ริคไคทุกรุ่นดีงามหมดแหละ ดูมาทุกซีซั่นก็ชอบทุกซีซั่น ไม่เคยผิดหวังเลย แต่เพิ่งเคยมีโอกาสได้มาฟังสดๆ เลยเพิ่งค้นพบว่าการดูสดฟังสดนี่มันเปี่ยมไปด้วยพลังท่วมท้นยิ่งกว่าดูผ่านจอมากมายหลายเท่าตัวนัก ประทับใจฮาร์โมนี่ของริคไคมากจริง ขนลุกเกรียวไปหมดทั้งสรรพางค์ ฮืออออออ สมเป็นคิงออฟเทนนิส!!!!!!! (ที่แพ้ทีมพระเอกตลอด โคตรเศร้า น่าสงสารเค้านะคะ)

● เพลงที่สองเป็นทีมเซกาคุออกมาร้องครบทีมเช่นกัน อืม ก็โชเน็นดีนะ สมเป็นทีมพระเอก

● ช่วงต้นๆ เรื่องจะเน้นฝั่งเซกาคุ (แหงสิ ก็ทีมพระเอก) มีเล่าว่าเอจิเซนไปฝึกวิ่ง มีทีมรคคาคุมาเล่นเย้วๆ ด้วยไรงี้

● รคคาคุตลกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ขอสารภาพว่าจำชื่อตัวละครทีมนี้ไม่ได้เลย 555555555 แต่เวลาทีมนี้ออกมาคือตลกมากจริง แต่ละคนจะช่วยกันชงมุกต่อกันเป็นทอดๆ แล้วค่อยให้คนใดคนนึงขยี้ตอนท้าย ขำเยอะมาก

● ขำตอนใครสักคนในรคคาคุเล่นมุกว่า 試合がなくても励ましあい แล้วโออิชิเข้าไปตบไหล่บอกว่า 俺は嫌いじゃないよ คือแบบบบบบ มุกห้าเยนสิบเยนก็ยังจะเล่น แล้วมันจะไม่ตลกเลยถ้าโออิชิไม่ได้เข้าไปปลอบ 55555555555555

● เกมแรกของแมทช์นี้คือเอจิเซน vs อาคายะ

● อาคายะที่เราชอบที่สุดคืออาคายะของเก็งคิคุง เราว่าอาคายะของเก็งคิเป็นอาคายะที่น่ากลัวมากในเวลาที่ควรน่ากลัว และน่ารักมากในเวลาปกติทั่วไป ส่วนอาคายะคนนี้เราว่าเค้าก็เป็นอาคายะอีกแบบนึงที่ยังคงคีพความเป็นอาคายะได้อยู่ มีความกวน ความซุกซน แต่ยังไม่รู้สึกถึงความน่ากลัวเท่าไหร่ ส่วนนึงอาจเป็นเพราะเรานั่งไกลเลยมองไม่เห็นสีหน้า……..

● ส่วนเอจิเซนคนนี้ก็กวนประสาทได้แบบพอดีๆ ไม่ค่อยน่าเตะเท่าไหร่ เป็นเอจิเซนที่ดูสมเป็นเด็กม.ต้นดี (มาเสิร์ชหาอายุคนเล่นทีหลังและพบว่าน้องเกิดปี 2000 โอ้ย เด็กเหลือเกินนนนน /ลูบตีนกาแพรพ)

● ตลกตอนเอจิเซนพูดภาษาอังกฤษอะไรสักอย่างแล้วบุนตะกับแจ๊กกัลคุยกันว่าอาคายะฟังไม่ออกแหงๆ 5555555555 ไม่เป็นไรนะอาคายะ เราก็ฟังไม่ออก 555555555 อารมณ์แบบเอ๊ะ นั่นภาษาอังกฤษเหรอ ภาษาอังกฤษสินะ…

● มานึกๆ ดูแล้วรู้สึกจะนึกเนื้อเรื่องก่อนแข่งไม่ค่อยออกเลย จำได้ว่าเอจิเซนแข่งกับอาคายะ แล้วก็มีฉากที่โรงพยาบาลของยุกกี้ แค่นี้ แต่ที่จริงก่อนแข่งมันก็มีอะไรเยอะแยะอยู่นะ

● ฉากที่ริคไคไปเยี่ยมยุกกี้ที่โรงพยาบาลน่าร๊ากกกกกกกก ซานาดะสะพายเป้แล้วดูเด็กลงเยอะเลย 555555555 ส่วนคู่ D1 ก็ไปนั่งบนเตียงกะยุกกี้แล้วหยิบดอกไม้ให้ยุกกี้ถือ งุงินั่ลลั๊กมั่กๆ

● 友情のテニス ของยุกกี้ดีมากกกกกกกก โอ๊ย ฮือออออออออ ยุกกี้เสียงดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วเป็นโทนเสียงและน้ำเสียงที่แบบ เออ นี่แหละยุกกี้ ไพเราะเหลือเกินนนนนนนนน ตระหนักอีกครั้งว่าชอบยุกกี้ทุกรุ่นเลย แงงงงงงง (นี่ขนาดไม่ได้ชอบมาตั้งแต่แรกนะ สมัยอ่านมังงะเราชอบชิราอิชินะ!!)

● หลังจากนั้นอีกหลายๆ ซีนต่อมา (หรือมันคือซีนติดกันนะ จำไม่ได้…) ก็มีซีนที่ริคไคร้อง 非情のテニス แบบสั้นๆ กันอีก แล้วก็มีอีกซีนที่ริคไคร้องเพลงนี้แล้วมีเตียงของยุกกี้อยู่ข้างหลัง ทำไมร้องเพลงนี้กันหลายรอบมาก 5555555555 แต่ดีแล้วเพราะเราชอบเพลงนี้มากกกกกก ฮือออออออ ดีใจมากๆๆๆ ที่ได้ฟังหลายรอบหลายแบบขนาดนี้ ปลาบปลื้ม

● ตอนร้อง 負けることの許されない王者~非情のテニス (ที่มีเตียงยุกกี้ด้านหลังนั่นแหละ) เป็นช่วงก่อนปิดองก์แรก เป็นการปิดองก์แรกที่ทรงพลังมาก ฮือออออ

● แอบขำเบาๆ ตอนยุกกี้นอนอยู่บนเตียงที่ตั้งฉาก 90 องศา…. คือไม่ควรเรียกว่านอน แต่มันคือการยืนพิงเตียง 5555555555 แล้วยุกกี้ก็ร้องเพลงทั้งๆ ที่แปะอยู่กับเตียงอย่างงั้นแหละ ตลกไปมั้ยยยยย คิลมู้ดสุดๆ 55555555555

● พอเข้าช่วงแข่งจะเริ่มอยากมีสักแปดตา ไม่รู้จะมองใครดี เพราะทุกคนออกมาอยู่บนเวทีกันหมด

● เริ่มจากคู่โมโมชิโระ&ไคโด vs แจ็กกัล&บุนตะคุง

● ตอนโมโมชิโระร้องเพลง 這い上がれ海堂 เรานั่งกลั้นหัวเราะเยอะมากเพราะดันไปนึกถึงซับนรกในนิโกะ ฮือ 5555555555555 คือเราติดดูเทนิมิวในนิโกะมาก แล้วคอมเมนต์จะชอบแปลงเนื้อให้มันตลกๆ พอไปนึกถึงเนื้อพวกนั้นเลยอยากขำแต่ก็ขำไม่ได้ TvT

● บุนตะนั่ลลั๊กกกกกกกกก

● ตอนแรกเราก็ตั้งใจดูคนที่แข่งนะ แต่หันไปดูสแตนด์อีกที เฮ้ย นิโอหายไปไหน!? แล้วก็นึกได้ว่าต่อไปจะเป็นช่วงที่เราชอบมากนี่นา (ชอบแต่ดันลืมนึกถึงไปเลยจนกระทั่งนิโอหายไป 555555555) พอนิโอหายไปแล้วเราเลยคอยมองยางิวเป็นระยะๆ สักพักยางิวก็หายตามไปอีกคน

● แล้วนิโอก็กลับมา!!! ถึงตรงนี้ตั้งใจดูนิโอเยอะมาก พอยางิวกลับมาอีกก็จ้องยางิวรัวๆ เลิกสนใจสี่คนที่แข่งอยู่ไปละ 555555555555

● ที่หันมาจ้องสองคนนี้แทนเพราะมันเป็นตอนที่นิโอกับยางิวสลับตัวกัน

● สมัยบาชอนกับมาสะรับบท D1 แล้วเล่นบทสลับตัวกันนี่เราชอบนิโอตัวปลอมของบาชอนมากกกกกกก น่ารักกกกกกกก

● แต่รอบนี้เราชอบยางิวตัวปลอมมาก

● ถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือเราชอบนิโอคนนี้มากเลย ถึงจะไม่รู้จักแคสท์มาก่อนแต่เราสัมผัสได้ว่าเค้าเป็นนิโอที่โคตตตตตตรรรรรรรรรนิโอ นิโอแบบไม่รู้จะนิโอยังไงไปมากกว่านี้ นิโอทุกจริตกิริยา ทุกการเคลื่อนไหว แม้แต่ตอนปลอมตัวเป็นยางิวก็ยังแอบแฝงด้วยความแรดเบาๆ (?) แบบนิโอ ชอบมากกกกกกกกกกกกก ชอบระดับที่ตอนหลังๆ พอริคไคออกมาครบทีมเรามองนิโอก่อนยูคิมุระอีก 5555555555555

● จริงๆ แล้วปกติสมาชิกริคไคที่เราชอบรองจากยุกกี้ก็นิโอนี่แหละ แต่วันนี้นิโอทำคะแนนพุ่งถล่มทลายมาก ชอบมากๆๆๆ ยุกกี้บทน้อยไปหน่อยเลยทำคะแนนได้ไม่เยอะเท่า เราให้โอกาสอีกทีในแมทช์ทั่วประเทศนะยุกกี้!

● ชอบท่าขยับแว่นของนิโอตอนปลอมตัวเป็นยางิวมาก แร๊ดดดดแรด! (เป็นคำชม)

● พอจบเกมของโมโมชิโระ&ไคโด vs แจ็กกัล&บุนตะคุง ก็มาถึงเกมของโกลเด้นแพร์ VS ริคไคD1

● บอกเลยว่าจ้องยางิวตัวปลอมตลอดเกม 555555555 แอบคิดมาตั้งแต่เพลงแรกแล้วว่านิโอคนนี้ขาเล้กกกกเล็ก พอถึงตาเค้าลงสนามมาหวดแร็กเก็ตเลยนั่งจ้องขาเค้าเยอะมาก (ทำไมดูโรคจิต TvT) 

● ส่วนนิโอตัวปลอมก็ดี๊ดี เป็นยางิวที่ปลอมเป็นนิโอได้เนียนมาก คือจับยางิวคนนี้เล่นเป็นนิโอได้เลย

● เราว่านิโอเป็นตัวละครที่คาแรคเตอร์แข็งแรงด้วยมั้ง มันมีลักษณะการเคลื่อนไหวต่างๆ นานาแบบนิโออยู่อะ สำหรับนักแสดงแล้วอาจจะเลียนแบบได้ไม่ยาก รึเปล่า… แต่ก็ชื่นชมทั้งนิโอและยางิวที่ปลอมเป็นนิโอจริงๆ นะ

● ในขณะที่นิโอปลอมเป็นยางิวแล้วมีความแรดเพิ่มมาอย่างบอกไม่ถูก ยางิวไม่แรดขนาดนี้ป้ะะะะะ 55555555 แต่ไม่ใช่ไม่ดีนะ ดีซะอีก ชอบที่นิโอปลอมเป็นคนอื่นก็ยังปิดความนิโอไม่มิดแบบนี้แหละ ดีแล้ว ดีมาก!

● ตอนที่เฉลยว่าสลับตัวกันแล้วร้องเพลงก็ดี๊ดี มีลูกเล่นเยอะแยะเลย เหมือนมาเล่นมายากลให้ดู มีการสลับตัวกะคนอื่นด้วย แบบอยู่ดีๆ ยางิวก็กลายเป็นบุนตะไปเฉย เป็นเพลงที่แสดงออกมาได้สนุกมากๆๆ

● เพลง D1 นี่อาคายะที่อยู่ข้างสนามน่ารักมากกกกกกกก ลุกมาเต้นตามด้วย เต้นจนบุนตะที่อยู่ข้างๆ เต้นตามไปด้วยอีกคน แล้วแจ๊กกัลก็เต้นด้วย ไปๆ มาๆ เต้นกันอยู่ข้างสนามสามคน น่าร๊ากกกกกกก

● ตอนก่อนเริ่มคนข้างๆ เราที่ชวนคุยบ่นให้ฟังว่าเวลาดูเทนิมิวนี่ไม่รู้จะมองตรงไหนดี พอดูสักพักเราก็รู้สึกเข้าอกเข้าใจเค้ามาก 555555555 ถ้ามองคนที่แข่งอยู่ก็จะไม่เห็นสแตนด์ ซึ่งสแตนด์นี่ก็มีปฏิสัมพันธ์กันเองตลอดเวลาจนไม่อยากละสายตา แต่ถ้ามัวแต่มองแสตนด์ก็จะพลาดคนในสนามที่กำลังดำเนินเรื่องอยู่

● ดูสแตนด์นี่สนุกพอๆ กับดูสนามเลยนะ รีแอคชั่นทุกคนจะเป็นไปตามความดุเดือดของเกมอะ แบบพอเกมเริ่มดุเดือดเลือดพล่านขึ้นเรื่อยๆ อาคายะที่นั่งอยู่ก็จะลุกมายืนดู หรือนิโอที่นั่งเหยียดขาชิลๆ ก็จะลุกมานั่งคุกเข่าตั้งใจดูไรงี้ ดูตั้งอกตั้งใจกันดี ชอบๆ

● เข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆ คนถึงดูกันหลายๆ รอบ ถ้ามีตังค์ก็อยากดูหลายรอบเหมือนกัน ฮือ

● เราใช้วิธีดูทั้งในสนามและสแตนด์สลับกันไป สายตาพุ่งไปหานิโอบ่อยมาก 555555555 เห็นนิโองุบงิบซุบซิบกับบุนตะตลอดเวลา แหนะะะะะ คุยอะไรกันอะะะะ

● อาคายะบนสแตนด์ก็น่ารัก เป็นเด็กซุกซนที่อยู่ไม่สุขเลย ยุกยิกตลอดเวลา ในขณะที่ซานาดะ ยานางิ ยางิวนี่จะนิ่งกันมาก

● เกมต่อมาเป็นอินุอิ vs ยานางิ

● คู่นี้ขำตอนที่แข่งกันไปเรื่อยๆ แล้วพอถึงไคลแมกซ์อินุอิจะตีเทนนิสอยู่คนเดียว ส่วนยานางิร้องเพลงไปเรื่อยๆ แบบไม่สนใจอินุอิเลย ฮือ ตีเทนนิสด้วยสิแกรรรรร 555555555555

● ตอนเหลือบๆ มองสแตนด์เห็นอาคายะรูดซิปเสื้อขึ้นมาปิดคอแล้วชี้ๆ ยานางิด้วย สงสัยดูเทนนิสเฉยๆ มันเบื่อเลยทำท่าเลียนแบบเค้า โถ เด็กหนอเด็ก น่ารักเกินไปมั้ยยยยยย

● ต่อมาเป็นเกมของรุ่นพี่ฟูจิ vs อาคายะ

● เพลงที่ทำให้เราชอบอาคายะมากคือเพลง 赤いデビル ซึ่งไม่มีในรอบนี้ แป่ววววว (เพลงริคไคที่เราชอบส่วนใหญ่อยู่แมทช์ทั่วประเทศทั้งนั้นเลย) เพลงของอาคายะรอบนี้คือเพลงที่ร้องว่า เฮ้! จีเนียส! (จำชื่อเพลงไม่ได้) เพลงนี้จะสนุกๆ ไม่ได้ออกแนวคัลท์เหมือน 赤いデビル ได้ดูอาคายะร้องเพลงนี้ก็ดีเหมือนกัน น่ารักดี (>///<)

● ส่วนรุ่นพี่ฟูจิคนนี้ …อืม ผมพลิ้วสวยดีนะ

● เกมสุดท้ายคือเอจิเซน vs ซานาดะ

● เราชอบเพลงฟูรินคะซังของซานาดะมากกกกกกกกกกกกก แต่ชอบเวอร์ชั่นซีซั่นแรก ซึ่งรอบนี้ใช้เวอร์ชั่นซีซั่นสองที่ในนิโกะล้อกันว่าเหมือนเพลงเปิดละครย้อนยุคของ NHK (ฟีลลิ่งมันได้จริง แล้วซานาดะถือดาบไม้ไปอี๊ก แร็กเก็ตอยู่ไหนเห่นโลวววววว) เวอร์ชั่นนี้ก็โอเคแหละ แต่เราชอบเวอร์ชั่นซีซั่นแรกมากเกินไป TvT พอมาดูอันนี้เลยแบบ อืมๆ ฟูรินคะซัง เท่ดีนะ จบ

● เพลงฟูรินคะซังนี่ใช้จอด้านหลังให้เป็นประโยชน์ดีมาก ฉายเอฟเฟคต์เวลาซานาดะตีเทนนิสทำให้ดูอลังการขึ้นมาพอสมควร ของคนอื่นก็มีใช้ฉากหลังแบบนี้บ้าง แต่ของซานาดะดูใช้เยอะสุดและเข้าท่าสุดละ

● แล้วสุดท้ายริคไคก็แพ้ไป บายยยยยยยยย

● รู้อยู่แล้วว่าริคไคจะแพ้ แต่ระหว่างดูก็อดนึกอยู่ตลอดไม่ได้ว่าอยากให้ริคไคชนะบ้างจังเลย

● ตอนจบมีเพลงร้องรวมกันทุกคนเพลงนึง แล้วมีอังกอร์(?)อีกเพลงนึงด้วย

● พอทุกคนออกมากันครบ หัวใจเราเริ่มสับสนว่าจะมองยุกกี้หรือนิโอก่อนดี ลำบากใจจัง

● สุดท้ายก็เน้นมองยุกกี้เป็นหลักนะ วันนี้มาเพื่อยุกกี้นี่นา! (และยุกกี้ก็บทน้อยจนเรามองขานิโอติดตามากกว่าหน้ายุกกี้อีกเนี่ย)

● ช่วงก่อนจบมันจะมี 日替わりネタ ด้วย เป็นช่วงสั้นๆ ที่เนื้อหาจะเปลี่ยนไปทุกวัน รอบที่เราไปดูนี่เป็นนิโอถือถ้วยรางวัลออกมาแล้วนั่งคุยกับถ้วย คุยไปสักพักก็เอาถ้วยวางบนพื้นแล้วทำเป็นดึงไม่ออก แล้วซานาดะก็เดินออกมา นิโอเลยบอกให้ลองดึง ซานาดะก็หยิบขึ้นมาอย่างง่ายดายก่อนจะเดินออกไป นิโอเลยบ่นๆ ว่าซานาดะนี่ไม่รับมุกเอาซะเลยน้า น่าจะเอาอย่างบุนตะมั่ง ถ้าซานาดะทำผมแดงจะเป็นไงน้าาา ต้องไม่เข้าแหงๆ เลย บลาๆๆ บ่นไปบ่นมาซานาดะก็เดินออกมาอีกรอบแล้ววิ่งไล่นิโอ ตลกดี 55555555

● ตอนอังกอร์แต่ละทีมจะให้ตัวแทนคนนึงมาพูดกะผู้ชม บอกผู้ชมว่าให้คอลว่าอะไร ริคไคส่งนิโอออกมา (อีกแล้ว!) นิโอบอกให้ผู้ชมคอลว่า よう見てみんしゃい ซึ่งเป็นคำพูดติดปากของนิโอนั่นเอง

● สรุปว่าวันนี้นิโอมาแรงม๊ากกกกกก

● แต่ยุกกี้ก็ดีนะ ฮือ ถึงจะพูดถึงนิโอเยอะแยะแต่ยุกกี้ดีมากจริง ทุกฉากที่ออกมาคือออร่าแรงมาก เสียงร้องเพลงดีมาก ทุกพยางค์ทุกโน้ตที่เปล่งออกมาเปี่ยมด้วยพลัง ลีลาการเต้นก็ดี การหมุนตัวต่างๆ นานาก็ดี อะไรก็ดี ดีหมด สมเป็นบุตรแห่งพระเจ้า

● ยุกกี้คนนี้ตอนเปิดตัวแรกๆ โดนแซวว่าชื่อโทชิกิเหมือนยุกกี้รุ่นสอง แต่หน้าเหมือนคามินากะคุงที่เป็นยุกกี้รุ่นสาม ตอนดูภาพนิ่งกับคลิปเราก็ว่ามีความคามินากะคุงพอสมควรนะ แต่พอมาดูจริงๆ แล้วไม่รู้สึกเลย (เพราะที่นั่งไกลเลยมองไม่เห็นหน้า………)

● อยากเห็นแมทช์ทั่วประเทศที่เล่นโดยแคสท์ริคไคชุดนี้ไวๆ ไม่รู้ถึงตอนนั้นจะมีการเปลี่ยนคนมั้ยนะ แต่เราว่าแคสท์ชุดนี้ดีมากๆๆๆๆทุกคนเลย

● วันนี้เหมือนไปดูริคไคอย่างเดียว เซกาคุคือใครเหรอ 555555555555 สายตาแทบไม่ได้มองเซกาคุเลยจริงๆ นอกจากคนในสนาม คือแสตนด์เซกาคุเกิดอะไรขึ้นมั่งไม่รู้เลย นี่ขนาดนั่งไกลสุดละนะ

● แต่จริงๆ เซกาคุร้องเพลงเยอะมากเลย แค่ไม่ได้พูดถึง เพราะไม่รู้จะพูดถึงยังไง…. ไม่ได้กรี๊ดใครในทีมนี้เป็นพิเศษอะ สมัยอ่านแรกๆ ก็ชอบเท็ตสึกะบุโจอยู่หรอก แต่พอพบรักกับชิราอิชิก็ลืมเลือนบุโจไป แล้วนี่ยิ่งเปลี่ยนใจมาหายุกกี้อีก เท็ตสึกะบุโจเลยกลายเป็นอดีตอันสุดแสนไกลโพ้น

● อ้อ เวลาเซกาคุออกมาเต้นรวมๆ กันหลายคน เราว่าไคโดน่ามองสุดละ ไม่รู้ทำไม ปกติเราก็ไม่ได้ชอบไคโดเป็นพิเศษนะ แต่การเต้นของเค้าดูมีบางอย่างดึงดูดสายตาบอกไม่ถูก

● ตอนเพลงอังกอร์นี่มีแคสท์ขึ้นมาวิ่งทักทายบนชั้นสองด้วยนะ คนที่วิ่งมาแถวเราคือรุ่นพี่ฟูจิ แล้วเรานั่งริมทางเดิน เลยได้แปะมือกับรุ่นพี่ฟูจิด้วย แต่แปะด้วยอารมณ์แบบ เย้! รุ่นพี่ฟูจิแหละ!

● สักพักเหลือบสายตาไปแถวข้างๆ เห้ยยยยย อาคายะะะะะะะ ทำไมไม่วิ่งมาทางนี้มั่งงงงงง โฮวววววววว อยากแปะมือกับอาคายะมั่งอ้ะะะะะะะะะะ

● คำกล่าวลาหลังม่านปิดเป็นของอาคายะ ก่อนลาจะมีสตอรี่เล็กน้อยคืออาคายะบอกว่าพวกรุ่นพี่จะเลี้ยงเนื้อย่าง แต่มารอนานแล้วไม่เห็นมีใครโผล่มาซะที สักพักบุนตะก็โทรมาแล้วบอกว่าอยู่บ้าน คืออาคายะโดนหลอก 555555555 แต่แล้ว! อาคายะก็สะดุ้งตื่นแล้วพบว่าตัวเองหลับอยู่ในห้องเรียน ก่อนที่บุนตะจะโทรมาชวนไปกินเนื้อย่างจริงๆ จบ

ดูจบแล้วปลื้มปริ่มตื้นตันใจเยอะมาก ไม่เสียแรงที่รักริคไคเพราะเทนิมิว ริคไคกี่รุ่นๆ ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ดีใจมากที่สุ่มตั๋วได้มา ไม่งั้นอาจจะไม่ดิ้นรนหาตั๋วแล้วไม่ได้มาดู ขอบพระคุณอีพลัสแรงๆ อีกครั้ง

อยากดูแมทช์ทั่วประเทศแล้ว ถ้าเล่นในช่วงที่เรายังอยู่ญี่ปุ่นก็ดีสิ ฮือ

กลยุทธ์ดึงดูดผู้ชมของหนังญี่ปุ่น

เหมือนจะมีสาระอีกแล้ว! แต่เอาจริงๆ คือแค่อยากเขียนถึงคิงปุริ&คิงปุระแต่ไม่อยากพูดถึงเนื้อเรื่อง 5555555555

เรื่องของเรื่องคือตั้งแต่ KING OF PRISM -PRIDE the HERO- หรือคิงปุระเข้าฉายเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมาจนมาถึงบัดนี้ เราไปดูหนังเรื่องนี้มาสิบรอบแล้ว สิบรอบ!!! ชีวิตนี้ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะพาตัวเองเข้าโรงหนังเพื่อดูหนัง (จริงๆ คืออนิเมะ) เรื่องเดิมซ้ำๆ เป็นสิบรอบ!!!!!! แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกว่านี่มันบ้าไปแล้ว ดูจนจำได้เกือบหมดแล้วว่าฉากต่อไปเป็นฉากไหน ตรงนี้ตัวละครพูดว่าอะไร ถึงอย่างนั้นก็ยังไปดูซ้ำๆ และหลังจากนี้ก็คิดว่าคงได้ไปดูอีกนิดหน่อยก่อนที่เรื่องนี้จะลาโรงไป

พอดูถึงสิบรอบก็เริ่มมาตั้งสติ (ได้สติช้ามาก) ว่าเอ๊ะ?? อะไรทำให้เราไปดูหลายรอบขนาดนี้เนี่ย?? แน่นอนเลยว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือตัวเรื่องมันสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่นอกจากนั้นมันยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ทำให้เราและคนอื่นๆ ไปดูหนังเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามีดังนี้

  • 前売り券 (มาเอะอุริเคง)

มาเอะอุริเคงคือตั๋วหนังที่ขายล่วงหน้าก่อนหนังเข้าโรง อันนี้เป็นสิ่งปกติธรรมดามากในวงการหนังญี่ปุ่น ไม่ว่าจะหนังฮอลลีวูดหรือหนังญี่ปุ่นเอง ส่วนใหญ่แล้วมีตั๋วแบบนี้ขายแทบทุกเรื่อง

ข้อดีของมาเอะอุริเคงคือราคา ปกติแล้วราคาตั๋วหนังที่ญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 1800 เยน แต่มาเอะอุริเคงจะราคาราวๆ 1400-1500 เยน ช่วยประหยัดไปได้นิดหน่อย (แต่เอาเข้าจริงมันมีวิธีที่จะดูหนังได้ในราคาถูกกว่านี้มากมายหลายทาง มาเอะอุริเคงจึงไม่ใช่หนทางที่ประหยัดที่สุดเสมอไป)

ดูเผินๆ แล้วเหมือนจะใจดีนะ ขายตั๋วล่วงหน้าแถมช่วยให้ประหยัดอีกต่างหาก ในกรณีของหนังทั่วไปมันอาจจะเป็นแบบนั้น แต่กรณีของอนิเมะต่างๆ นานาที่ฉายโรงเนี่ยมันจะไม่ใช่ละ เพราะมาเอะอุริเคงเหล่านี้จะออกมาหลายลายมากกกกกกกกกกกกกก บางเรื่องทำออกมาขายหลายสิบลาย ลำบากแฟนๆ ต้องตามเก็บลายที่ชอบ ใครชอบหลายลายก็ขนหน้าแข้งร่วงเยอะหน่อย ใครเป็นนักสะสมอยากเก็บครบทุกลายก็ขอให้โชคดี ว่าแล้วก็ซื้อตั๋วหนังเรื่องเดิมวนไป

มิหนำซ้ำบางเรื่องยังทำให้การซื้อมาเอะอุริเคงกลายเป็นมิชชั่นสุดแสนลำบาก ยกตัวอย่างชัดๆ จากคิงปุระ นอกจากจะมีมาเอะอุริเคงหลายแบบแล้วยังเพิ่มความโหดร้ายด้วยการขายแต่ละลายเฉพาะท้องถิ่น! อย่างแถวคันไซจะมีขายเฉพาะลาย Over The Rainbow กับลายคาซึกิ&ไทกะเท่านั้น ถ้าอยากได้ลายอื่นก็ต้องกระเสือกกระสนไปหาตามออคชั่นหรือดั้นด้นข้ามภูมิภาคไปซื้อเองเลย (คือทำไมคนเราต้องพยายามกันขนาดนั้นเพื่อตั๋วหนัง…?)

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ลายที่เราอยากได้ที่สุดจะมีขายเฉพาะที่คิวชู เราก็ไม่คิดจะดั้นด้นไปถึงคิวชูหรอกนะ ขี้เกียจออคด้วย สุดท้ายเลยซื้อมาแค่ลายที่มีขายในคันไซนี่แหละ

นอกจากมาเอะอุริเคงจำกัดเฉพาะท้องถิ่นแล้ว บางเรื่องมีมาเอะอุริเคงที่จำกัดเฉพาะอีเวนท์ด้วย เช่นขายเฉพาะในงานคอมิเกะ หรือบางเรื่องก็ขายมาเอะอุริเคงแถมสินค้าจำนวนจำกัด แฟนๆ ก็ทำสงครามกันไป

ปัญหานึงของคนที่ซื้อมาเอะอุริเคงลายที่อยากได้เก็บไว้เยอะๆ แต่ไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้แบ่งตั๋ว (หรือต่อให้มี เพื่อนคนนั้นก็อาจะสะสมตั๋วไว้เยอะเช่นกัน) คือสุดท้ายก็ต้องไปดูเองหมดทุกรอบ เราซื้อมาแค่สองใบเลยไม่มีปัญหานี้ ดูเองสองรอบชิลๆ อยู่แล้ว เนี่ยเห็นมะ แค่นี้ก็ทำให้คนไปดูหนังเรื่องเดิมซ้ำได้ละ

  • 舞台挨拶 (บุไตไอซัทสึ)

บุไตไอซัทสึคือการที่ผู้กำกับ นักแสดง หรือในกรณีของอนิเมะคือนักพากย์ มาทักทายคนดูถึงในโรงหนัง ข้อนี้ก็เป็นเรื่องปกติในวงการหนังอีกเช่นกัน หนังญี่ปุ่นเนี่ยธรรมดามาก ไม่ว่าจะหนังรักกุ๊กกิ๊กวัยมัธยม หนังผี หนังดราม่า เรื่อยไปจนถึงคาเมนไรเดอร์ แทบทุกเรื่องล้วนมีบุไตไอซัทสึในวันแรกที่หนังเข้าโรง ส่วนหนังฝรั่งนานๆ ทีก็มีบ้าง อย่างก่อนหน้านี้ลุง Mads Mikkelsen ก็บินมาร่วมบุไตไอซัทสึของ Doctor Strange ถึงโตเกียว (แต่จุดประสงค์หลักอาจจะเป็นการมาเดทกับคุณโคจิม่าก็ได้นะ ว้ายกรี๊ด!)

อย่างไรก็ตาม ยิ่งเป็นหนังที่ฮิตมากเท่าไหร่ การได้ตั๋วบุไตไอซัทสึก็ยิ่งเลือดตากระเด็นเท่านั้น กรณีหนังฮอลลีวูดฮิตๆ นี่เราไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าไปสู้รบชิงตั๋วกันมาได้ยังไง (ไม่ใช่ไม่สนใจนะ แต่เพราะเค้ามาทีไรก็อยู่แต่แถวโตเกียว เอะอะก็เดินพรมแดงกันที่รปปงงิ เรามันอยู่โอซาก้าอันสุดแสนไกลไง /น้ำตา) แต่กรณีอนิเมะฉายโรงหลายเรื่องใช้วิธีหลักๆ คือ ① สุ่มผู้โชคดี ② ใครเร็วใครได้

อาจจะฟังดูงงๆ ว่าอ้าว ถ้าได้ตั๋วยากแล้วมันจะทำให้คนไปดูหลายรอบได้ยังไง?? กรณีของหนังที่มีบุไตไอซัทสึแค่รอบแรกอาจไม่มีผลเท่าไหร่ ทว่า!! บางเรื่องมันไม่ได้มีบุไตไอซัทสึแค่รอบเดียวนี่สิ หลายๆ เรื่องมีมากกว่าหนึ่งรอบ และบางเรื่องมีหลายสิบรอบ!

จากประสบการณ์ตรง มีกรณีที่ไปดูหนังเรื่องเดิมซ้ำโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะดูซ้ำแต่แรกคือคุโรโกะ Last Game เราไปดูแบบธรรมดามาแล้วรอบนึง แต่พอรู้ว่าโอโนะ เคนโชกับโอโนะ ยูกิ จะมาบุไตไอซัทสึที่โอซาก้า เราก็สมัครไปอีกรอบนึง พอสุ่มได้ตั๋วมาเลยไปดูซ้ำอีกรอบ เนี่ย ดูสิ ตกเป็นเหยื่อกลยุทธ์ดึงดูดผู้ชมอย่างง่ายดาย 555555555

ส่วนกรณีของคิงปุระ ล่าสุดผู้กำกับบอกทางทวิตเตอร์ว่าเดินสายบุไตไอซัทสึแล้วทั้งหมด 51 รอบ……. ไม่รู้ทำลายสถิติโลกไปแล้วรึยัง เคยมีผู้กำกับคนไหนเดินสายบุไตไอซัทสึเยอะขนาดนี้มั้ย?? แต่เท่าที่อ่านรีพอร์ตจากผู้ชมที่ไปฟัง เนื้อหาแต่ละครั้งที่ผู้กำกับพูดแทบไม่เหมือนเดิมเลย ปล่อยข้อมูลโน่นนี่นั่นเยอะมาก อธิบายหนังให้ฟังละเอียดมาก แฟนๆ หลายคนจะยอมไปหาผู้กำกับซ้ำๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ (ที่สำคัญคือผู้กำกับเป็นคนตลกมากกกกกกกกกกกกกก ถ้าเค้ามาแถวนี้บ่อยๆ เราก็อยากไปฟังบ่อยๆ เหมือนกัน)

  • 特典 (ของแถมหน้าโรง)

นี่ก็ยังปกติอยู่ อันนี้อาจจะไม่ได้มีแทบทุกเรื่องเหมือนมาเอะอุริเคง แต่ก็ยังเรียกได้ว่าหลายเรื่องอยู่ดี ส่วนใหญ่ก็เป็นของเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป จำพวกแฟ้ม เข็มกลัด ฟิล์มรูปฉากในหนัง กรณีของอนิเมะอาจจะมีบุ๊กเล็ทแถม อย่างตอน 聲の形 หรือรักไร้เสียงก็มีมังงะตอนพิเศษแถมให้

ทีนี้ความร้ายกาจมันอยู่ตรงที่ ของแถมมันจะมาใหม่เรื่อยๆ! หนังทั่วไปอาจจะไม่ค่อยใช้มุกนี้ แต่อนิเมะนี่เจอประจำ อาทิตย์แรกแถมอย่างนึง อาทิตย์ที่สองแถมอีกอย่าง พออาทิตย์ที่สาม เอ้า เปลี่ยนของแถมอีกละ! ใครอยากได้ของแถมก็ต้องถ่อไปโรงหนังทุกอาทิตย์

ยกตัวอย่างจากกรณีของคิงปุระ ของแถมอาทิตย์แรกคือแผ่นฟิล์ม อาทิตย์ที่สองคือ พัดในตำนาน

เริ่มจากแถมพัดหน้าโคจิ อาทิตย์ต่อมาหน้าฮิโระ อาทิตย์ถัดมาอีกเป็นหน้าคาซึกิ เนี่ย แค่อยากได้พัดตลกๆ มาเล่นบ้าๆ บอๆ ให้ครบทั้งสามลายก็ต้องดูซ้ำสามรอบละ

อาทิตย์ที่เราไปดูคิงปุระเพื่อของแถมหลายรอบที่สุดคืออาทิตย์ที่แจกซีเรียลโค้ดสำหรับสมัครตั๋วคอนเสิร์ต ในช่วงเวลาอาทิตย์กว่าๆ นั้นเราไปดูมาทั้งหมด… ห้ารอบ………

ความร้ายกาจอีกอย่างคือบางครั้งของแถมจะเป็นแบบสุ่ม! โดยเฉพาะพวกเข็มกลัดหรือโคสเตอร์ เห็นตัวอย่างได้จากกรณีของคุโรโกะ Last Game

อันนี้ถ้าใครพอมีสติอาจจะยั้งตัวเองให้ดูแค่รอบเดียวแล้วไปหาแลกกับคนอื่นทีหลัง แต่ถ้าไร้สติหน่อยก็อาจจะเผลอดูซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะสุ่มเจอใบที่อยากได้

  • ฉายตอนพิเศษก่อนหนังเริ่ม

อันนี้เริ่มไมเนอร์ละ ไม่ค่อยเห็นหนังปกติทำกันเท่าไหร่ คงเป็นวิถีทางของอนิเมะมากกว่า เอาจริงๆ คือเคยเห็นแค่กรณีของคิงปุริ คิงปุระ และ Free! เท่านั้นเอง

กรณีของคิงปุริ (หมายถึง KING OF PRISM by PrettyRhythm ที่เป็นภาคก่อนของคิงปุระ) จะมีฉายคำทักทายของตัวละครแบบแรนด้อม คือมีภาพตัวละครขึ้นมาบนจอพร้อมเสียงทักทาย ขอบคุณที่มาดูหนังในวันนี้ พอถึงช่วงวันเกิดตัวละครก็จะมีคำทักทายพิเศษด้วย

พอมาถึงกรณีของคิงปุระจะเลเวลอัพไปอีกขึ้นนึง คือเปลี่ยนมาเป็นเรื่องสั้นของตัวละครแต่ละคู่ สี่อาทิตย์แรกจะตรงตามคู่ในมาเอะอุริเคงนั่นแหละ อย่างที่โอซาก้าเนี่ย สี่อาทิตย์แรกจะเป็นเรื่องสั้นของคาซึกิ&ไทกะริมหาดทราย ซึ่ง!! ไม่ใช่ว่าฉายเรื่องสั้นตอนเดิมสี่อาทิตย์นะ แต่มันคือเรื่องสั้นสี่ตอน ฉายก่อนหนังเริ่มอาทิตย์ละตอนจ้าาา ใครอยากดูเรื่องสั้นเหล่านี้ให้ครบๆ ก็ต้องถ่อไปโรงหนังทุกอาทิตย์ …ซึ่งเราว่าเดี๋ยวก็คงมีรวมลงแผ่นดีวีดี/บลูเรย์แหละ แต่ถ้าทนรอไม่ได้ก็ต้องถ่อไปดูอยู่ดี

ตอนนี้ที่คันไซฉายตอนคาซึกิ&ไทกะจบไปแล้ว เปลี่ยนมาฉายตอนฮิโระ&น้องยูต่อ เผอิญสองคนนี้โอชิเราไง เราก็ต้องไปดูทุกอาทิตย์อีกแล้วไง ฮ่วยยยยย

ส่วนกรณีของ Free! เราไม่ได้ไปดูเองแต่เห็นตามทวิตเตอร์อยู่บ้าง ของ Free! จะเรียกว่าคาแรคเตอร์บุไตไอซัทสึ แล้วก็มีโฟโต้เซชชั่นให้แฟนๆ ถ่ายรูปหน้าจอเก็บไว้ได้ รูปพวกนี้จะเป็นรูปวาดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าเล่นมุกเปลี่ยนทุกอาทิตย์อีกแล้วจ้าาา เอ้า ใครอยากไปโฟโต้เซชชั่นทุกอาทิตย์ก็ดูผู้ชายว่ายน้ำวนปัยยยยย

  • 4DX

กรณีนี้เคยเห็นไม่กี่เรื่อง (แน่นอนว่าคิงปุริและคิงปุระเป็นหนึ่งในนั้น) หลังจากฉายไปพักใหญ่ๆ แล้วเพิ่งมาฉายแบบ 4DX ทีหลัง ใครอยากนั่งดูหนังเรื่องเดิมในเวอร์ชั่นเบาะสั่นสะเทือนเลือนลั่น สายน้ำพร่างพรมจากเพดาน ได้กลิ่นตลบอบอวล ก็ต้องไปดูซ้ำอีกรอบ

  • 応援上映 (รอบตะโกนเชียร์)

รอบโอเอน หรือรอบเชียร์ อันนี้เรียกว่าไมเนอร์คงไม่พอ ต้องเรียกว่าคัลท์ มีความเป็นลัทธิ มนุษย์ปกติธรรมดาหลายคนอาจไม่มีวันทำความเข้าใจได้ สารภาพเลยว่าตอนดูคลิปโฆษณารอบโอเอนของคิงปุริครั้งแรกเราสะพรึงมาก หวาดผวาในความคัลท์

เกิดมาไม่เคยพบเจอภาพโรงหนังที่ผู้ชมโบกเพนไลท์ ตะโกนโต้ตอบกับตัวละคร ส่งเสียงกรี๊ด และอื่นๆ อีกมากมาย สภาพเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตมากกว่าโรงหนัง แต่ในความหวาดกลัวก็มีความอยากรู้อยากลองด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไปนั่งโบกเพนไลท์อยู่ในโรงหนังกับเค้าแล้ว 55555555555555

รอบโอเอนจะอนุญาตให้ตะโกนเชียร์ได้ ตบมุกตัวละครได้ โบกเพนไลท์ได้ ปรบมือได้ แต่งคอสเพลย์ได้ พกไอเท็มชิ้นเล็กๆ ไปสร้างสีสันได้ เราว่ารอบโอเอนเนี่ยมีส่วนสำคัญที่ทำให้การดูหนังเรื่องเดิมซ้ำๆ ไม่น่าเบื่อ ก่อนคิงปุระจะฉาย เราไปดูคิงปุริมาหลายรอบเหมือนกัน น่าจะประมาณเจ็ดแปดรอบได้มั้ง แต่ละครั้งที่ดูจะมีอะไรแปลกใหม่จากผู้ชมเสมอ มีมุกตลกใหม่ๆ มาตะโกนในโรง มีลูกเล่นในการโบกเพนไลท์ใหม่ๆ (เราชอบไอเดียเอาเพนไลท์สี่อันมาประกอบเป็นตัวอักษร 仁 กับ 王 มาก)

กรณีของคิงปุระก็เหมือนกัน เราไปดูรอบโอเอนตั้งแต่วันแรกที่ฉาย หลังจากนั้นก็ไปดูทุกอาทิตย์ คราวนี้เห็นได้ชัดเลยว่ารูปแบบการเชียร์พัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง ไอเท็มที่แฟนๆ พกไปโบกในโรงหนังก็ล้ำขึ้นเรื่อยๆ มีตั้งแต่น้ำยาล้างจานยันแก้วไวน์ (ว้อทเดอะเฮล……) ซึ่งถึงแม้ว่าคนดูในโรงหลายๆ คนจะไม่รู้จักกัน แต่การที่ทุกคนช่วยกันเชียร์มันทำให้เกิด 一体感 เกิดความรู้สึกร่วมอย่างที่การดูหนังปกติมอบให้ไม่ได้ ทำให้การดูหนังในโรงอบอุ่นขึ้นมาก มีรอบนึงเราไปดูแล้วเจอคนดูคนนึงยืนแจกลูกอมแอปเปิ้ลกับน้ำผึ้งอยู่ตรงทางเข้าโรงด้วย ประทับใจมาก

ถึงคิงปุริจะไม่ใช่เรื่องแรกที่ทำอะไรแบบนี้ แต่ปีที่แล้วคิงปุริกลายเป็นกระแสขึ้นมาเพราะรอบโอเอนนี่แหละ รายการทีวีหลายๆ รายการถึงกับต้องมาเก็บข้อมูลกันในโรง หลังจากนั้นหนังหลายๆ เรื่องก็เริ่มฉายรอบโอเอนบ้าง แม้แต่ La La Land ที่เป็นหนังฝรั่งยังมีรอบโอเอน! แต่เรื่องที่เราตกใจมากที่สุดคือชินก๊อดซิลล่า นึกไม่ค่อยออกว่าจะเชียร์อะไรกัน แล้วพอลองดูคลิปบรรยากาศแล้วก็พบว่าคัลท์ไม่ต่างกันเท่าไหร่ พีคสุดคือมีคนคอสเพลย์เป็นรถไฟ 555555555555

อย่างไรก็ตาม เราว่าการที่คิงปุริและคิงปุระรอบโอเอนสนุกได้ขนาดนี้เป็นเพราะผู้กำกับเค้าตั้งใจทำมาเพื่อฉายแบบนี้ มันเลยมีจังหวะให้เล่นเยอะหน่อย บวกกับผู้ชมคุ้นเคยแล้วว่าเล่นอะไรได้บ้าง เล่นอะไรไม่ได้บ้าง ตรงไหนควรยิงมุกตบมุกยังไงบ้าง รอบโอเอนของคิงปุริช่วงหลังๆ และคิงปุระจึงสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกก

โดยสรุปแล้วคิงปุระสิบรอบของเรามาจากปัจจัยต่างๆ นานาด้านบนประกอบกันก็จริง แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือความสนุกของเรื่อง คิงปุริสนุกเท่าไหร่ให้เอาคูณสิบล้านจะได้ออกมาเป็นคิงปุระ ณ ขณะนี้ดูมาสิบรอบแล้วยังไม่รู้สึกพอ ยังคงกระหายอยากไปดูอีก ต่อให้ไม่มีของแถม ไม่ใช่รอบโอเอน ไม่มีเรื่องสั้นใดๆ ให้ดูก่อนหนังเริ่มก็ยังอยากไปดูซ้ำ อยากรับชมหนังเรื่องนี้ในโรงไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะออกจากโรงไปแล้วไม่มีโอกาสได้ดูกับจอใหญ่ๆ เสียงกระหึ่มๆ อีก สำหรับเราแล้วคิงปุระเป็นอนิเมะฉายโรงที่สนุกและคุ้มค่าขนาดนั้นแหละ

キンプリ&キンプラはいいぞ

Universal Jump Summer 2017

เมื่อวันก่อนไป USJ มาอีกแล้ว! ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นเพิ่งเข้าหน้าร้อน USJ เลยจัดคอลลาโบะกับโชเนนจัมป์ในชื่อเทศกาล Universal Jump Summer อีกเช่นเคย ซึ่งปีนี้เรื่องที่คอลลาโบะกับ USJ ได้แก่วันพีซเจ้าเก่าซึ่งมาทุกครั้งที่จัด, ดราก้อนบอล, กินทามะ และโจโจ้

อันที่จริงเราไม่ได้ตั้งใจจะไปติ่งหรอก แต่มีเพื่อนมาเที่ยวแล้วเพื่อนชวนไปก็โอเค ไปด้วย อยากไปเล่นฟลายอิ้งไดโนซอร์ (ใครมาชวนเราไป USJ แล้วยอมไปเล่นอันนี้กับเรา เราก็ไปด้วยหมดแหละ 555555555) แต่พอไปเห็นบรรยากาศในสวนสนุกแล้วก็เริ่มจะติ่งขึ้นมาเอง เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่วันพีซ วันพีซ และวันพีซเต็มไปหมด ตื่นตาตื่นใจ (* v *)

พูดถึงวันพีซก่อนละกัน ถึงวันพีซจะเป็นเหมือนตัวชูโรง แต่วันพีซไม่มีเครื่องเล่นนะ มีแค่พรีเมียร์โชว์ที่ต้องซื้อตั๋วแยกซึ่งเราไม่ได้ซื้อเพราะไม่มีตังค์ (แปลว่า ยังติ่งไม่พอ เพราะถ้าติ่งหนักมากก็จะมีตังค์งอกออกมาเอง) แล้วก็มีโชว์ด้านหน้าวอเตอร์เวิร์ลเป็นรอบๆ อันนี้ไม่เสียตังค์ ให้ยืนมุงๆ ดูได้เลย เราไปดูอันนี้มารอบนึงแล้วรู้สึกเฉยเมยมากเพราะมีแต่ตัวละครจากช่วงบิ๊กมัมซึ่งเรายังอ่านไม่ถึง….. แต่ตอนโทราโอะออกมาก็กรี๊ดอยู่เหมือนกัน (> <)

แต่ถึงจะไม่มีเครื่องเล่นและไม่ดูโชว์ เราก็มีหนทางให้ดื่มด่ำกับวันพีซอีกมากมาย เช่น ไปเดินเล่นในโซนวันพีซ ซึ่งก็คือโซน Jaws กับด้านหน้าวอเตอร์เวิร์ลนั่นแหละ แถวนั้นจะตกแต่งเป็น theme กองทัพเรือ มีป้ายโน่นนี่นั่นของกองทัพเรือ ทั้งรับสมัครคนเข้ากองทัพ ป้ายคำขวัญกองทัพ กับป้ายประกาศจับแก๊งหมวกฟางแปะเต็มไปหมด ร้านค้าเป็นร้านของกองทัพเรือ แน่นอนว่าพนักงานล้วนใส่ชุดและหมวกที่มีเครื่องหมาย MARINE ส่วนร้านอาหารก็ทำเป็นร้านของกองทัพเรือที่ขายเมนูวันพีซด้วย

 

นอกจากโซนนี้ ร้านอาหารในโซนจูราสสิกก็โดนวันพีซดูดกลืนไปเหมือนกัน ในขณะที่ร้านโซนนี้เป็นร้านของกองทัพเรือ ร้านในโซนจูราสสิกจะเป็นของแก๊งหมวกฟาง หน้าร้านกับในร้านประดับธงของลูฟี่ เมนูก็จะเป็นเมนูกินเลี้ยงฉลองของแก๊งลูฟี่หมดเลย

 

ตอนเที่ยงเดินเข้าไปในร้านแล้วตกใจ คนเยอะมากกกกกกกก ปกติเวลาไป USJ เราชอบไปกินร้านนี้แหละเพราะคนน้อยดี แต่คราวนี้คนเยอะจนไม่มีที่นั่ง คิวก็ยาวมากกกกกกก เราเลยไปเล่นเครื่องเล่นฆ่าเวลาแล้วค่อยกลับมากินอีกทีตอนบ่ายสอง ซึ่งคนก็ยังเต็มร้านอยู่ดี… ยังดีที่คราวนี้คนต่อคิวน้อยลงแล้ว ด้วยความหิวและมุ่งมั่นว่าจะกินที่นี่ก็เลยต่อคิวซื้อข้าวแล้วระเห็จไปนั่งที่นั่งด้านนอกซึ่งไม่มีแอร์ T_T

เมนูที่เราสั่งมาชื่อว่า よーし!!宴だァ!!!鶏食うぞ~っ!!! (ดีล่ะ!! ปาร์ตี้!!! จะกินเนื้อล่ะนะ!!!) ตอนสั่งกับพนักงานรู้สึกทำตัวไม่ถูกนิดนึง ไม่รู้ว่าควรเรียกชื่อเมนูเต็มๆ มั้ย? แล้วต้องสั่งด้วยความกระตือรือร้นตามจำนวนเครื่องหมายอัศเจรีย์หรือไม่?? สุดท้ายเลยสั่งไปว่า ไก่ที่นึงค่ะ จบ….

เมนูนี้เป็นไก่อบ มีซอสแกงกะหรี่มาให้ด้วย อร่อยและกินง่ายดี เมนูเดิมของจูราสสิกกินยากกว่านี้เพราะมีกระดูกแล้วกินลำบาก แต่ไก่ลูฟี่(?)นี่ไม่มีกระดูกเลย เป็นมิตรมาก

นอกจากนี้ถ้าเดินเลยโซนจูราสสิกออกไปอีกหน่อยจะเจอร้านอาหารของซันจิด้วย แต่อันนี้เราไม่ได้เข้า ยืนกรี๊ดป้ายเฉยๆ 555555555555

ทางด้านของสินค้าวันพีซที่ขายรอบนี้มีทั้งฝั่งโจรสลัดและฝั่งกองทัพเรือ ความร้ายกาจคือสินค้าเอสเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก คงเพราะโชว์ปีนี้เป็นตอนของเอสด้วยแหละ ของที่วางขายเลยมีเอสเต็มไปหมด เราไปยืนจับจ้องหมวกหลายรอบด้วยความอยากได้อยากมี แต่รู้สึกว่าซื้อมาแล้วคงไม่ได้เอาไปใส่ที่ไหนนอกจากในสวนสนุกนี่แหละ สุดท้ายเลยไม่ได้ซื้อกลับมา ฮือ T_T

งวดนี้นอกจากค่าข้าวแล้วไม่ได้ซื้ออะไรเลย พร่ำบอกตัวเองซ้ำไปมาว่า เราไม่ได้ติ่งวันพีซ เราไม่ได้ติ่งวันพีซ เราไม่ได้ติ่งวันพีซ (เราจะไม่พูดว่าเมื่อก่อนเคยตั้งอกตั้งใจเก็บพวงกุญแจเอสตามจังหวัดต่างๆ ที่ไปเที่ยว) ส่วนเพื่อนที่บินมาจากไทยเพื่อมาติ่งวันพีซที่นี่โดนไปหลายตังค์อยู่

ยืมแก้วโทราโอะเพื่อนมาถ่ายรูปหนึ่งแชะ น่ารักกกกกกกกกกก(〃▽〃)

นอกจากวันพีซแล้วเรื่องที่กรี๊ดรองลงมาในงานนี้คือกินทามะ ตอนแรกไม่ค่อยสนใจเพราะเห็นว่ามีแค่ไลฟ์ทอล์กซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไร เดาเอาว่าอาจจะมีคนแต่งคอสเพลย์เป็นกินซังออกมาพูดๆๆ ไรงี้มั้ง แต่หลังจากเดินตากแดดฤดูร้อนมาครึ่งวันก็เริ่มเหนื่อย พอเห็นว่าไลฟ์ทอล์กของกินทามะอยู่ในที่ร่มและดูน่าจะมีแอร์เย็นๆ มีที่นั่งให้นั่ง เราเลยชวนเพื่อนเข้าไปนั่งตากแอร์เล่นๆ ซะหน่อย

ด้านหน้าตึกที่ใช้จัดไลฟ์ทอล์กตกแต่งเป็นหน้าร้านโยโรซึยะ สาขา USJ ระหว่างต่อคิวมีพนักงานยืนแจกใบปลิวให้ด้วย

คนต่อคิวอันนี้ไม่เยอะเท่าไหร่ รอให้ถึงเวลาโชว์เริ่มก็ได้เข้าเลย ไม่ต้องรอกันหลายๆ รอบเหมือนอันที่เป็นเครื่องเล่น 4D

ทว่า!!! ไลฟ์ทอล์กกินทามะพีคผิดคาดมากกกกกกกกกกกกกก ชอบมากๆๆๆๆ ชอบตั้งแต่ตอนเดินเข้าไปด้านใน คือด้านในจะมีเวทีอยู่ด้านหน้าแล้วมีที่นั่งรอบเป็นครึ่งวงกลม บนเวทีตกแต่งเป็นโยโรซึยะคล้ายๆ ทางเข้า ส่วนรอบๆ เวทีและที่นั่งจะเต็มไปด้วยหน้าตัวละครจากกินทามะ เดินเข้าไปเจอหน้าโซโกะคุงกับโทชิซังก็แฮปปี้ละ (≧∇≦)

พอผู้ชมเข้ามานั่งที่กันเรียบร้อยก็จะมีพิธีกรคนนึงโผล่มา บอกว่าชื่อ USJの介 เรียกสั้นๆ ว่า เจโนะสุเกะ โดยเจโนะสุเกะซังคนนี้จะเป็นคนดำเนินรายการ คอยเป็นคนกลางระหว่างคนบนเวที(?)และผู้ชม ตอนแรกเจโนะสุเกะซังจะออกมาทักทายแล้วก็เตี๊ยมว่าถ้าพูดอะไรไปให้ตอบว่า โซ่เดสเนะ หรือถ้ายกมือให้พูดว่า โอ้! อะไรประมาณนี้ คือเราต้องเล่นไปกะเค้าด้วยถึงจะสนุก

เจโนะสุเกะซังเตี๊ยมโน่นนี่เสร็จแล้วก็เชิญโยโรซึยะทั้งสามคนออกมา ตอนนั้นลุ้นเบาๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร ปรากฏว่าฉากบนเวทีเปิดออก กลายเป็นจอที่มีกินซัง ชินปาจิ และคางุระจังอยู่ในจอ!! ทั้งสามคนหันหน้ามาหาผู้ชมแล้วก็เริ่มพูดโน่นนี่นั่น สรุปว่าไลฟ์ทอล์กไม่ใช่คนแต่งคอสเพลย์ออกมาคุยกะเรานะ แต่เป็นพวกกินซังตัวจริงเสียงจริงมาคุยกะเรา แค่เค้าไม่ได้ออกมาจากจอ 5555555555555

นอกจากพวกกินซังแล้วสักพักจะมีคนอื่นๆ โผล่มาด้วย สึร้งสึระอะไรก็มาหมด ตอนสึระแร็ปออกมาเรานี่ขำแบบล้มลงไปกองที่พื้น ประทับใจโชว์นี้มาก!!!

มีช่วงนึงเป็นช่วงทอล์กของเอลิซาเบธโดยเฉพาะ อันนี้ค่อนข้างล้ำ เพราะเอลิซาเบธจะถือป้ายที่ใช้แทนคำพูดออกมา แล้วถามคำถามคนดู โดยให้เจโนะสุเกะซังเป็นคนเลือกว่าจะให้คนดูคนไหนตอบ พอคนดูตอบแล้วป้ายของเอลิซาเบธก็จะคุยโต้ตอบกับคนดูแบบสดๆ คือต้องมีคนคอยคิดมุกให้เอลิซาเบธเดี๋ยวนั้นเลย และสกิลเล่นมุกของคนนั้นต้องสูงมากเพราะคิดมุกได้รวดเร็วและตลกด้วย ชอบมากๆๆ ขำเยอะมากแบบไม่คิดว่าจะขำขนาดนั้น

ในไลฟ์ทอล์กกินทามะนี่คอนเทนต์เยอะเกินคาดจริงๆ เหมือนเข้าไปนั่งดูอนิเมะตอนพิเศษที่พูดคุยโต้ตอบกันได้และมีกิจกรรมให้เล่น (เช่น เป่ายิงฉุบกับกินซัง!) หลังช่วงเอลิซาเบธมีพวกชินเซนโผล่มาด้วย อันนี้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก คือตอนแรกมาแต่เสียงแล้วพูดว่า บาบาบาบา แค่นี้ก็ขำละเพราะรู้ว่าเลียนแบบอะไร 55555555555555 แล้วพอภาพโผล่มาในจอ ปรากฏว่าคนโดซัง โทชิซัง และโซโกะคุงใส่เสื้อเหลืองนุ่งเอี๊ยมน้ำเงินจ้าาาา มิเนี่ยนจ้าาาาาาา โคตรรรรรรรน่ารัก อันนี้ขำหนักกว่าเอลิซาเบธล้านเท่า 555555555555555 โชว์นี้มุกพาโรดี้เครื่องเล่นในยูเอสเจเยอะมากกกกก แฮร์รี่ เทอร์มิเนเตอร์ มิเนี่ยน ฯลฯ มาหมด

ตอนสุดท้ายพอทอล์กจบแล้วจะมีภาพตัวละครในกินทามะเที่ยวยูเอสเจกันด้วย น่ารักมากๆๆทุกภาพเลย เป็นภาพทุกๆ คนไปเล่นเครื่องเล่นโน่นนี่นั่นในยูเอสเจ รูปแก๊งชินเซนในชุดมิเนี่ยนก็มี เสียดายที่ไม่มีทำออกมาเป็นโปสการ์ดหรือกู๊ดส์ขาย อยากซื้อเก็บอะะะ ;___;

สรุปว่าจากที่แค่จะเข้าไปนั่งพักตากแอร์เฉยๆ ดันพบว่าสนุกมาก ตลกมาก น่ารักมาก ขำเยอะมาก ชอบบบบบบ เสียดายที่กู๊ดส์กินทามะมีน้อยมาก หาเจอแค่เสื้อยืดลายกินซัง ถ้าเจอกู๊ดส์เยอะๆ อาจจะหน้ามืดเผลอซื้อติดมือกลับมาบ้าง

ออกจากไลฟ์ทอล์กกินทามะก็ไปรอเล่นเครื่องเล่นโจโจ้ต่อ เราไม่เคยอ่านหรือดูโจโจ้มาก่อนเลย แต่ตอนที่รู้ว่าจะมีเครื่องเล่น 4D โจโจ้ก็อยากเล่นมากเพราะรู้ว่าโคยาสุซังพากย์ดิโอ อยากไปฟังเสียงโคยาสุซังแบบ 4D (เหตุผลแบบ…..)

เครื่องเล่น 4D ของโจโจ้เอาฉากที่โจทาโร่สู้กับดิโอมาปรับเนื้อเรื่องนิดหน่อย ให้คนเล่นได้มีส่วนร่วม เป็นตัวประกอบไปคอยซุ่มยิงดิโอทีเผลอ (ฟังดูไม่มีศักดิ์ศรีเลยให้ตายเถอะ……….) แต่ตัวประกอบคนนี้จะใช้อุปกรณ์เข้าไปสิงร่างโจทาโร่ได้ด้วย ส่วนใหญ่แล้วเลยเหมือนกับเราเป็นโจทาโร่ที่กำลังต่อยกับดิโออยู่นั่นแหละ

ถึงจะไม่เคยอ่านหรือดูโจโจ้มาก่อนก็สนุกแบบแปลกๆ ดี ขำไปหลายฉาก ไม่รู้ว่าตั้งใจทำมาให้ตลกรึเปล่าแต่ก็ขำ (โดยเฉพาะฉากที่ดิโอเลือดออกที่ขาแล้วเค้นพลังดีดเลือดให้กระเด็นใส่โจทาโร่ โคตรพีค) ดูจบแล้วถึงกับกลับมาศึกษาที่มาที่ไปของดิโอกับโจทาโร่เพิ่มเติม ก่อนจะคิดได้ว่าเราไม่ควรศึกษามากไปกว่านี้รึเปล่า เดี๋ยวรู้ตัวอีกทีไปนอนอยู่ก้นหลุมโจโจ้แล้วงี้ จะน่ากลัวเกินไปหน่อย ก็เลยหยุดศึกษาไปภายในห้านาที

ในส่วนของสินค้าโจโจ้นั้นทำอะไรเราไม่ได้เลยเพราะไม่ติ่ง แต่เราว่าหมวกโจทาโร่เท่ดีนะ

ส่วนดราก้อนบอลก็มีเครื่องเล่น 4D เหมือนโจโจ้ ฉายโรงเดียวกันนี่แหละแต่ตอนเช้าจะเป็นดราก้อนบอล แล้วหลังบ่ายสองถึงจะเป็นโจโจ้ เราไม่ได้เล่นเครื่องเล่นดราก้อนบอลเพราะตอนเช้าไปต่อแถวเล่นฟลายอิ้งไดโนซอร์อยู่ บวกกับไม่ได้ติ่งดราก้อนบอลเลยไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่ แค่ไปเดินสำรวจของในร้านค้ากับไปกรี๊ดเบจิต้าพอเป็นพิธี จบ

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมสวนสนุกของยูนิเวอร์แซลถึงโดนการ์ตูนญี่ปุ่นยึดครองอย่างต่อเนื่อง แต่ชอบการคอลลาโบะแบบนี้จัง สนุก! เอาอีก!